สวัสดีครับ! กลับมาเจอกันอีกแล้วกับการคุยหนังแบบจัดเต็ม… และวันนี้ เราจะมาพูดถึงหนังที่ผมกล้าพูดเลยว่าคือ “มวยถูกคู่” ที่สุดในรอบหลายปี! ผมกำลังพูดถึง ผู้นำสายบู๊กู้วิกฤต (Heads of State) ครับ! เอาล่ะ ก่อนอื่นเลยนะ… ใครที่เดินเข้าโรง (หรือในกรณีนี้คือ กดรีโมตเปิด Prime Video) โดยที่คิดว่านี่คือหนังแอ็กชัน-การเมือง ที่เคร่งเครียด ชิงไหวชิงพริบแบบ Air Force One… คุณคิดผิดมหันต์ครับ! แต่ถ้าคุณเดินเข้ามาโดยหวังว่าจะได้เห็น “ส่วนผสมที่บ้าคลั่ง” ของ Lethal Weapon, Rush Hour, และ The Nice Guys แต่สเกลใหญ่ระดับโลก… คุณมาถูกทางแล้ว!
Heads of State คือหนังที่ถามคำถามง่ายๆ ว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราจับเอาชายผู้ ‘คูล’ ที่สุดในโลก (ไอดริส เอลบา) มาจับคู่กับชายผู้เป็น ‘ร่างทรงของความป่วน’ (จอห์น ซีนา) แล้วโยนพวกเขาเข้าไปในวิกฤตระดับโลก?”

ผลลัพธ์ที่ได้น่ะเหรอครับ? โอ้โห… มันคือความบันเทิงที่ “ระเบิดเถิดเทิง” ทั้งในแง่ของลูกกระสุนและเสียงหัวเราะ
วันนี้เราจะไม่มานั่งเล่าเรื่องย่อกันนะครับ ว่าใครไปทำอะไรที่ไหน ใครหักหลังใคร เพราะเอาเข้าจริง “พล็อต” ของหนังเรื่องนี้มันคือสิ่งที่เรารู้จักกันดี (เดี๋ยวเราจะขยี้ประเด็นนี้กัน) แต่ “หัวใจ” ที่แท้จริงของมัน… สิ่งที่ทำให้หนัง 2 ชั่วโมงเรื่องนี้มัน “เวิร์ก” อย่างบ้าคลั่ง… มันอยู่ที่ 3 องค์ประกอบหลักครับ: การแสดง (หรือถ้าจะให้ถูกคือ ‘เคมี’), งานภาพ (หรือถ้าจะให้ชัดคือ ‘ความดิบ’), และ เนื้อเรื่อง (หรือถ้าจะให้เป๊ะคือ ‘การยอมรับในสูตรสำเร็จ’)
Heads of State เมื่อ “น้ำมัน” กับ “น้ำ” ต้องมาปั่นรวมกันในเครื่องปั่น
นี่คือเหตุผลหลักที่ทุกคนกดดูหนังเรื่องนี้ครับ… ไอดริส เอลบา (Idris Elba) ปะทะ จอห์น ซีนา (John Cena)
ถ้าคุณเป็นนักแคสต์ติ้ง คุณจะรู้ว่านี่คือการจับคู่แบบ “ขั้วตรงข้าม” (Opposites Attract) ที่คลาสสิกที่สุดในตำรา
ไอดริส เอลบา บุรุษผู้แบกรับความ “คูล” ทั้งปวง
ไอดริส เอลบา ในเรื่องนี้คือ “ชายผู้เนี้ยบกริบ” ครับ เขาคือภาพลักษณ์ของความเป็นผู้นำที่สุขุม, ฉลาด, ทุกการเคลื่อนไหวถูกคิดมาอย่างดี เสื้อสูทต้องเป๊ะ สำเนียงบริติชต้องมา เขาคือ “เจมส์ บอนด์” ในโลกที่การเมืองมันยุ่งเหยิง เขาคือคนที่พยายามจะ “คุมเกม” ให้อยู่
การแสดงของเอลบาในเรื่องนี้คือการเล่นบท “Straight Man” (ตัวชง) ที่สมบูรณ์แบบครับ เสน่ห์ของเขาไม่ใช่การปล่อยมุก แต่คือ “ปฏิกิริยา” (Reaction) ที่เขามีต่อความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยเฉพาะความบ้าคลั่งที่มาจากคู่หูของเขา
ทุกครั้งที่เขาขมวดคิ้ว, ถอนหายใจ, หรือเหลือบมองจอห์น ซีนา ด้วยสายตาที่ว่า “นี่ฉันต้องมาเจออะไร(วะ)เนี่ย?”… นั่นคือ “ทองคำ” ครับ! มันคือการแสดงตลกที่อาศัย “การกลั้น” ไม่ใช่ “การปล่อย” เขาคือตัวแทนของคนดูที่กำลังคิดว่า “มันจะบ้าไปถึงไหน!”
