สวัสดีค่ะทุกคน! ถ้าพูดถึงนักแสดงหญิงระดับตัวแม่ของวงการบันเทิงจีนที่รับประกันทั้งฝีมือการแสดงและเรตติ้งถล่มทลาย ชื่อแรกๆ ที่ต้องนึกถึงเลยก็คือ “จ้าวลี่อิ่ง” (Zhao Liying) หรือที่แฟนๆ ชาวไทยเรียกกันติดปากว่า “อิงเป่า” แน่นอนค่ะ
คำว่า “หนัง” ในความเข้าใจของแฟนๆ ชาวไทยมักจะรวมถึงซีรีส์ฟอร์มยักษ์ด้วย เพราะจ้าวลี่อิ่งโดดเด่นในสายซีรีส์มากๆ แต่พักหลังมานี้เธอก็เริ่มไปกวาดรางวัลในวงการภาพยนตร์จอเงินแล้วเหมือนกัน วันนี้เราจะมานั่งจับเข่าคุย รีวิวผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเธอทั้ง 10 เรื่อง (คัดมาเน้นๆ ทั้งซีรีส์และภาพยนตร์) โดยเราจะไม่มานั่งเล่าเรื่องย่อให้เสียเวลาค่ะ แต่เราจะมาเจาะลึกกันที่ “ชั้นเชิงของการเล่าเรื่อง งานภาพ และพัฒนาการทางการแสดง” ที่ทำให้จ้าวลี่อิ่งก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ต้นของจีนได้จนถึงทุกวันนี้
เตรียมสแน็คให้พร้อม แล้วมาลุยกันเลยค่ะ!

ตำนานหมิงหลัน (The Story of Minglan) – ซีรีส์
“มาสเตอร์พีซแห่งการเชือดเฉือนด้วยความนิ่ง งานภาพสมจริงระดับภาพยนตร์”
- รีวิวการเล่าเรื่อง เรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์รักหวานแหวว หรือการแย่งชิงบัลลังก์ที่โวยวายสาดน้ำลายใส่กัน แต่มันคือการเล่าเรื่องแบบ “น้ำนิ่งไหลลึก” ชั้นเชิงของบทมีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก การเล่าเรื่องจะค่อยๆ ไต่ระดับความเข้มข้น ปูพื้นฐานความสัมพันธ์ของครอบครัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเน่าเฟะภายใน การชิงดีชิงเด่นในเรือนหลัง บทฉลาดล้ำลึกมาก ตัวละครทุกตัวมีมิติ ไม่มีใครขาวจัดหรือดำจัด ทุกการกระทำมีเหตุผลรองรับ ดูแล้วคุณจะรู้สึกเหมือนกำลังอ่านวรรณกรรมชั้นครูที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปในใจ
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น เรื่องนี้คือที่สุดของคำว่า “สุนทรียภาพ” ค่ะ ผู้กำกับเลือกใช้แสงเทียนจริงๆ ในการถ่ายทำฉากกลางคืน! ทำให้ภาพที่ออกมามีโทนสีอบอุ่น สมจริง มีเงาตกกระทบที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่มีการสาดไฟสว่างจ้าแบบซีรีส์ยุคใหม่ งานคอสตูมประณีต อิงตามประวัติศาสตร์ราชวงศ์ซ่งแท้ๆ การจัดองค์ประกอบภาพเหมือนภาพวาดพู่กันจีน ดูแพงและคลาสสิกสุดๆ
- รีวิวการแสดง ในบท “หมิงหลัน” คือการแสดงที่ต้องใช้คำว่า “น้อยแต่มาก” (Less is more) อย่างแท้จริง เธอต้องแสดงเป็นคนที่แกล้งโง่ แกล้งยอมคน เพื่อเอาชีวิตรอด การแสดงออกทางสีหน้าของเธอจึงต้องเก็บซ่อนอารมณ์ไว้มิดชิด แต่เธอกลับใช้ “แววตา” ในการสื่อสารกับคนดูได้อย่างทรงพลังมาก ตอนที่เธอต้องระเบิดอารมณ์หรือเอาคืนศัตรู เธอไม่ต้องตะโกนเลยค่ะ แค่น้ำเสียงที่เย็นเยียบและสายตาที่เด็ดขาด ก็ทำเอาคนดูขนลุกซู่ เป็นการแสดงที่ยกระดับ ขึ้นไปอีกขั้นจริงๆ

ฉู่เฉียว จอมใจจารชน (Princess Agents) – ซีรีส์
“ดิบ เถื่อน ระทึกขวัญ และจ้าวลี่อิ่งในเวอร์ชั่นนักรบสาวที่เท่ที่สุด”
