มหากาพย์การเดินทางหน้าจอเงิน รีวิวเจาะลึกโปเกมอนเดอะมูฟวี่ 1 – 19
ถ้าพูดถึงแฟรนไชส์แอนิเมชันที่เติบโตมาพร้อมกับเด็กๆ ทั่วโลก “โปเกมอน” คือชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง นอกจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ออกอากาศมาอย่างยาวนานแล้ว “โปเกมอนเดอะมูฟวี่” ยังเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ประจำปีที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย เพราะมันหมายถึงงานภาพที่อลังการขึ้น เนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น และการปรากฏตัวของ “โปเกมอนในตำนาน” ที่ทรงพลัง
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอยความทรงจำ นั่งไทม์แมชชีนกลับไปรีวิวและให้คะแนนโปเกมอนเดอะมูฟวี่ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคที่ 19 แบบเจาะลึกทีละภาค เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับซาโตชิและพิคาชูกันเลยครับ!
ย้อนรอยความทรงจำกับรีวิว โปเกมอน เดอะมูฟวี่ Pokemon The Movie

1. ความแค้นของมิวทู (Mewtwo Strikes Back – 1998)
- รีวิว Pokemon The Movie เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้สร้าง “มิวทู” โปเกมอนโคลนนิ่งจากดีเอ็นเอของ “มิว” โปเกมอนมายา มิวทูเกิดมาพร้อมกับคำถามถึงตัวตนของตัวเองและโกรธแค้นมนุษย์ที่สร้างตนขึ้นมาเป็นเพียงเครื่องมือ จึงได้จัดการประลองเพื่อเชิญเหล่าเทรนเนอร์ที่เก่งกาจ (รวมถึงซาโตชิ) มาที่เกาะของตน เพื่อพิสูจน์ว่าโปเกมอนโคลนนิ่งนั้นเหนือกว่าโปเกมอนต้นฉบับ
- รีวิว นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทรงพลังที่สุดของมูฟวี่โปเกมอน เนื้อหาแฝงไปด้วยปรัชญาที่หนักหน่วงเกี่ยวกับ “คุณค่าของการมีชีวิต” และ “ตัวตน” ฉากที่ซาโตชิวิ่งเข้าไปขวางพลังของมิวและมิวทูจนกลายเป็นหิน และน้ำตาของเหล่าโปเกมอนที่หลั่งไหลออกมาเพื่อชุบชีวิตเขา ถือเป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนอารมณ์และคลาสสิกที่สุดในประวัติศาสตร์อนิเมะ
- คะแนน 9.5/10 (คลาสสิกขึ้นหิ้ง แฝงปรัชญาที่ลึกซึ้ง)

2. ลูเกีย จ้าวแห่งทะเลลึก (The Power of One – 1999)
- รีวิว Pokemon The Movie ซาโตชิเดินทางมาถึงเกาะออเรนจ์และถูกเลือกให้เป็น “ผู้ควบคุม” ตามตำนานท้องถิ่น ในขณะเดียวกัน นักสะสมวายร้ายได้พยายามจับนกในตำนานทั้งสาม (ไฟเยอร์, ธันเดอร์, ฟรีเซอร์) ทำให้สมดุลของโลกเสียไป สภาพอากาศปั่นป่วน ซาโตชิต้องรวบรวมขุมพลังแห่งไฟ สายฟ้า และน้ำแข็ง เพื่อเรียก “ลูเกีย” จ้าวแห่งท้องทะเลมาช่วยกู้โลก
- รีวิว ภาคนี้สเกลเรื่องใหญ่ระดับกู้โลกอย่างแท้จริง โดดเด่นที่ซาวด์แทร็กสุดไพเราะอลังการ และข้อคิดที่ว่า “แม้จะเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ (The Power of One) ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้” ฉากการต่อสู้อาจจะดูชุลมุนไปนิด แต่โดยรวมคือสนุกและตื่นเต้นมาก
- คะแนน 8.5/10 (สเกลใหญ่ เพลงประกอบยอดเยี่ยม)

