การเดินทางของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางไม่ได้มีเพียงแค่ในมังงะหรืออนิเมะซีรีส์หลักเท่านั้น แต่ยังถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ The Movie (เดอะมูฟวี่) ที่สร้างความประทับใจมาแล้วนับไม่ถ้วนตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา
บทความนี้จะพาทุกท่านไปย้อนรอยและรีวิวเจาะลึก One Piece The Movie ทั้ง 15 ภาค ตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่ลายเส้นยังคลาสสิก ไปจนถึงยุคปัจจุบันที่งานภาพอลังการระดับโลก พร้อมให้คะแนนรีวิวแบบจัดเต็ม เตรียมตัวกางใบเรือแล้วออกเดินทางไปพร้อมกันเลยครับ!

1. One Piece The Movie (2000) – ตำนานเกาะสมบัติเอลโดราโก้
เนื้อเรื่อง ภาพยนตร์เปิดตัวภาคแรกสุดของวันพีซ เล่าถึงช่วงเวลาที่กลุ่มหมวกฟางยังมีสมาชิกแค่ ลูฟี่, โซโล, นามิ และอุซป พวกเขาบังเอิญเข้าไปพัวพันกับตำนานขุมทรัพย์ของโจรสลัดในตำนาน “วูนัน” (Woonan) ซึ่งถูกซ่อนไว้บนเกาะแห่งหนึ่ง แต่การจะไปถึงสมบัตินั้น พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ “เอลโดราโก้” โจรสลัดผู้มีพลังผลปีศาจ ‘โกเอะ โกเอะ’ (ผลเสียงกัมปนาท) ที่ต้องการสมบัตินี้เช่นกัน รีวิว ภาคนี้ถือเป็นรสชาติแบบออริจินัลคลาสสิก งานภาพยังคงกลิ่นอายอนิเมะยุค 90 ปลายๆ เนื้อเรื่องเป็นเส้นตรง เข้าใจง่าย เน้นมิตรภาพและการผจญภัยแบบเบาสมอง แม้สเกลพลังและการต่อสู้จะยังไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับภาคหลังๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เห็นเคมีของลูกเรือยุคก่อตั้ง ถือเป็นภาคที่ดูเอาความอบอุ่นและคิดถึงวันวานได้อย่างดีเยี่ยม
- คะแนนรีวิว 6.5/10 (คลาสสิก ดูเพลิน แต่เนื้อเรื่องยังขาดความซับซ้อน)

2. Clockwork Island Adventure (2001) – การผจญภัยบนเกาะแห่งกลไก
เนื้อเรื่อง รีวิว One Piece The Movie ระหว่างที่กลุ่มหมวกฟางกำลังพักผ่อน เรือโกอิ้งแมรี่สุดที่รักกลับถูกขโมยไป! พวกเขาต้องตามรอยไปจนถึง “เกาะกลไก” (Clockwork Island) ที่ลอยอยู่บนฟ้า เกาะแห่งนี้ถูกปกครองโดยกลุ่มโจรสลัดทรัมป์ (Trump Pirates) ที่นำโดย “แบร์คิง” นอกจากเรือจะโดนขโมยแล้ว นามิยังถูกจับตัวไปเพื่อบังคับให้แต่งงานกับแบร์คิงอีกด้วย ลูฟี่และพรรคพวกจึงต้องบุกทะลวงหอคอยกลไกเพื่อทวงทุกอย่างคืนมา รีวิว ภาคนี้สนุกและมีสีสันกว่าภาคแรกมาก! มีการเพิ่ม “ซันจิ” เข้ามาในทีม ทำให้ไดนามิกของการต่อสู้มันส์ขึ้น การออกแบบเกาะกลไกมีความครีเอทีฟสูง กลิ่นอายของการบุกตะลุยด่านศัตรูทีละชั้นทำให้อารมณ์คล้ายกับการเล่นเกมแอ็กชัน เป็นมูฟวี่ยุคแรกที่ดึงเสน่ห์ของวันพีซออกมาได้ค่อนข้างกลมกล่อม ทั้งมุกตลก ฉากแอ็กชัน และความผูกพันที่มีต่อเรือแมรี่
- คะแนนรีวิว 7/10 (เนื้อเรื่องกระชับ ฉากต่อสู้เริ่มมีลูกเล่นมากขึ้น)