- รีวิวการเล่าเรื่อง ถ้าหมิงหลันคือน้ำนิ่ง ฉู่เฉียวก็คือ “พายุทอร์นาโด” ค่ะ! จังหวะการเล่าเรื่องของเรื่องนี้เร็ว กระชับ และเต็มไปด้วยความกดดันตั้งแต่ตอนแรก สเกลเรื่องใหญ่โตว่าด้วยสงคราม การปลดแอกทาส และอุดมการณ์ บทมีความดิบเถื่อนและไม่ปรานีคนดู มีการสูญเสียที่สะเทือนอารมณ์ เป็นเรื่องที่ดูแล้วอดรีนาลีนหลั่งตลอดเวลา แม้ช่วงท้ายของเรื่องอาจจะมีรอยรั่วของบทบ้าง แต่พลังงานของเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบถือว่าดึงดูดขั้นสุด
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น โทนภาพเรื่องนี้จะเน้นความอึมครึม คอนทราสต์จัดจ้าน เพื่อสะท้อนความโหดร้ายของยุคสงคราม ฉากแอคชั่นคือจุดเด่นที่ต้องขออวยยศ คิวบู๊ออกแบบมาได้สวยงาม แข็งแรง และดุดัน ไม่ใช่การร่ายรำสวยๆ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจริงๆ ฉากกลางทะเลทรายหรือฉากลานประลองทาสในตอนแรก คืองานสเกลใหญ่ที่ดูอลังการและบีบคั้นหัวใจมาก
- รีวิวการแสดง ทุ่มสุดตัวกับเรื่องนี้มากค่ะ เธอเล่นคิวบู๊เองเยอะมากจนได้แผลกลับบ้านไปเพียบ การแสดงของเธอในเรื่องนี้เต็มไปด้วยความดุดัน แววตาของนางเอกที่เคยเป็นทาสชั้นต่ำแต่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราจะได้เห็นอินเนอร์ความแข็งแกร่ง ความแค้น และความมุ่งมั่นผ่านสีหน้าของเธอ เป็นคาแรคเตอร์ที่ทำลายภาพจำสาวน้อยน่ารักของเธอไปจนหมดสิ้น

ยอดหญิงแกร่ง (Wild Bloom) – ซีรีส์
“การแสดงระดับล่ารางวัล พลิกโฉมวงการธุรกิจยุค 90s ด้วยความทรงพลัง”
- รีวิวการเล่าเรื่อง นี่คือการฉีกแนวของจ้าวลี่อิ่งมารับบทดราม่าธุรกิจแบบเต็มตัว ตัวเรื่องเล่าถึงยุค 90s ที่เศรษฐกิจจีนกำลังเติบโต เป็นการต่อสู้ในวงการอุตสาหกรรมเหล็กที่ผู้ชายเป็นใหญ่ บทมีความเรียลลิสติกสูงมาก ไม่มีการพึ่งพาปาฏิหาริย์หรือผู้ชายคอยขี่ม้าขาวมาช่วย นางเอกต้องล้มลุกคลุกคลาน เจรจาธุรกิจ เล่นเล่ห์เหลี่ยม เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยความเข้มข้น ดุดัน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูอย่างมหาศาล
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น งานภาพคือ “Cinematic” มากๆ ค่ะ มีการย้อมสีภาพโทนเรโทร (Retro) ให้กลิ่นอายยุค 90s อย่างชัดเจน การจัดแสงเงาเน้นความสมจริง ไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์หน้าเนียนจนหลอกตา เราเห็นรูขุมขน เห็นความเหนื่อยล้าบนใบหน้าตัวละคร นอกจากนี้ แฟชั่นของนางเอกในเรื่องคือรันเวย์ยุค 90s ที่แท้จริง คอสตูมปังทุกชุด สวย หรู ดูมีอำนาจ
- รีวิวการแสดง นี่คือผลงาน “ขึ้นหิ้ง” ที่ทำให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมไปครองค่ะ ลี่อิ่งในบท “สวี่บ้านเซี่ย” อ้วนขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้สมกับคาแรคเตอร์เถ้าแก่เนี้ย เธอแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยาน ความเด็ดขาด และความเลือดเย็นในการทำธุรกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเปราะบางซ่อนอยู่ อินเนอร์ตอนที่เธอสูบบุหรี่ หรือตอนที่เธอเจรจาต่อรองด้วยสายตาที่เฉียบคม มันทรงพลังจนเราเชื่อสนิทใจเลยว่าเธอคือนักธุรกิจหญิงเหล็กจริงๆ

