รีวิว Superman 2025 เมื่อ “ลูกเสือ” ต้องปะทะ “ฮีโร่สายโหด

Superman (2025)

Superman 2025 เราอยู่ในยุคไหน? เราอยู่ในยุค 2025! เราเพิ่งผ่าน “ซูเปอร์แมนฆ่าคน” (Man of Steel) มา, เราผ่าน “ซูเปอร์แมนผู้เศร้าซึม” มา, เราผ่าน “ซูเปอร์แมนที่ถูกลืม” (Superman Returns) มา… เราผ่านการ “ตีความ” ซูเปอร์แมนมาทุกรูปแบบ จนคนดูอย่างเราๆ… โดยเฉพาะผม… นั่งกอดอกในโรงหนังแล้วคิดว่า “เอาล่ะ เจมส์ กันน์ (James Gunn)… คุณจะเอาอะไรมาสู้? คุณจะทำยังไงให้ ‘ลูกเสือ’ ที่แสนดีคนนี้ มันน่าสนใจในยุคที่โลกมัน ‘เทา’ ขนาดนี้?”

เรากลัว… เรากลัวว่าเขาจะ “ตลกรั่ว” แบบ Guardians of the Galaxy หรือ “โหดเหี้ยม” แบบ The Suicide Squad เรากลัวว่าเขาจะ “ไม่เข้าใจ” ซูเปอร์แมน

คุณครับ… ผมเดินออกจากโรงหนัง (ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนตอนมันเข้า) … และจนถึงวันนี้ที่ผมนั่งคิดทบทวน… ผมพูดได้คำเดียว…

“เขาทำได้… เขาทวงคืน ‘ความหวัง’ กลับมาได้จริงๆ”

นี่ไม่ใช่แค่ “รีวิวหนัง” ครับ… นี่คือ “จดหมายรัก” ถึง “ตัวละคร” ที่เราเกือบลืมไปแล้วว่า “หัวใจ” ของเขาคืออะไร นี่คือการ “ชันสูตร” ว่าทำไมหนังที่ “เสี่ยง” ที่สุดแห่งปี ถึงกลายเป็น “หนังที่ ‘จำเป็น’ ที่สุด” แห่งทศวรรษ

และผมจะไม่สปอยล์เนื้อเรื่องย่อ… แต่ผมจะ “ขยี้” ให้คุณฟังว่า “เนื้อเรื่อง” ของมันทำงานยังไง และ “การแสดง” ของนักแสดงแต่ละคน มัน “ปลุกผี” ตำนานนี้ขึ้นมาได้ยังไง

Part 1: “เนื้อเรื่อง” – นี่ไม่ใช่ ‘หนังซูเปอร์ฮีโร่’… นี่คือ ‘หนังนักข่าว’ (ที่มีซูเปอร์แมน)

Superman 2025 สิ่งแรกที่ เจมส์ กันน์ ทำ… และเป็นการตัดสินใจที่ “ฉลาด” ที่สุด… คือการ “โยน” Origin Story ทิ้งไปให้หมด!

ขอบคุณพระเจ้า! เราไม่ต้องเห็น คริปตันระเบิด… เราไม่ต้องเห็น จอร์-เอล… เราไม่ต้องเห็นยานตกที่แคนซัส… เราไม่ต้องเห็น คลาร์ก เคนต์ วัยรุ่นที่กำลังสับสนกับพลังของตัวเอง…

ไม่! หนังเรื่องนี้ “ไว้ใจ” คนดูครับ

หนังเปิดเรื่องมา… “คลาร์ก เคนต์” ได้งานที่ “เดลี่ แพลนเน็ต” ในเมโทรโพลิสแล้ว… และ “ซูเปอร์แมน” ก็บินว่อนช่วยผู้คนอยู่แล้ว (ในฐานะ “บุคคลลึกลับ” ที่คนยังไม่แน่ใจว่าเขาคืออะไร)

เห็นไหมครับ? “เนื้อเรื่อง” มันเริ่มที่ “จุดเปลี่ยน” พอดี นี่คือ “เนื้อเรื่อง” ที่ไม่ใช่การ “ค้นพบพลัง”… แต่คือการ “ค้นพบตัวตน”