3. Chopper’s Kingdom on the Island of Strange Animals (2002) – เกาะแห่งสรรพสัตว์และราชันย์ช็อปเปอร์
เนื้อเรื่อง รีวิว One Piece The Movie เมื่อกลุ่มหมวกฟางเดินทางมาถึง “เกาะมงกุฎ” ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่พูดได้และไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ เหตุการณ์ไม่คาดฝันทำให้ช็อปเปอร์พลัดตกลงไปบนเกาะและถูกเหล่าสัตว์ยกย่องให้เป็น “ราชา” องค์ใหม่ ในขณะเดียวกัน “เคานต์บัตเลอร์” ตัวร้ายที่ต้องการช่วงชิงสมบัติและพลังแห่งเขาสัตว์บนเกาะนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น ช็อปเปอร์จึงต้องพิสูจน์ความกล้าหาญเพื่อปกป้องเพื่อนใหม่ของเขา รีวิว นี่คือภาคที่สร้างมาเพื่อเอาใจแฟนคลับคุณหมอประจำเรืออย่าง “ช็อปเปอร์” โดยเฉพาะ โทนเรื่องมีความเป็นนิทานสอนใจเกี่ยวกับความกล้าหาญและการยอมรับในตัวเอง แม้ตัวร้ายจะไม่ค่อยน่าจดจำและเนื้อเรื่องค่อนข้างเด็กไปสักนิด แต่ความน่ารักของช็อปเปอร์และการที่สมาชิกคนอื่นๆ คอยซัพพอร์ตอยู่ห่างๆ ก็ทำให้ภาคนี้ดูอบอุ่นหัวใจ
- คะแนนรีวิว 6/10 (น่ารัก สบายๆ แต่ตัวร้ายจืดชืดไปหน่อย)

4. Dead End Adventure (2003) – การผจญภัยที่เดดเอนด์
เนื้อเรื่อง กลุ่มหมวกฟางที่กำลังถังแตกขั้นสุด ได้บังเอิญเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบโจรสลัดใต้ดินสุดอันตราย “Dead End Race” เพื่อชิงเงินรางวัลมหาศาล กติกาคือทำยังไงก็ได้ให้ถึงเส้นชัยเป็นคนแรก แต่คู่แข่งตัวฉกาจของพวกเขาคือ “กัสปาร์เด้” อดีตทหารเรือที่ผันตัวมาเป็นโจรสลัดจอมโหด ผู้ครอบครองพลังผลปีศาจ ‘อาเมะ อาเมะ’ (ผลลูกอมเหลว) รีวิว ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ One Piece The Movie! ภาคนี้ดาร์กขึ้น จริงจังขึ้น และสนุกมาก การออกแบบบรรยากาศบาร์ใต้ดินและการแข่งเรือให้ความรู้สึกเหมือนหนังโจรสลัดแท้ๆ ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและเล่ห์เหลี่ยม ชิไรยะ ตัวละครสมทบในภาคนี้ก็มีมิติ กัสปาร์เด้ถือเป็นบอสตัวแรกในเดอะมูฟวี่ที่ทำให้เรารู้สึกถึงความสิ้นหวังและการต่อสู้ที่ต้องใช้กึ๋นของลูฟี่ เป็นภาคแรกที่ควรค่าแก่การขึ้นหิ้ง!
- คะแนนรีวิว 8.5/10 (บรรยากาศยอดเยี่ยม แอ็กชันดิบเถื่อนและสนุกมาก)