3. ผจญภัยบนหอคอยปีศาจ (Spell of the Unown Entei – 2000)
- รีวิว Pokemon The Movie หนูน้อย “มีมี่” ที่สูญเสียพ่อไป ได้ปลุกพลังของ “อันโนน” โปเกมอนปริศนาขึ้นมาโดยบังเอิญ อันโนนได้สร้าง “เอ็นเต้” โปเกมอนในตำนานขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นพ่อจำลองให้กับเธอ และสร้างปราสาทคริสตัลที่กลืนกินเมือง ก้าวร้าวไปถึงขั้นลักพาตัวแม่ของซาโตชิไปเป็นแม่ของมีมี่ ซาโตชิจึงต้องบุกเข้าไปช่วยเหลือ
- รีวิว มูฟวี่ภาคนี้มีโทนเรื่องที่หม่นและเน้นไปที่ความรู้สึกโดดเดี่ยวของเด็กคนหนึ่ง ถือเป็นภาคที่มีมิติทางอารมณ์สูงมาก การเล่าเรื่องเกี่ยวกับการก้าวข้ามความสูญเสียทำได้ดีเยี่ยม ฉากแอ็กชันระหว่างลิซาร์ดอนของซาโตชิปะทะกับเอ็นเต้คือความมันส์ระดับตำนาน
- คะแนน 8.5/10 (ดราม่าครอบครัวเข้มข้น งานภาพคริสตัลสวยงาม)

4. ย้อนเวลาตามล่าเซเลบี (Celebi Voice of the Forest – 2001)
- รีวิว Pokemon The Movie “เซเลบี” โปเกมอนข้ามเวลาได้พาเด็กหนุ่มชื่อ “ยูคินาริ” ข้ามเวลาจากอดีตมายังปัจจุบันเพื่อหนีจากการตามล่า ทั้งคู่ได้พบกับพวกซาโตชิ แต่แล้วก็ถูกวายร้ายจากแก๊งร็อคเก็ตที่มี “ดาร์กบอล” (โปเกมอนบอลที่เปลี่ยนโปเกมอนให้ชั่วร้ายและแข็งแกร่งขึ้น) ตามล่าเซเลบี ซาโตชิและยูคินาริจึงต้องร่วมมือกันปกป้องผืนป่า
- รีวิว เป็นภาคที่นำเสนอเรื่องราวของการปกป้องธรรมชาติ ผสมผสานกับพล็อตข้ามเวลาได้อย่างลงตัว ความน่าสนใจคือการปรากฏตัวของ “ซุยคุน” ที่สง่างาม และจุดหักมุมตอนท้ายเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของยูคินาริ (ซึ่งก็คือดร.ออคิดในวัยเด็ก) ที่ทำให้แฟนๆ อมยิ้มไปตามๆ กัน
- คะแนน 8.0/10 (พล็อตข้ามเวลาอบอุ่นหัวใจ ใส่ใจธรรมชาติ)

5. เทพพิทักษ์แห่งนครสายน้ำ (Pokémon Heroes Latios and Latias – 2002)
- รีวิว Pokemon The Movie เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมือง “อัลโตแมร์” เมืองแห่งสายน้ำที่ได้แรงบันดาลใจจากเวนิส ซาโตชิได้บังเอิญเข้าไปพัวพันกับสองพี่น้องโปเกมอนในตำนาน “ลาติออส” และ “ลาติอาส” ที่ทำหน้าที่ปกป้องเมืองจากสองโจรสาวที่ต้องการขโมย “หยาดน้ำค้างแห่งวิญญาณ” ขุมพลังที่ควบคุมระบบป้องกันของเมือง
- รีวิว งานภาพของเมืองอัลโตแมร์สวยงามตระการตามาก บรรยากาศโรแมนติกและลึกลับ ดนตรีประกอบมีกลิ่นอายอิตาลีที่ไพเราะจับใจ เนื้อเรื่องช่วงท้ายมีความดราม่าและตับพังมากที่สุดภาคหนึ่งของการเสียสละ เป็นหนังโปเกมอนที่งดงามในแง่ของศิลปะและอารมณ์
- คะแนน 9.0/10 (งานภาพและดนตรีไร้ที่ติ ฉากจบเป็นที่จดจำ)