“พล็อต” ที่แท้จริง… คือ “คลาร์ก เคนต์” ครับ

นี่คือจุดที่หนังเรื่องนี้ “ชนะ” หนังซูเปอร์แมนทุกเรื่องที่ผ่านมา (ยกเว้นเวอร์ชัน คริสโตเฟอร์ รีฟ) “เนื้อเรื่อง” ของหนังเรื่องนี้ คือ “คลาร์ก เคนต์” นักข่าวฝึกหัด… ที่ต้องพยายาม “เป็นคนดี” ในโลกที่ “เน่าเฟะ”

เขาต้องดิ้นรนจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์รูหนู, เขาต้องพยายามหาข่าวเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับ “ลูอิส เลน” (ที่เป็นนักข่าวระดับซูเปอร์สตาร์ไปแล้ว), เขาต้องรับมือกับ “เพอร์รี่ ไวต์” ที่เคี่ยวสุดๆ

“ซูเปอร์แมน” คือ “ความลับ” ของเขา… คือ “งานพาร์ตไทม์” (ที่โคตรเหนื่อย) ของเขา

แล้ว “ศัตรู” ล่ะ? โอ้โห… ศัตรูในเรื่องนี้มัน “ฉลาด” มากครับ “เนื้อเรื่อง” ไม่ได้ให้ซูเปอร์แมนสู้กับ “สัตว์ประหลาดต่างดาว” (แบบ โซด หรือ ดูมส์เดย์) แต่ “เนื้อเรื่อง” … ให้เขาต้องสู้กับ “อุดมการณ์”

ในโลกของ Superman 2025 … “ฮีโร่” มีอยู่แล้วครับ! เราได้เห็น “มิสเตอร์ เทอร์ริฟิก” ที่โคตรอัจฉริยะ, เราได้เห็น “ฮอว์คเกิร์ล” ที่ดุดัน, เราได้เห็น “กาย การ์ดเนอร์” (กรีน แลนเทิร์น) ที่เป็นพวก “ตำรวจอวกาศ” จอมโว… และที่สำคัญที่สุด… เราได้เห็น “ดิ ออธอริตี้” (The Authority)

นี่คือ “เนื้อเรื่อง” ที่บีบหัวใจที่สุด! “ดิ ออธอริตี้” คือทีมฮีโร่ที่ “โหด” ครับ… พวกเขา “ฆ่า” วายร้าย, พวกเขา “แทรกแซง” การเมือง, พวกเขาใช้ “กำลัง” เพื่อ “บังคับ” ให้โลกสงบสุข… และ “คนทั้งโลก” ก็ “รัก” พวกเขา!

แล้ว Superman 2025 “ซูเปอร์แมน” ของเราล่ะ? เขาคือ “ลูกเสือ” ครับ… เขาคือ “คนโลกสวย” ที่โผล่มาบอกว่า “เฮ้! เราไม่ควรฆ่าคนนะ!”

คุณเห็น “ความขัดแย้ง” ของ “เนื้อเรื่อง” หรือยังครับ? นี่คือ “พล็อต” ที่อัจฉริยะที่สุด… มันไม่ใช่การต่อสู้ “กายภาพ” (ว่าใครหมัดหนักกว่า) แต่มันคือการต่อสู้ “เชิงปรัชญา” มันคือการที่ ซูเปอร์แมน ต้อง “พิสูจน์” ให้โลกเห็นว่า… “ความเมตตา” (Kindness) และ “การไม่ฆ่า” (No-Kill Rule) … มัน “ใช้ได้ผล” จริงๆ

ในขณะที่ “เล็กซ์ ลูเธอร์” (ที่ยังหนุ่มและหล่อ) ก็กำลังเดินเกมการเมือง สร้างภาพลักษณ์ “มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ” เพื่อควบคุมเมืองนี้ไว้ในมือ

“เนื้อเรื่อง” ของ Superman 2025 จึงเป็นการ “รุมกินโต๊ะ” คลาร์ก เคนต์ ทั้ง 3 ด้าน:

  1. ในฐานะ “คลาร์ก”: เขาต้องดิ้นรนในโลก “ทุนนิยม” ที่โหดร้ายของเมโทรโพลิส
  2. ในฐานะ “ซูเปอร์แมน”: เขาต้องต่อสู้กับ “ฮีโร่สายดาร์ก” ที่ประชาชนรัก
  3. ในฐานะ “สัญลักษณ์”: เขาต้องต่อสู้กับ “เล็กซ์ ลูเธอร์” ในเกมชิง “หัวใจ” ของคนทั้งเมือง