5. The Cursed Holy Sword (2004) – วันพีซ ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสาป
เนื้อเรื่อง รีวิว One Piece The Movie เรื่องราวโฟกัสไปที่ “โซโล” เมื่อเขาหายตัวไปอย่างลึกลับบนเกาะอาสึกะ ก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะศัตรูที่เข้าโจมตีเพื่อนร่วมเรือ นำไปสู่การค้นพบอดีตเพื่อนเก่าของโซโล “ซากะ” ซึ่งถูกครอบงำโดย “ดาบเจ็ดดาว” (Shichiseiken) ดาบมารที่กลืนกินวิญญาณของผู้ใช้ กลุ่มหมวกฟางจึงต้องหาทางปลดแอกคำสาปและดึงตัวโซโลกลับมาให้ได้ รีวิว แม้พล็อตเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจะน่าสนใจ และการได้เห็นอดีตของโซโลเป็นเรื่องที่ดึงดูดแฟนคลับ แต่การเล่าเรื่องและการตีความคาแรคเตอร์ของโซโลในภาคนี้ดูหลุดขอบเขต (Out of character) ไปพอสมควร โซโลดูยอมทำตามซากะง่ายเกินไปจนขัดกับความภักดีที่มีต่อลูฟี่ อย่างไรก็ตาม ฉากดวลดาบในเรื่องนี้ทำออกมาได้สวยงามและมีบรรยากาศความขลังแบบซามูไร
- คะแนนรีวิว 6.5/10 (ฉากแอ็กชันดาบเท่ แต่คาแรคเตอร์ตัวละครขัดแย้งกับมังงะหลัก)

6. Baron Omatsuri and the Secret Island (2005) – เกาะลับแห่งบารอนโอมัตสึริ
เนื้อเรื่อง รีวิว One Piece The Movie ลูฟี่และลูกเรือเดินทางไปพักร้อนที่เกาะตากอากาศ รีสอร์ทโอมัตสึริ แต่กลับถูก “บารอน โอมัตสึริ” ท้าทายให้เล่นเกมประหลาดเพื่อแลกกับการพักผ่อน ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มวิปลาส ลูกเรือหมวกฟางเริ่มทะเลาะและแตกคอกันเองทีละคนจนหายตัวไปในที่สุด ลูฟี่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันมืดมิดและสยดสยองที่ซ่อนอยู่บนเกาะแห่งนี้เพียงลำพัง รีวิว นี่คือเดอะมูฟวี่ที่แปลก ดาร์ก และหลอนที่สุดของวันพีซ! กำกับโดย Mamoru Hosoda (ผู้กำกับ Summer Wars, The Girl Who Leapt Through Time) งานภาพจะดูแปลกตา เส้นสายไม่เนี้ยบแต่พลิ้วไหว ช่วงแรกหนังหลอกเราด้วยมุกตลกฮาแตก ก่อนจะค่อยๆ หักเลี้ยวเข้าสู่ความสยองขวัญเชิงจิตวิทยา การแตกหักของลูกเรือทำเอาคนดูใจหาย และฉากไคลแม็กซ์ที่เต็มไปด้วยความสูญเสียนั้นทรงพลังมาก ใครชอบแนวปวดตับ นี่คือ Masterpiece ที่ห้ามพลาด
- คะแนนรีวิว 9/10 (งานอาร์ตสุดยอด ดาร์กจับใจ ฉีกกฎวันพีซแบบเดิมๆ)