ปฐพีไร้พ่าย (The Legend of Shen Li) – ซีรีส์
“งานภาพ CG สุดอลังการ และเคมีที่รอคอยมานานของคู่ขวัญ”
- รีวิวการเล่าเรื่อง นี่คือซีรีส์แนวเทพเซียน (Xianxia) ที่มีจังหวะการเล่าเรื่องที่กลมกล่อมมาก ช่วงแรกมีความคอเมดี้ น่ารักๆ ดูสบายๆ แต่พอเข้าสู่ช่วงกลางและหลัง บทจะเริ่มไต่ระดับความดราม่าและสเกลที่ใหญ่ขึ้นระดับปกป้องสามโลก ความเจ๋งคือบทนางเอกเรื่องนี้ไม่งี่เง่าเลย เป็นบทเทพสงครามที่เก่งกาจ เด็ดขาด ทำให้ปมความรักระหว่างตัวละครมันดูเป็นความรักของผู้ใหญ่ที่ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ให้ต้องรับผิดชอบ
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น ต้องบอกว่าทุนสร้างหนามาก! CG ในเรื่องนี้เนียนตาและอลังการสุดๆ โดยเฉพาะฉากที่เป็นร่างจริงของนางเอก (นกฟีนิกซ์) หรืองานเวทมนตร์ต่างๆ ทำออกมาได้ตระการตาและดูมีราคา งานศิลป์และสถาปัตยกรรมในโลกของเทพและมารมีการแยกโทนสีอย่างชัดเจน คอสตูมเรื่องนี้ของลี่อิ่งสวยสง่า ทั้งชุดเกราะนักรบและชุดกรุยกรายแบบเทพธิดา
- รีวิวการแสดง การกลับมาเจอกับ “หลินเกิงซิน” (พระเอกฉู่เฉียว) ทำให้เคมีเรื่องนี้พุ่งทะลุจอ ในบท “เสิ่นหลี” เป็นการผสมผสานระหว่างความห้าวหาญแบบชายชาตรี (เพราะเป็นแม่ทัพ) และความละเอียดอ่อนแบบผู้หญิง เธอแสดงตลกหน้าตายได้เนียนมาก และในฉากดราม่าหรือฉากต่อสู้ เธอก็ถ่ายทอดความสง่างามและหนักแน่นออกมาได้ดี แววตาที่มองพระเอกเต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่แฟนๆ ดูแล้วต้องอินตามแน่นอน

ความสุขของซิ่งฝู (The Story of Xing Fu) – ซีรีส์
“เรียลลิตี้ชนบทจีน ลอกคราบซุปตาร์สู่ชาวนาผู้รักความยุติธรรม”
- รีวิวการเล่าเรื่อง เรื่องนี้คือละครน้ำดีที่สะท้อนสังคมชนบทของจีนได้อย่างเจ็บแสบและลึกซึ้ง เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่หญิงสาวชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรมให้ครอบครัว จากเรื่องเล็กๆ ลุกลามไปสู่การฟ้องร้องระดับหมู่บ้าน จังหวะการดำเนินเรื่องมีความสมจริงสูงมาก ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เราเห็นพัฒนาการทางความคิดของตัวละครที่เริ่มต้นจากชาวบ้านธรรมดาๆ จนกลายเป็นผู้นำ บทเต็มไปด้วยปรัชญาการใช้ชีวิตและกฎหมายชาวบ้าน
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น ลืมภาพนางเอกหน้าใสแต่งตัวสวยๆ ไปได้เลยค่ะ! งานภาพเรื่องนี้เรียลมาก ดิบ ทึมๆ ให้ความรู้สึกถึงฝุ่นดินและเหงื่อไคลในชนบทจริงๆ โลเคชั่นสมจริงเหมือนไปถ่ายทำในหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ แสงธรรมชาติถูกนำมาใช้เป็นหลัก เพื่อดึงเอาความดิบและเป็นธรรมชาติของเรื่องราวออกมาให้มากที่สุด