6. คำอธิษฐานแห่งดวงดาว (Jirachi Wish Maker – 2003)
- รีวิว Pokemon The Movie ดาวหางแห่งพันปีโคจรมาเยือนโลก นำมาซึ่งการตื่นขึ้นของ “จิราชิ” โปเกมอนแห่งคำอธิษฐานที่จะตื่นขึ้นมาเพียง 7 วัน จิราชิได้ผูกมิตรกับ “มาซาโตะ” (น้องชายของฮารุกะ) ในขณะเดียวกัน อดีตนักวิทยาศาสตร์ของแก๊งแม็กม่าได้พยายามใช้พลังของจิราชิเพื่อสร้าง “กราดอน” ขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดอสูรกายที่กลืนกินทุกสิ่ง
- รีวิว เข้าสู่ยุคแอดวานซ์เจเนอเรชัน (AG) มูฟวี่นี้เน้นมิตรภาพระหว่างมาซาโตะและจิราชิเป็นหลัก สร้างความผูกพันภายในเวลาจำกัด 7 วันได้ดี แต่ตัวร้ายในช่วงท้ายที่เป็นกราดอนเทียมนั้นดูแปลกประหลาดและน่ากลัว (สยองขวัญแบบแปลกๆ) ไปสักหน่อย
- คะแนน 7.5/10 (มิตรภาพน่ารักน่าชัง แต่บอสตัวสุดท้ายดูหลุดธีมไปนิด)

7. เดโอคิซิส ปะทะ เรคคูซ่า (Destiny Deoxys – 2004)
- รีวิว Pokemon The Movie อุกกาบาตตกลงมาบนโลกพร้อมกับโปเกมอนจากต่างดาว “เดโอคิซิส” ทำให้ “เรคคูซ่า” ผู้พิทักษ์ชั้นบรรยากาศโกรธจัดและเข้าโจมตี 4 ปีต่อมา ซาโตชิเดินทางมาที่เมืองไฮเทคสุดล้ำ และต้องเผชิญหน้ากับเดโอคิซิสที่กลับมาตามหาเพื่อนของมัน พร้อมกับการปรากฏตัวของเรคคูซ่าที่ตามมาล้างแค้น เปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นสมรภูมิ
- รีวิว ภาคนี้จัดเต็มเรื่องแอ็กชันและความล้ำยุค ฉากการต่อสู้ระหว่างเรคคูซ่าและเดโอคิซิสนั้นดุเดือดและรวดเร็ว เนื้อเรื่องยังสอนเรื่องการเอาชนะความกลัวของตัวละครสมทบ (โทโออิ) เป็นภาคที่ดูสนุก เพลินๆ โดดเด่นที่การออกแบบเมืองและฉากต่อสู้
- คะแนน 8.0/10 (แอ็กชันไซไฟจัดเต็ม ฉากสู้สนุกมาก)