7. The Giant Mechanical Soldier of Karakuri Castle (2006) – ทหารหุ่นยนต์ยักษ์แห่งปราสาทคาราคุริ
เนื้อเรื่อง รีวิว One Piece The Movie กลุ่มหมวกฟางงมสมบัติได้หีบใบหนึ่ง แต่เปิดมาเจอหญิงชรา เธอจึงสัญญาว่าจะมอบ “มงกุฎทองคำ” ให้หากพาเธอกลับไปที่เกาะเมกะ (Mecha Island) เมื่อไปถึง พวกเขาได้พบกับ “แรทเชต” ลอร์ดผู้ปกครองเกาะที่คลั่งไคล้เครื่องจักรกล และต้องไขปริศนากลไกทั้งเกาะเพื่อค้นหาสมบัติที่แท้จริง รีวิว กลับมาสู่โทนสดใสและการผจญภัยสไตล์ไขปริศนาอีกครั้ง ภาคนี้จุดเด่นอยู่ที่กลไกต่างๆ บนเกาะที่ออกแบบมาได้อลังการและสนุก การปะทะกับหุ่นยนต์ยักษ์ให้อารมณ์เหมือนดูการ์ตูนหุ่นยนต์ซูเปอร์โรบอท นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญที่แฟนๆ กรี๊ดคือ เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของระบบ “เกียร์ 2” (Gear 2) ของลูฟี่ในรูปแบบเดอะมูฟวี่ แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้ลึกซึ้งมาก แต่ความบันเทิงจัดเต็ม
- คะแนนรีวิว 7.5/10 (สนุก ดูเพลิน งานภาพสวย และมีฉากเกียร์ 2 ที่เท่มาก)

8. Episode of Alabasta The Desert Princess and the Pirates (2007) – เจ้าหญิงแห่งทะเลทรายและโจรสลัด
เนื้อเรื่อง ภาพยนตร์รวบยอด (Recap Movie) ที่นำเนื้อเรื่องภาคอาณาจักรอลาบาสตาในมังงะ/อนิเมะมาเล่าใหม่ให้จบภายในชั่วโมงครึ่ง เรื่องราวการต่อสู้ของวีวี่และกลุ่มหมวกฟางเพื่อหยุดยั้งแผนการยึดครองประเทศของ 1 ใน 7 เทพโจรสลัด “คร็อกโคไดล์” รีวิว เนื่องจากเป็นการพยายามบีบอัดเนื้อหาที่ยาวเกือบ 40 ตอนให้เหลือแค่เวลาภาพยนตร์ ทำให้จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างรีบเร่ง หลายฉากสำคัญถูกตัดออกไป แต่ข้อดีคืองานภาพถูกวาดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ทำให้ฉากสู้ของลูฟี่กับคร็อกโคไดล์ และฉากชูแขนที่มีเครื่องหมายกากบาทตอนจบนั้นคมชัดและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่อยากรื้อฟื้นความทรงจำแบบรวดเร็ว
- คะแนนรีวิว 7/10 (ภาพสวย คลาสสิก แต่เล่าเรื่องรวบรัดเกินไป)

9. Episode of Chopper Plus Bloom in Winter, Miracle Sakura (2008) – ปาฏิหาริย์ดอกซากุระบานในฤดูหนาว
เนื้อเรื่อง นี่คือการเล่าใหม่แบบ What-If ของอาร์คเกาะดรัม (ช่วงรับช็อปเปอร์ขึ้นเรือ) โดยสมมติว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรับแฟรงกี้และโรบินขึ้นเรือแล้ว และเรือโกอิ้งแมรี่เปลี่ยนเป็นเทาซันด์ซันนี่แล้วจะเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังเพิ่มตัวร้ายใหม่คือ “มัชชูรุ” พี่ชายของวาโปลูที่มีพลังผลปีศาจเชื้อราเข้ามาด้วย รีวิว เป็นภาคที่นำความตับพังและน้ำตาซึมของเรื่องราวต้นกำเนิดช็อปเปอร์และหมอฮิลลุคมาขยี้ใหม่ งานภาพสวยงามขึ้นมาก การปรับเปลี่ยนไทม์ไลน์และเพิ่มตัวละครทำให้ออกมาสดใหม่ ไม่รู้สึกซ้ำซากจนเกินไป ฉากดอกซากุระบานตอนจบยังคงเป็นหนึ่งในฉากที่เรียกน้ำตาแฟนวันพีซได้เสมอไม่ว่าจะดูกี่ครั้ง
- คะแนนรีวิว 8/10 (งานภาพสวย เล่าเรื่องดี ซึ้งกินใจ)