เสน่ห์ของเอลบาคือ เขาทำให้เราเชื่อว่าแม้ในสถานการณ์ที่ไร้สาระที่สุดในโลก (เช่น การขับรถถังไล่ล่ากันกลางเมือง) ตัวละครของเขาก็ยังคง “เชื่อ” ว่ามันคือภารกิจที่จริงจัง และนั่นยิ่งทำให้มันตลกครับ เขาคือ “น้ำมัน” ที่เรียบเนียนและเงางาม

จอห์น ซีนา บุรุษผู้เป็น “ร่างทรงของความโกลาหล”
แล้วเราก็ตัดภาพมาที่ “น้ำ” ครับ… จอห์น ซีนา คือ “น้ำ” ที่สาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทาง!
นี่คือการตอกย้ำอีกครั้งว่า จอห์น ซีนา ไม่ได้แค่ “เล่นหนังแอ็กชัน” แต่เขาคือ “ดาราตลก” ที่มีพรสวรรค์ที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้อย่างแท้จริงครับ
ถ้าเอลบาคือ “ความเนี้ยบ” ซีนาคือ “ความเละเทะ” ถ้าเอลบาคือ “แผนการ” ซีนาคือ “การด้นสด” ถ้าเอลบาคือ “มีดผ่าตัด” ซีนาคือ “ค้อนปอนด์”
ตัวละครของเขาคือขั้วตรงข้ามอย่างสมบูรณ์แบบ เขาคือผู้นำ (หรือ…อะไรสักอย่างที่ใกล้เคียง) ที่หัวใจมาก่อนสมอง เขาพูดก่อนคิด เขาทำก่อนพูด เขาคือ “โกลเด้น รีทรีฟเวอร์” ตัวยักษ์ที่คิดว่าตัวเองเป็น “พิตบูล”
สิ่งที่ซีนาทำได้ดีอย่างน่าทึ่งคือ “Physical Comedy” (การแสดงตลกด้วยท่าทาง) ครับ ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตมหึมา การที่เขาพยายามจะทำตัว “ลับๆ ล่อๆ” หรือพยายามจะ “แทรกซึม” มันคือความตลกที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาต้องปะทะคารมกับเอลบา มันคือส่วนผสมของ “พ่อที่กำลังดุ” กับ “ลูกชายวัยรุ่นที่พลังล้นเหลือ”
ซีนาในเรื่องนี้คือการเอา Peacemaker มาอัปเกรดความบ้า แล้วจับไปใส่สูท (ที่แทบจะปริ) เขาไม่กลัวที่จะ “พัง” ไม่กลัวที่จะ “เล่นใหญ่” และความกล้านี้เองที่มัน “ปลดล็อก” ให้หนังเรื่องนี้มันสนุกสุดๆ ครับ
และ “เคมี” ที่อยู่ตรงกลาง: ปรียันกา โจปรา โจนาส (Priyanka Chopra Jonas)
คุณอาจจะคิดว่าหนังเรื่องนี้คือหนัง “คู่หู” (Buddy Film) แต่จริงๆ แล้วมันคือ “สามประสาน” (Trio) ครับ
ปรียันกา โจปรา คือ “ตัวแปร” ที่สำคัญที่สุดในสมการนี้ เธอไม่ใช่แค่ “ผู้หญิงสวย” ที่มาเติมเต็มโควตา หรือเป็น “Damsel in Distress” (นางเอกที่รอให้คนมาช่วย)
ไม่เลยครับ! ตัวละครของเธอในหลายๆ ฉาก คือคนที่ “เก่งที่สุด” และ “ฉลาดที่สุด” ในห้องนั้น เธอคือ “ผู้นำ” ตัวจริงที่ต้องมารับมือกับ “เด็กอนุบาลสองคน” (ก็เอลบากับซีนานั่นแหละ) ที่กำลังตีกันเพื่อแย่งของเล่น
การแสดงของเธอคือ “กาว” ที่เชื่อมคนสองขั้วนี้ไว้ด้วยกัน เธอสามารถ “ข่ม” ซีนาให้อยู่ในร่องในรอยได้ (บ้าง) และในขณะเดียวกันก็สามารถ “ปั่นหัว” เอลบาให้หลุดจากความเนี้ยบของตัวเองได้ เคมีของเธอกับนักแสดงทั้งสองคนมัน “สปาร์ก” มากครับ มันไม่ใช่แค่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่มันคือ “ความเคารพ” และ “ความระอา” ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
เมื่อทั้งสามคนนี้อยู่ในฉากเดียวกัน… มันคือความ “อลหม่าน” ที่ “ลงตัว” ที่สุดครับ!