8. มิวและอัศวินคลื่นพลัง (Lucario and the Mystery of Mew – 2005)
- เนื้อเรื่อง หลายร้อยปีก่อน “ลูคาริโอ้” โปเกมอนของอัศวิน “อารอน” ถูกขังไว้ในไม้เท้าเพื่อปกป้องเขาจากสงคราม ในยุคปัจจุบัน ลูคาริโอ้ถูกปลุกขึ้นมาและพบว่าเจ้านายทิ้งเขาไป ลูคาริโอ้ต้องร่วมมือกับซาโตชิ (ที่มีคลื่นพลังวิญญาณคล้ายอารอน) เดินทางไปยังต้นไม้แห่งจุดเริ่มต้นเพื่อตามหาพิคาชูที่ถูก “มิว” พาตัวไป
- รีวิว นี่คือหนึ่งในมูฟวี่ที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์! เนื้อเรื่องมีความลึกซึ้งเกี่ยวกับการถูกหักหลัง ความไว้ใจ และความผูกพันระหว่างนายกับโปเกมอน ลูคาริโอ้เป็นตัวละครที่มีมิติมาก ฉากไคลแม็กซ์ท้ายเรื่องที่เฉลยความจริงของอัศวินอารอนและการกระทำของลูคาริโอ้สามารถเรียกน้ำตาจากผู้ชมได้สบายๆ
- คะแนน 9.5/10 (สมบูรณ์แบบทั้งเนื้อเรื่อง แอ็กชัน และอารมณ์ความรู้สึก)

9. โปเกมอนเรนเจอร์กับเจ้าชายมานาฟี่ (Pokémon Ranger and the Temple of the Sea – 2006)
- รีวิว Pokemon The Movie ไข่ของ “มานาฟี่” เจ้าชายแห่งท้องทะเล ถูกกลุ่มโจรสลัดขโมยไป โปเกมอนเรนเจอร์หนุ่ม “แจ็คกี้” ได้รับภารกิจให้ปกป้องไข่ใบนี้และได้เจอกับพวกซาโตชิ เมื่อมานาฟี่ฟักออกมา มันคิดว่า “ฮารุกะ” เป็นแม่ของมัน ทั้งกลุ่มต้องเดินทางไปยังวิหารใต้สมุทร “อัคช่า” ก่อนที่โจรสลัดจะชิงสมบัติแห่งท้องทะเลไป
- รีวิว เป็นภาคที่เน้นการผจญภัยในท้องทะเลที่สดใสและสวยงาม (CGI น้ำทำได้ดีมากในยุคนั้น) โฟกัสไปที่ความสัมพันธ์แบบแม่ลูกระหว่างฮารุกะกับมานาฟี่ แม้เนื้อเรื่องจะค่อนข้างสูตรสำเร็จ แต่ฉากจบที่ซาโตชิสวมบทฮีโร่กอบกู้วิหารใต้ทะเลก็ถือว่าเท่และน่าจดจำ
- คะแนน 7.5/10 (ภาพใต้น้ำสวยงาม ผจญภัยดูเพลินๆ)

10. ดาร์คไร ฝันร้าย โปเกมอนปริศนา (The Rise of Darkrai – 2007)
- เนื้อเรื่อง เข้าสู่ยุค Diamond & Pearl (DP) ซาโตชิเดินทางมาที่เมืองอาราโมส เมืองแห่งหอคอยคู่ แต่เมืองกลับถูกปกคลุมด้วยหมอกปริศนาและฝันร้าย ชาวเมืองโทษว่าเป็นฝีมือของ “ดาร์คไร” โปเกมอนสุดหลอน แต่แท้จริงแล้ว มิติของเมืองกำลังถูกบิดเบือนจากการต่อสู้ของเทพเจ้าแห่งเวลา “ดิอัลก้า” และเทพเจ้าแห่งมิติ “พัลเกีย” ดาร์คไรคือผู้ที่พยายามปกป้องเมืองนี้ต่างหาก!
- รีวิว ภาคเปิดไตรภาค DP ที่ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และอลังการ ดาร์คไรคือภาพจำของแอนตี้ฮีโร่ที่ถูกเข้าใจผิด ยอมสละตัวเองเพื่อปกป้องเมือง ฉากต่อสู้ของพัลเกียและดิอัลก้าดุดัน เพลงประกอบ “Oracion” ในฉากไคลแม็กซ์คือมาสเตอร์พีซที่ช่วยยกระดับความรู้สึกให้ขนลุกและตื้นตัน
- คะแนน 9.0/10 (อลังการ หักมุมอารมณ์ดีเยี่ยม เพลง Oracion คือที่สุด)