10. One Piece Film Strong World (2009) – ผจญภัยเหนือหล้า ท้าโลก
เนื้อเรื่อง ตำนานบทใหม่เริ่มต้นเมื่อ “ชิกิ ราชสีห์ทองคำ” โจรสลัดระดับตำนานในอดีตผู้เคยปะทะกับราชาโจรสลัดโรเจอร์ ได้ลักพาตัว “นามิ” ไปเป็นต้นหนเรือบนเกาะลอยฟ้าสุดไฮเทคของเขา กลุ่มหมวกฟางจึงต้องจัดเต็มสูทดำปืนกล บุกเข้าปะทะกับกองทัพสัตว์ประหลาดและชิกิเพื่อชิงตัวต้นหนเรือกลับมา รีวิว ก้าวสำคัญและเปลี่ยนโฉมหน้ามูฟวี่ของวันพีซไปตลอดกาล! นี่คือภาคแรกที่ อ.เออิจิโร่ โอดะ (Eiichiro Oda) ลงมาดูแลบทบาทและกำกับเนื้อหาด้วยตัวเองทั้งหมด สเกลการต่อสู้ยิ่งใหญ่ ความขลังของตัวร้ายระดับตำนานอย่างชิกิ และการปรากฏตัวของลูกเรือทุกคนในชุดสูทที่บุกเข้าไปยิงกราดยังคงเป็นที่จดจำ เป็นมูฟวี่ที่อิ่มเอมใจ แอ็กชันมันส์ และฮาแบบครบสูตรจริงๆ
- คะแนนรีวิว 9.5/10 (คลาสสิก สมบูรณ์แบบ จัดจ้านที่สุด!)

11. One Piece 3D Straw Hat Chase (2011) – ผจญภัยล่าหมวกฟางสุดขอบฟ้า
เนื้อเรื่อง หนังสั้นความยาวประมาณ 30 นาที เป็นการสร้างด้วยเทคโนโลยี 3D CGI ครั้งแรกของวันพีซ! วันหนึ่งหมวกฟางสุดรักสุดหวงของลูฟี่หายไป และพบว่าถูกขโมยโดยนกประหลาด ลูฟี่และลูกเรือจึงต้องไล่ล่าฟัดกับทหารเรือกลางทะเลเพื่อเอาของสำคัญชิ้นนี้กลับคืนมา รีวิว ภาคนี้มาในรูปแบบ 3D Animation ซึ่งอาจจะไม่คุ้นตาแฟนการ์ตูน 2D สักเท่าไร แต่ข้อดีคืองานภาพลื่นไหล แอ็กชันของลูฟี่ตอนไล่ล่านกทะลุช่องแคบและเรือทหารสนุกมาก ด้วยเวลาที่จำกัดจึงเน้นไปที่ความแอ็กชันตลกโปกฮาของกลุ่มหมวกฟางโดยไม่ได้มีเนื้อหาซับซ้อน หรือความดราม่าอะไร เหมาะสำหรับดูคั่นเวลาเพลินๆ
- คะแนนรีวิว 6.5/10 (งานภาพ 3D สวย แต่เนื้อหาเบาบาง)