งานภาพและแอ็กชัน: สไตล์ลิสต์, ดุดัน, และ “โคตรดิบ”
มาถึงส่วนที่ผมตื่นเต้นที่สุดที่จะได้พูดถึงครับ… “งานภาพ” และ “ฉากแอ็กชัน”
คุณต้องเข้าใจก่อนว่า ผู้กำกับของเรื่องนี้คือ อิลยา ไนชูลเลอร์ (Ilya Naishuller)
ถ้าคุณไม่คุ้นชื่อนี้… เขาคือคนที่ทำ Hardcore Henry (ไอ้หนังแอ็กชันมุมมอง 1st Person ทั้งเรื่องนั่นแหละ) และที่สำคัญกว่านั้น เขาคือคนที่ทำ Nobody (2021) ที่เปลี่ยน “ป๋าซอล กู๊ดแมน” (บ็อบ โอเดนเคิร์ก) ให้กลายเป็นนักฆ่าสุดโหด!

ดังนั้น… สิ่งที่คุณจะได้เห็นใน Heads of State ไม่ใช่แค่ “หนังแอ็กชันเกรดสตรีมมิง” ที่ใช้ CG เละๆ หรือตัดต่อแบบ “Shaky Cam” (กล้องสั่น) จนดูไม่รู้เรื่อง
ไม่ครับ! ไนชูลเลอร์เอา “ลายเซ็น” ของเขามาใส่ในหนังเรื่องนี้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย!
“ความดิบ” ที่สัมผัสได้ (Grounded, Brutal Combat)
สิ่งที่ไนชูลเลอร์เก่งคือการทำฉากต่อสู้ที่ “เจ็บจริง” ครับ ในขณะที่หนัง buddy-cop เรื่องอื่นอาจจะเน้นความตลกโปกฮาในฉากแอ็กชัน (ซึ่งเรื่องนี้ก็มี) แต่ “แกนหลัก” ของการต่อสู้ในเรื่องนี้มัน “หนัก” ครับ
คุณจะได้ยินเสียง “กระดูกหัก” คุณจะเห็น “รอยช้ำ” คุณจะรู้สึกถึง “ความเหนื่อย” ของตัวละคร
มันไม่ใช่การต่อยทีเดียวสลบแบบหนังฮีโร่ แต่มันคือการ “ตะลุมบอน” ครับ โดยเฉพาะฉากที่ผมชอบมากคือการต่อสู้ใน “พื้นที่จำกัด” (เช่น ในห้องครัวของโรงแรม หรือในรถตู้ที่กำลังวิ่ง) ไนชูลเลอร์ใช้ “สภาพแวดล้อม” (Environment) เป็นอาวุธได้อย่างชาญฉลาดมาก ทุกอย่างที่หยิบฉวยได้คืออาวุธ
นี่คือสไตล์ที่เขาใช้ใน Nobody (ฉากบนรถบัสในตำนาน) และเขาก็เอามันมาอัปเกรดในเรื่องนี้ครับ มันทำให้ฉากแอ็กชันมัน “น่าเชื่อ” และ “ตื่นเต้น” อย่างบ้าคลั่ง

แอ็กชันที่ขับเคลื่อนด้วย “ตัวละคร”
นี่คือความฉลาดของบทและผู้กำกับครับ… “ไอดริส เอลบา” กับ “จอห์น ซีนา” ไม่ได้ต่อสู้เหมือนกัน
สไตล์ของเอลบา คือความ “แม่นยำ” เขาคือสายลับที่ถูกฝึกมา เขาจะใช้การเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุดแต่ได้ผลมากที่สุด (Efficiency) เขาจะใช้สมองในการต่อสู้ สไตล์ของเขาคือ “การป้องกันและสวนกลับ” (Defensive/Counter) มันคือความเท่ ความสมาร์ต