11. กิราติน่า กับช่อดอกไม้แห่งท้องนภา เชมิน (Giratina and the Sky Warrior – 2008)
- รีวิว Pokemon The Movie ผลจากการต่อสู้ในภาคที่แล้ว ทำให้ “โลกพลิกผัน” (Reverse World) ของ “กิราติน่า” แปดเปื้อน กิราติน่าจึงโกรธและดึงดิอัลก้าเข้ามาในโลกของตน ในขณะเดียวกัน โปเกมอนเม่นน้อยจอมหยิ่ง “เชมิน” ก็จับพลัดจับผลูเข้ามาพัวพันกับซาโตชิ พวกเขาต้องหาทางกลับไปยังทุ่งดอกไม้ของเชมิน พร้อมกับหยุดยั้งวายร้ายที่ต้องการฮุบพลังของกิราติน่าเพื่อครองโลกพลิกผัน
- รีวิว ภาคต่อของมหากาพย์ DP นำเสนอไอเดียของมิติโลกคู่ขนานได้อย่างน่าสนใจ เชมินเป็นตัวละครที่ปากแจ๋วและสร้างสีสัน (ความน่ารำคาญที่ค่อยๆ กลายเป็นความน่ารัก) ได้ดี แอ็กชันสู้กันข้ามมิติทำได้สนุก และสืบทอดเรื่องราวจากภาคดาร์คไรได้เนียนตา
- คะแนน 8.0/10 (ไอเดียโลกพลิกผันเจ๋ง เชมินสร้างสีสันได้ดี)

12. อาร์เซอุส สู่รุ่งอรุณแห่งการรังสรรค์ (Arceus and the Jewel of Life – 2009)
- เนื้อเรื่อง ภาคจบบทสรุปไตรภาค DP “อาร์เซอุส” โปเกมอนผู้สร้างจักรวาล ตื่นขึ้นมาเพื่อทวง “อัญมณีแห่งชีวิต” คืนจากมนุษย์ที่เคยหักหลังตนในอดีต ด้วยความโกรธแค้น อาร์เซอุสเตรียมทำลายล้างเมือง ซาโตชิและเพื่อนๆ จึงต้องพึ่งพาพลังของพัลเกีย ดิอัลก้า และกิราติน่า (ที่มาร่วมมือกัน) เพื่อย้อนเวลากลับไปในอดีต และแก้ไขประวัติศาสตร์ไม่ให้อาร์เซอุสถูกหักหลัง
- รีวิว สเกลเนื้อเรื่องระดับเทพเจ้าตีกันที่แท้จริง บทสรุปของไตรภาคทำได้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี การย้อนเวลากลับไปแก้ปัญหาที่ต้นตอทำให้เนื้อเรื่องมีมิติ การได้เห็นโปเกมอนระดับตำนานทั้งสามตัวช่วยกันต้านอาร์เซอุส (ที่แกร่งแบบโอเวอร์พาวเวอร์) คือฉากแอ็กชันที่ตอบโจทย์แฟนๆ อย่างมาก
- คะแนน 8.5/10 (บทสรุปไตรภาคที่ทรงพลัง สเกลระดับจักรวาล)