12. One Piece Film Z (2012) – วันพีซ ฟิล์ม แซด
เนื้อเรื่อง นี่คือการปรากฏตัวของศัตรูที่เรียกน้ำตาที่สุด! “เซเฟอร์” (Z) อดีตพลเรือเอกกองทัพเรือผู้สูญเสียทุกสิ่งจากน้ำมือโจรสลัด ได้ก่อตั้งกลุ่ม “นีโอ มารีน” และมุ่งมั่นที่จะทำลายยุคสมัยโจรสลัดทั้งหมดด้วยการระเบิดศูนย์กลางทะเลนิวเวิลด์ (End Points) ซึ่งจะทำให้โจรสลัดทั้งหมดรวมถึงลูฟี่พินาศ ลูฟี่ต้องเผชิญหน้ากับความยุติธรรมอันโหดร้ายของเซเฟอร์ รีวิว เป็นภาพยนตร์วันพีซที่ดีที่สุดในสายตาแฟนคลับหลายๆ คน! อ.โอดะ เป็นโปรดิวเซอร์อีกครั้ง ตัวร้ายอย่าง “Z” ไม่ใช่แค่ตัวเลวร้ายแบนๆ แต่มีมิติ มีเหตุผล และมีอุดมการณ์ที่แตกสลายจนคนดูอดสงสารและเข้าใจไม่ได้ การต่อสู้ช่วงท้ายระหว่างลูฟี่และ Z ที่ซัดกันด้วยหมัดล้วนๆ (พร้อมเพลง Ocean Guide) ทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เป็นเดอะมูฟวี่ที่โคตรแมน โคตรเท่ และตราตรึงใจที่สุด
- คะแนนรีวิว 10/10 (ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อเรื่อง อารมณ์ และแอ็กชัน ตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุด)

13. One Piece Film Gold (2016) – วันพีซ ฟิล์ม โกลด์
เนื้อเรื่อง กลุ่มหมวกฟางบุกเข้าสู่ “แกรนเตโซโร” นครหลวงแห่งความบันเทิงและคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ปกครองโดยชายผู้มีพลังผลทองคำ “กิลด์ เตโซโร” ที่สามารถควบคุมทองได้ดั่งใจนึก เมื่อลูกเรือโดนโกงจนติดหนี้มหาศาลและโซโลถูกจับเป็นตัวประกัน ลูฟี่และเพื่อนๆ จึงต้องวางแผนปล้นระดับโลก เพื่อเอาคืนมหาเศรษฐีแห่งโลกมืดคนนี้ รีวิว ภาคนี้เปลี่ยนบรรยากาศการผจญภัยแบบเดิมๆ มาเป็นหนังโจรกรรมสไตล์ Heist (แนวเดียวกับหนังปล้นคาสิโนอย่าง Ocean’s Eleven) เพลงเปิดอลังการ บรรยากาศหรูหราฟู่ฟ่า เต็มไปด้วยตัวละครรับเชิญมากมาย (เช่น ซาโบ และลุจจิ) แม้เรื่องจะเน้นแผนการ แต่พอถึงช่วงท้ายลูฟี่ปะทะกับเตโซโร สเกลพลังเวอร์วังสมฐานะภาคที่มีเงินสะพัดที่สุด เป็นภาคที่บันเทิงเริงใจครบรส
- คะแนนรีวิว 8.5/10 (บรรยากาศหนังปล้นสนุก แปลกใหม่ แอ็กชันอลังการงานสร้าง)