- รีวิวการแสดง จ้าวลี่อิ่ง “ลบภาพจำ” ของตัวเองออกจนหมดจด เธอแทบจะไม่แต่งหน้าเลยในเรื่องนี้ ปล่อยให้เห็นริ้วรอยและความหมองคล้ำ การแสดงของเธอทรงพลังมากในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เธอเล่นเป็นผู้หญิงที่หัวดื้อ กัดไม่ปล่อย พูดจาฉะฉาน ท่าทางการเดินหรือการกินก็เหมือนสาวชาวบ้านจริงๆ ไม่มีมาดของซุปตาร์เหลืออยู่เลย นี่คือการพิสูจน์ฝีมือว่าเธอสามารถเอาอยู่ได้ทุกบทบาท ไม่เว้นแม้แต่งานดราม่าสะท้อนสังคม

กฎหมายที่รัก / ที่สองสาม (Article 20) – ภาพยนตร์
“ผลงานจอเงินสุดสะเทือนอารมณ์ การแสดงแบบไร้เสียงที่ดังที่สุด”
- รีวิวการเล่าเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยปรมาจารย์ “จางอี้โหมว” เป็นหนังแนวดราม่า-คอเมดี้ ที่แฝงการเสียดสีระบบกฎหมายและศีลธรรมของสังคม (มาตรา 20 ว่าด้วยการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย) ตัวเรื่องเล่าผ่านหลายเส้นเรื่องที่มาขมวดปมกันได้อย่างชาญฉลาด มีการสลับอารมณ์ระหว่างมุขตลกหน้าตายของตัวละครหลัก กับความดราม่าสุดหดหู่ของเหยื่อที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้หนังดูสนุก ตลกร้าย แต่ก็จุกอกไปพร้อมๆ กัน
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น สไตล์ของจางอี้โหมวรับประกันคุณภาพอยู่แล้ว ภาพยนตร์ใช้มุมกล้องที่ดึงเอาความรู้สึกอึดอัดของตัวละครออกมาได้ดี โทนสีภาพมีความเป็นซีเนมาติกสูง คอนทราสต์ระหว่างฉากชีวิตประจำวันธรรมดากับฉากที่เต็มไปด้วยความรุนแรงถูกจัดวางมาอย่างลงตัว
- รีวิวการแสดง แม้จ้าวลี่อิ่งจะไม่ใช่นักแสดงนำอันดับ 1 ในเรื่องนี้ แต่เธอคือ “ตัวขโมยซีน” ที่แท้จริง! เธอรับบทเป็นคุณแม่หูหนวกและเป็นใบ้ ที่ครอบครัวถูกกลั่นแกล้งและข่มขืน นี่คือการแสดงที่ไม่มีบทพูดเลยแม้แต่คำเดียว เธอต้องใช้แค่ภาษามือ สีหน้า และดวงตาที่แดงก่ำ แววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หวาดกลัว และเจ็บปวดรวดร้าวของเธอ ทำเอาคนดูในโรงภาพยนตร์น้ำตาแตกกันเป็นแถว เป็นการแสดงระดับ Masterclass ที่กวาดคำชมจากนักวิจารณ์ไปอย่างล้นหลาม

ฮวาเชียนกู่ ตำนานรักเหนือภพ (The Journey of Flower) – ซีรีส์
“จุดกำเนิดความแมสแห่งยุค ตำนานรักต้องห้ามที่บีบหัวใจ”
- รีวิวการเล่าเรื่อง นี่คือซีรีส์แนวกำลังภายใน-เทพเซียนที่สร้างปรากฏการณ์เรตติ้งทะลุเพดานในยุคนั้น การดำเนินเรื่องในช่วงแรกจะเน้นความสดใส การเติบโตของนางเอกในสำนักเซียน แต่ครึ่งหลังคือ “ตับพัง” อย่างแท้จริง บทขยี้ความรักต้องห้ามระหว่างศิษย์กับอาจารย์ได้อย่างเจ็บปวด การค่อยๆ พลิกผันชะตากรรมของตัวละครจากเด็กสาวใสซื่อสู่มารกาลี เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรื่องนี้สนุกและน่าติดตามจนหยุดไม่ได้
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น ต้องเข้าใจก่อนว่านี่คืองานภาพยุคก่อน (ปี 2015) CG อาจจะดูเป็นอนิเมชั่นลอยๆ ไปบ้างเมื่อเทียบกับยุคนี้ แต่ในแง่ของงานศิลป์ โทนสีภาพที่เน้นความสว่าง ขาวสะอาด สื่อถึงโลกของเทพเซียนนั้นทำออกมาได้เป็นเอกลักษณ์ คอสตูมนางเอกที่มีการเปลี่ยนแปลงตามระดับพลังและสภาพจิตใจก็เป็นสิ่งที่ออกแบบมาได้ดีมาก