13. โซโลอาร์ค จ้าวแห่งมายา (Zoroark Master of Illusions – 2010)
- เนื้อเรื่อง ซาโตชิเดินทางไปดูการแข่งขัน “โปเกมอนบักเกอร์” แต่พบว่าเมืองคลาวน์ซิตี้ถูกโจมตีโดยสุนัขในตำนานทั้งสาม (ไรโค, เอ็นเต้, ซุยคุน) แต่ความจริงแล้วคือภาพมายาที่สร้างโดย “โซโลอาร์ค” โปเกมอนจ้าวมายาที่ถูกวายร้ายขู่บังคับโดยจับลูกของมัน “โซรัว” ไว้เป็นตัวประกัน ซาโตชิจึงต้องช่วยโซรัวตามหาแม่และเปิดโปงแผนชั่วร้าย
- รีวิว ภาคนี้ลดสเกลจากเทพเจ้ากู้โลกมาเป็นเรื่องราวของความรักระหว่างแม่ลูกและการชิงไหวชิงพริบด้วยภาพมายา โซรัวมีความกวนและน่ารัก ส่วนโซโลอาร์คก็เท่และน่าสงสาร พล็อตเรื่องค่อนข้างเร็วและมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันสนุก ถือเป็นภาคส่งท้ายยุค DP ที่น่าประทับใจ
- คะแนน 8.0/10 (ความสัมพันธ์แม่ลูกชัดเจน พล็อตภาพมายาซับซ้อนดูสนุก)

14. วิคทินี กับ ผู้กล้าสีดำ เซครอม / ผู้กล้าสีขาว เรชิรัม (White—Victini and Zekrom / Black—Victini and Reshiram – 2011)
- เนื้อเรื่อง ซาโตชิเดินทางมายังเมืองที่เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรในอดีต และได้พบกับ “วิคทินี” โปเกมอนแห่งชัยชนะที่ถูกกักขังอยู่ในม่านพลัง ลูกหลานของราชาในอดีตต้องการใช้พลังของวิคทินีร่วมกับโปเกมอนมังกรในตำนาน (เซครอม หรือ เรชิรัม ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน) เพื่อฟื้นฟูอาณาจักร แต่กลับส่งผลให้พลังงานปั่นป่วนและเสี่ยงต่อการพังทลายของโลก
- รีวิว เป็นความทะเยอทะยานของทีมงานที่ทำมูฟวี่ออกมา 2 เวอร์ชันพร้อมกัน (เนื้อเรื่องหลักเหมือนกัน แต่สลับตัวโปเกมอนและโทนสีเล็กน้อย) ประเด็นเรื่อง “ความจริง” ปะทะ “อุดมคติ” น่าสนใจ แต่วิธีการนำเสนอแอบจืดชืดไปนิด และการตัดแบ่งเป็นสองเวอร์ชันทำให้รู้สึกถึงการตลาดมากกว่าความจำเป็นทางเนื้อเรื่อง
- คะแนน 7.0/10 (ไอเดียสองเวอร์ชันแปลกใหม่ แต่ตัวหนังขาดจุดพีคที่น่าจดจำ)

15. คิวเรม กับนักรบศักดิ์สิทธิ์ เคลดิโอ (Kyurem vs. the Sword of Justice – 2012)
- เนื้อเรื่อง “เคลดิโอ” โปเกมอนลูกศิษย์ของสามนักรบศักดิ์สิทธิ์ (โคบาลอน, เทราคิออน, วิริซิออน) ต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมเป็นนักรบ จึงแอบไปท้าประลองกับมังกรน้ำแข็งสุดแกร่ง “คิวเรม” แต่กลับแพ้ราบคาบและหนีหัวซุกหัวซุน ปล่อยให้อาจารย์ทั้งสามถูกแช่แข็ง ซาโตชิและเพื่อนๆ ต้องช่วยเคลดิโอเรียกความกล้าหาญกลับคืนมาเพื่อไปแก้มือและปลดปล่อยอาจารย์
- รีวิว มูฟวี่นี้โฟกัสไปที่การเติบโตและการก้าวข้ามความขลาดกลัวของตัวละครเดียวคือ เคลดิโอ ทำให้เนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นเส้นตรงและคาดเดาง่าย ฉากต่อสู้อาจจะดูเยอะแต่ขาดความลึกของสคริปต์ ตัวคิวเรมเองก็ดูเป็นแค่บททดสอบที่แข็งแกร่งเท่านั้น ขาดมิติแบบตัวร้ายหรือเทพตัวอื่นๆ
- คะแนน 6.5/10 (ดูได้เพลินๆ แต่เนื้อเรื่องบางเบาที่สุดภาคหนึ่ง)