สไตล์ของซีนา คือความ “ทำลายล้าง” เขาคือ “รถถัง” ครับ เขาไม่สนหรอกว่าต้องหลบยังไง เขาแค่ “เดินหน้า” ชนแหลก! เขาใช้ “พละกำลัง” และ “ความถึก” เป็นหลัก ถ้าเอลบาคือมีดผ่าตัด ซีนาก็ค้อนปอนด์อย่างที่บอกไปนั่นแหละครับ
และเมื่อทั้งสองสไตล์นี้ต้องมา “สู้” ด้วยกัน (หรือบางครั้งก็ “สู้กันเอง”) มันคือ “การออกแบบท่าเต้น” (Choreography) ที่ยอดเยี่ยมมากครับ มันไม่ใช่แค่การสู้ที่สวยงาม แต่เป็นการสู้ที่ “เล่าเรื่อง” และ “ตอกย้ำ” ความแตกต่างของตัวละครทั้งสองคน
งานภาพที่ “สไตล์ลิสต์” แต่ “ไม่รก”
แม้ว่าฉากต่อสู้จะ “ดิบ” แต่งานภาพโดยรวมของหนังนั้น “สวยงาม” มากครับ นี่คือหนังฟอร์มยักษ์ที่ใช้โลเคชันทั่วโลก (Globe-trotting) เราได้เห็นฉากสวยๆ ในยุโรป ในตะวันออกกลาง
ผู้กำกับภาพยนตร์ใช้ “สี” ได้อย่างจัดจ้านมากครับ มันมีความ “นีออน” นิดๆ ในฉากกลางคืน แต่ก็ยังคงความ “สมจริง” ในฉากกลางวัน การเคลื่อนกล้อง “หวือหวา” แต่ “ไม่เวียนหัว” (ซึ่งต่างจาก Hardcore Henry โดยสิ้นเชิง) มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความ “บ้าพลัง” ของผู้กำกับ กับ “สเกล” ของหนังระดับบล็อกบัสเตอร์
ฉากไล่ล่า (Car Chase) ก็ทำได้ถึงใจครับ มันอาจจะไม่ใช่ระดับ Mad Max แต่ความสร้างสรรค์ในการทำลายล้าง… โดยเฉพาะเมื่อมี “จอห์น ซีนา” อยู่หลังพวงมาลัย… มันคือความวินาศสันตะโรที่สนุกมากครับ!
เนื้อเรื่อง สูตรสำเร็จที่ “ยอมรับ” ว่าตัวเอง “สำเร็จรูป”
เอาล่ะครับ มาถึง “เนื้อเรื่อง” ที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่าเราจะไม่เน้นย่อ… เพราะอะไรน่ะเหรอครับ?
เพราะถ้าคุณเคยดูหนังแอ็กชัน-คู่หู มาแม้แต่เรื่องเดียวในชีวิต… คุณ “เดา” พล็อตของ Heads of State ได้ตั้งแต่ 15 นาทีแรกครับ!
มันมี “MacGuffin” (ของที่ทุกคนแย่งกัน) ที่เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำ มันมี “วายร้าย” ที่ต้องการใช้มันเพื่อครองโลก (หรือทำลายโลก) มันมี “การหักหลัง” ที่… อ่า… ถ้าคุณดูไม่ออกว่าใครคือตัวร้ายตัวจริง แสดงว่าคุณเพิ่งเคยดูหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชีวิต!
ใช่ครับ… พล็อตเรื่องนี้มัน “สำเร็จรูป” (Formulaic) แบบสุดๆ
แต่… และนี่คือ “แต่” ตัวใหญ่ๆ เลยนะครับ… หนังมัน “รู้ตัว” ครับ!