- รีวิวการแสดง จ้าวลี่อิ่งถ่ายทอดความเป็น “เสี่ยวกู่” ได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ความน่ารักสดใสในช่วงแรกดูไม่ประดิษฐ์เลย แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือพัฒนาการทางการแสดงในช่วงท้าย เมื่อเธอต้องกลายเป็นมารมาร แววตาที่เคยใสซื่อเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแตกสลาย เธอใช้น้ำเสียงและการทอดสายตาที่แสดงให้เห็นถึงความตัดพ้อต่อโลกใบนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ขุนให้อ้วนแล้วชวนมารัก (Boss & Me) – ซีรีส์
“รอมคอมขึ้นหิ้ง หวานละมุน ดูแล้วยิ้มแก้มปริตลอดเรื่อง”
- รีวิวการเล่าเรื่อง เปลี่ยนอารมณ์มาที่งานเบาๆ สมองกันบ้าง เรื่องนี้คือต้นตำรับพล็อต “ท่านประธานสายเปย์กับพนักงานสาวจอมโก๊ะ” จังหวะการเล่าเรื่องน่ารักมาก ไม่มีการชิงดีชิงเด่นที่เคร่งเครียดเกินไป เน้นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาผ่าน “การกิน” ซีรีส์เล่าเรื่องด้วยฟีลลิ่งอบอุ่น ฟีลกู้ด (Feel-good) ดูแล้วฮีลใจขั้นสุด เป็นเรื่องที่ดูซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น งานภาพเป็นสไตล์ซีรีส์รักโรแมนติกยุค 2010s ต้นๆ โทนภาพสว่าง สดใส เน้นการจัดแสงให้ดูอบอุ่น ฉากที่โดดเด่นที่สุดคือฉากที่นางเอกนั่งกินข้าว หรือการทำอาหาร ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้ดูน่ากินและอบอุ่นหัวใจมากๆ แฟชั่นหน้าหนาวของนางเอกในเรื่องก็กลายเป็นไวรัลฮิตในจีนยุคนั้นเลยทีเดียว
- รีวิวการแสดง ถ้าใครบอกว่าบทแบ๊วๆ เล่นง่าย บอกเลยว่าไม่จริงค่ะ! การเล่นให้ดูน่ารักโดยไม่น่ารำคาญคือทักษะที่ยากมาก ซึ่งจ้าวลี่อิ่งทำได้ดีแบบ 100% เต็ม เธอรับบท “ซานซาน” สาวน้อยที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ แก้มป่องๆ เวลากินข้าวของเธอดูเป็นธรรมชาติมาก การแสดงความเขินอาย หรือความซื่อๆ ตอนอยู่หน้าประธานหนุ่ม เธอใช้คิ้วหนาๆ และดวงตากลมโตในการสื่ออารมณ์ได้มีเสน่ห์ล้นเหลือจริงๆ

ตำนานลู่เจิน (Legend of Lu Zhen) – ซีรีส์
“ผลงานแจ้งเกิดตัวแม่ ดราม่าเชือดเฉือนในวังหลวงที่สนุกจนลืมหายใจ”
- รีวิวการเล่าเรื่อง นี่คือเรื่องที่จุดพลุให้ชื่อของจ้าวลี่อิ่งดังเปรี้ยงปร้าง บทสนุกมากกก! การเล่าเรื่องเป็นสไตล์ดราม่าชิงไหวชิงพริบในวังหลัง แต่ไม่ได้ชิงดีชิงเด่นเรื่องผู้ชาย เน้นเรื่องการทำงานและอำนาจทางการเมือง นางเอกเริ่มจากนางกำนัลตัวเล็กๆ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความฉลาดและฝีมือ จังหวะเรื่องกระชับ มีปมให้แก้ตลอดเวลา มีตัวอิจฉาที่ร้ายลึก ทำให้คนดูต้องคอยเอาใจช่วยนางเอกในทุกๆ ตอน
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น โปรดักชั่นเป็นลายเซ็นของคุณอวี๋เจิ้ง (ผู้จัด) อย่างชัดเจน นั่นคือการใช้สีสันที่จัดจ้าน คอนทราสต์สูงมาก ชุดสีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน ตัดกันฉับๆ ในจอ อาจจะดูฉูดฉาดไปบ้างสำหรับคนยุคนี้ แต่ในยุคนั้นมันคือความอลังการสะดุดตา งานคอสตูมและเครื่องหัวของฝ่ายหญิงทำออกมาได้วิจิตรตระการตามาก