16. เกโนเซ็กท์ ความเร็วเทพตื่นขึ้นแล้ว (Genesect and the Legend Awakened – 2013)
- เนื้อเรื่อง กองทัพโปเกมอนดึกดำบรรพ์ที่ถูกดัดแปลง “เกโนเซ็กท์” ตื่นขึ้นมาในยุคปัจจุบันและพยายามยึดครองสวนสาธารณะในเมืองหลวงเพื่อสร้างรัง “มิวทู” (ซึ่งเป็นมิวทูตัวใหม่ ไม่ใช่ตัวจากมูฟวี่แรก) ที่มีความหลังคล้ายคลึงกัน (ถูกสร้างโดยมนุษย์) พยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ผู้นำเกโนเซ็กท์สีแดงไม่ฟัง ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดกลางเมือง
- รีวิว การกลับมาของมิวทู (แม้จะคนละตัว มีเสียงพากย์ผู้หญิงและพัฒนาร่างเมก้าได้) ทำให้แฟนๆ คาดหวังสูง แต่เนื้อเรื่องกลับไปไม่ถึงจุดที่มูฟวี่แรกทำไว้ การต่อสู้เน้นความเร็วสูงปรี๊ดตามชื่อภาค แต่แรงจูงใจและการดำเนินเรื่องค่อนข้างแบนราบ ฉากสู้ทำได้ดี แต่ความกินใจยังขาดหายไป
- คะแนน 7.0/10 (ขายความเท่ของมิวทูร่างเมก้าและเกโนเซ็กท์ แต่พล็อตเรื่องอ่อน)

17. รังไหมแห่งการทำลายล้างและดีแอนซี (Diancie and the Cocoon of Destruction – 2014)
- เนื้อเรื่อง เข้าสู่ยุค XY “ดีแอนซี” เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเพชร ต้องออกเดินทางตามหาเทพแห่งชีวิต “เซอเนียส” เพื่อขอพลังมาสร้าง “เพชรศักดิ์สิทธิ์” ที่ช่วยพยุงอาณาจักรของเธอไว้ ระหว่างทางเธอถูกตามล่าจากหัวขโมยหลายกลุ่ม และโชคร้ายที่การต่อสู้ไปปลุก “อิเวลทอล” เทพแห่งการทำลายล้างที่หลับใหลอยู่ในรังไหมให้ตื่นขึ้นมาเปลี่ยนทุกสิ่งเป็นหิน
- รีวิว ภาคนี้กลับมาทำบรรยากาศแบบเทพนิยายได้ดี ดีแอนซีน่ารักและมีการพัฒนาการที่ชัดเจนจากเจ้าหญิงเอาแต่ใจสู่ผู้นำที่พึ่งพาได้ ฉากไคลแม็กซ์ที่อิเวลทอลตื่นขึ้นมาทำลายล้างให้ความรู้สึกสิ้นหวังจริงๆ และเซอเนียสก็เปิดตัวได้สง่างามสมกับเป็นเทพแห่งชีวิต
- คะแนน 8.0/10 (บรรยากาศเทพนิยายที่ดี ตัวละครมีเสน่ห์ และโชว์พลังเมก้าได้เท่)