14. One Piece Stampede (2019) – วันพีซ สแตมปีด
เนื้อเรื่อง นี่คืองานเทศกาลโจรสลัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก! กลุ่มหมวกฟางและซูเปอร์โนวาทุกคนแห่กันมาที่นี่เพื่อล่าสมบัติลับของ “โรเจอร์” ทว่าทุกอย่างคือกับดักของอดีตลูกเรือราชาโจรสลัด “ดักลาส บุลเล็ต” บุรุษผู้สืบทอดสายเลือดปีศาจ ที่ออกมาเพื่อบดขยี้โจรสลัดและทหารเรือทุกคนให้ราบคาบ รีวิว ฉลองครบรอบ 20 ปีอนิเมะวันพีซ นี่คือ The Avengers แห่งโลกโจรสลัด! ตัดความซับซ้อนของเนื้อเรื่องทิ้งไป แล้วอัดแอ็กชันสุดมันส์รัวๆ ตลอด 2 ชั่วโมง แฟนเซอร์วิสจัดเต็ม ทุกตัวละครตั้งแต่ซูเปอร์โนวา, 7 เทพโจรสลัด, กองทัพเรือ, และคณะปฏิวัติ มาปรากฏตัวรวมกันหมด ฉากสู้คือที่สุดของความวายป่วง ลูฟี่ ซาโบ แฮนค็อก ลอว์ สโมคเกอร์ บากี้ อัดสกิลอัลติเมตใส่บุลเล็ตกันแบบไม่ยั้ง ใครชอบความมันส์ระดับสิบกะโหลก ห้ามพลาด!
- คะแนนรีวิว 9.5/10 (แอ็กชันจัดเต็ม สเกลการสู้ยิ่งใหญ่ระดับจักรวาลวันพีซ แฟนเซอร์วิส 100%)

15. One Piece Film Red (2022) – วันพีซ ฟิล์ม เรด
เนื้อเรื่อง ความลับของแชงคูสถูกเปิดเผย! เมื่อลูกสาวของสี่จักรพรรดิแชงคูส “อูตะ” ศิลปินไอดอลหญิงที่โด่งดังที่สุดในโลก ได้จัดคอนเสิร์ตครั้งใหญ่บนเกาะเอเลเจีย ลูฟี่และกลุ่มหมวกฟางจึงเดินทางไปร่วมงาน ทว่าเบื้องหลังเสียงเพลงอันไพเราะของเธอคือพลังแห่งผลอุตะอุตะ ที่ซ่อนแผนการสุดช็อก “ยุคสมัยใหม่” ที่ปราศจากความเจ็บปวดไว้ รีวิว นี่คือมูฟวี่ที่ ทำเงินสูงสุดตลอดกาลของแฟรนไชส์! และฉีกกฎเกณฑ์ทุกอย่าง เพราะมันคือภาพยนตร์แนวมิวสิคัล (Musical) อนิเมะ ที่จัดเต็มเพลงร้องโดย Ado กว่า 7 เพลง ภาคนี้อาจจะแบ่งฐานคนดูชัดเจน ใครที่รักเสียงเพลงจะชอบอูตะและเนื้อหาที่ดราม่าบาดลึกมากๆ แต่ใครที่หวังแอ็กชันแบบสแตมปีดอาจจะรู้สึกขัดใจช่วงครึ่งแรกเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ช่วงไคลแมกซ์ที่แชงคูสโชว์เทพ และการประสานงานของพ่อลูก แชงคูส-ลูฟี่ ผ่านโลกแห่งความจริงและโลกมิติเสียงเพลง ทำเอาขนลุกซู่ เป็นเดอะมูฟวี่ที่ทรงอิทธิพลและน่าจดจำที่สุดในยุคหลังนี้
- คะแนนรีวิว 9/10 (เพลงเพราะระดับเทพ เนื้อเรื่องสะเทือนอารมณ์ และบทบาทแชงคูสที่ทุกคนรอคอย)
บทสรุปการผจญภัย
ตลอดการฉาย The Movie ทั้ง 15 ภาคของวันพีซ เราจะเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดด ทั้งลายเส้น สเกลพลัง รวมถึงการหยิบยกประเด็นในเนื้อเรื่องหลักมาต่อยอดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยุคคลาสสิกที่แฝงไปด้วยความรู้สึกคิดถึง หรือยุคบุกเบิกบล็อกบัสเตอร์ตั้งแต่ Strong World เป็นต้นมา การันตีได้เลยว่า “One Piece” จะเป็นตำนานที่ขับเคลื่อนความสนุกในโลกภาพยนตร์แอนิเมชันญี่ปุ่นไปอีกนานแสนนาน movieseries