- รีวิวการแสดง แม้ตอนนั้นลี่อิ่งจะยังถือว่าเป็นดาวรุ่ง แต่การแสดงของเธอเอาอยู่ทั้งเรื่อง! เธอฉายแววความเด็ดเดี่ยวผ่านบท “ลู่เจิน” ได้อย่างชัดเจน เวลาที่ต้องปะทะคารมกับนางร้าย หรือแสดงความเด็ดขาดตอนตัดสินคดี เธอมีออร่าของความเป็นผู้นำสูงมาก เป็นบทที่พิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้วว่า ผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ก็สามารถเล่นบทที่ทรงพลังและมีอำนาจได้

ไซอิ๋ว 3 ตอน ศึกราชาวานรตะลุยเมืองแม่ม่าย (The Monkey King 3) – ภาพยนตร์
“ความรักที่พูดไม่ได้ในโลกแฟนตาซี ความงดงามที่เหนือจินตนาการ”
- รีวิวการเล่าเรื่อง ภาพยนตร์ไซอิ๋วภาคนี้ดัดแปลงจากตอนที่พระถังซำจั๋งเดินทางมาถึงเมืองแม่ม่าย ตัวหนังลดทอนความเป็นแอคชั่นลง แต่ไปเน้นเรื่องราวโรแมนติก-แฟนตาซีและการตั้งคำถามเกี่ยวกับความรักและศาสนาแทน จังหวะการเล่าเรื่องมีความนุ่มนวลและแฝงปรัชญา บทโรแมนติกของพระถังซำจั๋งและราชินีเมืองแม่ม่ายถูกเล่าออกมาได้อย่างละมุนละไม ไม่โจ่งแจ้ง แต่สัมผัสได้ถึงความรักที่ต้องเสียสละ
- รีวิวงานภาพและโปรดักชั่น ทุนสร้างมหาศาลมากสำหรับเรื่องนี้ งานภาพคือความแฟนตาซีระดับฮอลลีวูด โลเคชั่นและ CG ของเมืองแม่ม่ายถูกสร้างออกมาได้วิจิตรตระการตา โทนสีภาพมีความฟุ้งฝัน คอสตูมของจ้าวลี่อิ่งในเรื่องนี้เน้นความหรูหรา สง่างาม สมกับตำแหน่งราชินี เป็นหนึ่งในเรื่องที่ภาพสวยที่สุดของเธอเลยก็ว่าได้
- รีวิวการแสดง จ้าวลี่อิ่งในบท “ราชินีเมืองแม่ม่าย” สวยสะกดทุกสายตา การแสดงของเธอในเรื่องนี้ต้องใช้ “ความนิ่งและสายตา” เป็นหลัก เพราะเธอตกหลุมรักนักบวชที่ไม่สามารถครอบครองได้ อินเนอร์ความโหยหา ความสงสัยในความรัก และความเจ็บปวดที่ต้องปล่อยมือ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านดวงตาที่เศร้าหมองแต่ยังคงความหยิ่งทะนงในฐานะกษัตริย์ เป็นการแสดงที่ละเอียดอ่อนและมีเสน่ห์มากๆ ในจอเงิน
สรุป จากสาวน้อยที่เริ่มต้นจากการเป็นตัวประกอบ ไต่เต้าขึ้นมาด้วยฝีมือล้วนๆ จ้าวลี่อิ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอไม่ใช่แค่นักแสดงที่มีใบหน้าสะสวย หรือพึ่งพากระแสคู่จิ้น แต่เธอคือ “ศิลปินนักแสดง” (Actress) อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะบทสาวชาวบ้านบ้านๆ, นักธุรกิจหญิงสุดแกร่ง, แม่ทัพหญิงที่ห้าวหาญ, หรือบทดราม่าที่ไม่มีบทพูดเลย เธอก็สามารถดึงเอาแก่นแท้ของคาแรคเตอร์นั้นๆ ออกมาให้คนดูอินและเชื่อได้แบบสนิทใจ
ถ้าคุณกำลังมองหาผลงานที่ไว้ใจได้ในเรื่องของคุณภาพ บทบาทที่หลากหลาย และพัฒนาการทางการแสดงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้ง 10 เรื่องนี้คือ Must-Watch ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ! movieseries