18. อภิมหาศึกฮูปาถล่มโลก (Hoopa and the Clash of Ages – 2015)
- เนื้อเรื่อง ซาโตชิพบกับ “ฮูปา” โปเกมอนที่สามารถเรียกสิ่งของและโปเกมอนผ่านวงแหวนมิติได้ ในอดีต ฮูปาร่างที่แท้จริงเคยสร้างความวุ่นวายจนถูกผนึกพลังไว้ใน “คนโทสะกดวิญญาณ” เมื่อคนโทถูกเปิดออก พลังแห่งความโกรธแค้นได้แยกตัวเป็นฮูปาร่างเงา ร่างเงาได้เรียกเทพโปเกมอนในตำนานหลายตัว (พัลเกีย, ดิอัลก้า, กิราติน่า, คิวเรม ฯลฯ) มาโจมตีเมือง ซาโตชิและฮูปาร่างเล็กจึงต้องเรียกเทพอีกฝั่ง (ลูเกีย, เรคคูซ่า, ลาติออส, ลาติอาส) มาจัดทีมสู้กลับ!
- รีวิว หากคุณต้องการเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้ง ภาคนี้อาจไม่ใช่คำตอบ แต่ถ้าคุณอยากเห็น Avengers ของฝั่งโปเกมอน ภาคนี้คือความมันส์ขั้นสุด! การยัดโปเกมอนในตำนานกว่าครึ่งค่อนแฟรนไชส์มาตีกันกลางเมืองคือแฟนเซอร์วิสที่บ้าคลั่งและอลังการที่สุด บทเน้นฉากสู้ล้วนๆ ดูเอามันส์รับรองไม่ผิดหวัง
- คะแนน 7.5/10 (เนื้อเรื่องเบาหวิว แต่ทดแทนด้วยฉากแอ็กชันแฟนเซอร์วิสระดับมหากาพย์)

19. โวเคเนียน กับจักรกลปริศนา มาเกียนา (Volcanion and the Mechanical Marvel – 2016)
- เนื้อเรื่อง ซาโตชิถูกสายรัดแม่เหล็กปริศนาดึงไปติดกับ “โวเคเนียน” โปเกมอนในตำนานที่เกลียดชังมนุษย์ ทั้งคู่ต้องจำใจเดินทางไปด้วยกันเพื่อช่วยเหลือ “มาเกียนา” โปเกมอนจักรกลที่มี “โซลฮาร์ท” ขุมพลังมหาศาลอยู่ภายใน ซึ่งถูกวายร้ายแห่งอาณาจักรกลไกขโมยไปเพื่อใช้พลังนั้นยึดครองโลก
- รีวิว มูฟวี่ส่งท้ายยุค XY ที่ทำได้กลมกล่อมมาก ธีมสตีมพังค์ (Steampunk) ของอาณาจักรฟันเฟืองสวยงามแปลกตา เคมีคู่กัดระหว่างซาโตชิกับโวเคเนียน (ที่เกลียดมนุษย์แต่ต้องมาตัวติดกัน) สร้างอารมณ์ขันและปูความผูกพันได้ดี เนื้อเรื่องดราม่าของมาเกียนาสะเทือนอารมณ์พอสมควร ถือเป็นภาคที่จังหวะการเล่าเรื่องลื่นไหลและมีมาตรฐานสูง
- คะแนน 8.5/10 (บทสรุปยุค XY ที่งดงาม องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม ดราม่าลงตัว)
สรุปการเดินทาง 19 ภาค จากจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยปรัชญาในภาค มิวทู ผ่านการผจญภัยสุดคลาสสิก ดราม่าเรียกน้ำตาอย่าง ลูคาริโอ้ จนถึงมหาสงครามแฟนเซอร์วิสใน ฮูปา โปเกมอนเดอะมูฟวี่ทั้ง 19 ภาคได้สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการทำแอนิเมชัน และการเติบโตของเนื้อเรื่องที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับผู้ชมทุกยุคทุกสมัย แม้บางภาคอาจจะแผ่วไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วมันคือการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลังและมิตรภาพที่หาจากแฟรนไชส์อื่นได้ยากจริงๆ ครับ movieseries