Heads of State ไม่ได้พยายามจะเป็นหนังชิงรางวัลออสการ์ มันไม่ได้พยายามจะ “ปฏิวัติ” วงการหนังสายลับ มันรู้ตัวว่ามันคือ “อาหารจานด่วน” (Junk Food) และเป้าหมายของมันคือการเป็น “เบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดในโลก”
และมันก็ทำสำเร็จครับ!
แทนที่จะเสียเวลาไปกับการสร้างพล็อตที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน (ซึ่งคนดูก็ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว) หนังเรื่องนี้เอาเวลาทั้งหมดไป “ทุ่ม” ให้กับสิ่งที่คนดู “อยากดู” นั่นคือ:
- การปะทะคารม (Banter): บทสนทนาในเรื่องนี้ “คม” และ “ตลก” มากครับ การที่เอลบาผู้เคร่งขรึมต้องมาต่อปากต่อคำกับซีนาที่พูดจาเหมือนเด็ก 10 ขวบ มันคือความสุขของคนดู การจิกกัดกันไปมาตลอดทั้งเรื่องคือ “เนื้อเรื่อง” ที่แท้จริงครับ
- สถานการณ์ที่บีบคั้น (Situational Comedy): หนังโยนทั้งสองคนเข้าไปในสถานการณ์ที่ “ผิดที่ผิดทาง” ตลอดเวลา เช่น การที่คนตัวใหญ่อย่างซีนาต้องปลอมตัวเป็นบริกร หรือการที่เอลบาผู้เนี้ยบกริบต้องไปอยู่ในฟาร์มหมู… ความตลกมันเกิดจาก “ปลาผิดน้ำ” นี่แหละครับ
- “แก่น” ของเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: ถ้าจะหา “แก่นเรื่อง” (Theme) จริงๆ มันก็คือเรื่อง “มิตรภาพ” แบบคลาสสิกนั่นแหละครับ การที่คนสองคนที่เกลียดขี้หน้ากันสุดๆ ต้องมาเรียนรู้ที่จะ “เชื่อใจ” กัน เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า มันคือสูตรสำเร็จที่ “ใช้ได้ผล” เสมอ
หนังเรื่องนี้มัน “ฉลาด” ตรงที่มันไม่พยายาม “ฉลาด” เกินตัวครับ มันยอมรับในความ “ซ้ำซาก” ของพล็อต และใช้มันเป็น “สนามเด็กเล่น” ให้ตัวละครทั้งสามได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
ดังนั้น ถ้าคุณถามผมเรื่อง “เนื้อเรื่อง”… ผมจะบอกว่า “พล็อต” น่ะธรรมดามาก แต่ “การเล่าเรื่อง” ผ่านเคมีของนักแสดงและฉากแอ็กชันน่ะ… “ยอดเยี่ยม” ครับ!

บทสรุป ความบันเทิง “บริสุทธิ์” ที่โลกรอคอย
ผู้นำสายบู๊กู้วิกฤต (Heads of State) ไม่ใช่หนังที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณครับ… แต่มันคือหนังที่จะทำให้ 2 ชั่วโมงในชีวิตคุณ “สนุก” แบบลืมหายใจ
มันคือการกลับมาของ “หนังคู่หูสายบู๊” ในยุค 90s ที่เราโหยหา แต่ถูกอัปเกรดด้วยงานแอ็กชันที่ “ดิบ” และ “ทันสมัย” ของอิลยา ไนชูลเลอร์
นี่คือหนังที่ “สมดุล” อย่างน่าทึ่ง… มันตลกจนคุณขำก๊าก แต่ก็บู๊จนคุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ มันคือหนังที่ ไอดริส เอลบา ได้โชว์ความเท่แบบสุดขีด มันคือหนังที่ จอห์น ซีนา ได้ตอกย้ำว่าเขาคืออัจฉริยะด้านคอเมดี้ และมันคือหนังที่ ปรียันกา โจปรา ได้พิสูจน์ว่าเธอคือ “เจ้านาย” ตัวจริง
ถ้าคุณกำลังมองหาหนังที่ “สนุก” โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ต้องคิดเยอะ แค่เอนหลังแล้วปล่อยให้ “เคมี” ของนักแสดงและ “ความบ้าคลั่ง” ของฉากแอ็กชันพัดพาคุณไป…
Heads of State คือ “คำตอบ” ครับ! นี่คือ “หนังปาร์ตี้” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของปี 2025 ครับ! movieseries