Superman 2025 เจมส์ กันน์ ไม่ได้สร้างหนังซูเปอร์ฮีโร่… เขาสร้างหนัง “ดราม่า-การเมือง-นักข่าว” ที่มีฉากแอ็กชันที่ “งดงาม” ที่สุดเท่าที่เคยมีมา… ฉากแอ็กชันที่ “สดใส”, “สีสันจัดจ้าน” และ “เปี่ยมจินตนาการ” (ไม่ใช่แค่ “ตึกถล่ม”)

นี่คือ “เนื้อเรื่อง” ที่ทำให้ “ความดี” กลายเป็นสิ่งที่ “น่าสนใจ” ที่สุดในโลกครับ

Part 2: “การแสดง” – การ “แบก” ที่สมบูรณ์แบบของนักแสดงทุกคน

ถ้า “เนื้อเรื่อง” คือ “กระดูกสันหลัง”… “การแสดง” ก็คือ “หัวใจ” ที่สูบฉีดเลือดครับ… และหนังเรื่องนี้… “หัวใจ” ทำงานได้ “สมบูรณ์แบบ”

1. เดวิด คอเรนสเว็ต (David Corenswet) ในบท “คลาร์ก เคนต์ / ซูเปอร์แมน”

ผมนั่งกอดอกเลย… “ใครวะ? … จะมาแทน เฮนรี่ คาวิลล์?” “จะมาเทียบ คริสโตเฟอร์ รีฟ ได้เหรอ?”

คุณครับ… 10 นาทีแรกของหนัง… ผม “ซื้อ” ผู้ชายคนนี้หมดหัวใจ เดวิด คอเรนสเว็ต ไม่ได้ “เล่น” เป็นซูเปอร์แมน… เขา “คือ” คลาร์ก เคนต์

“การแสดง” ของเขา… มันคือ “ความแตกต่าง” ที่ชัดเจนที่สุด Superman 2025 “คลาร์ก เคนต์” ของเขา: ไม่ใช่ “ไอ้ซื่อบื้อ” จอมซุ่มซ่าม (แบบ รีฟ) ไม่ใช่ “คนเก็บกด” ที่อมทุกข์ (แบบ คาวิลล์) แต่เขาคือ “หนุ่มเนิร์ด” ที่ “ฉลาด”, “อบอุ่น”, “จริงใจ” และ “ขี้อาย” อย่างเป็นธรรมชาติ… เขาคือ “ลูกชาวไร่” ที่เพิ่งเข้าเมืองกรุงฯ “การแสดง” ของเขาคือ “สายตา” ครับ… สายตาที่ “อยากรู้อยากเห็น” เวลาทำข่าว… และสายตาที่ “เจ็บปวด” เวลาที่เขาต้อง “โกหก” ลูอิส เลน

“ซูเปอร์แมน” ของเขา: นี่คือจุดที่ผมน้ำตาซึม… “การแสดง” ในชุดผ้าคลุมของเขา… เขา “ยิ้ม” ครับ! เขายิ้ม! เขา “พูดคุย” กับคนที่เขาช่วย! เขาไม่ได้แค่ “จับ” เครื่องบิน… เขา “บิน” เข้าไปในห้องนักบิน, ยิ้ม, แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ กัปตัน… ผมอยู่นี่แล้ว” “การแสดง” ของเขาคือการ “เปลี่ยน” ภาษากาย… จาก “คลาร์ก” ที่ “ห่อไหล่” … กลายเป็น “ซูเปอร์แมน” ที่ “อกผายไหล่ผึ่ง” มันคือ “การแสดง” ที่ทำให้เราเชื่อว่า “ความดีงาม” และ “ความอบอุ่น” คือ “พลัง” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ “เลเซอร์” จากดวงตา

ฉากที่เขาต้อง “เผชิญหน้า” กับ ดิ ออธอริตี้… เขาไม่ได้ใช้ “กำลัง” ข่ม… เขาใช้ “เหตุผล” คุย… เดวิด คอเรนสเว็ต ทำให้ “ซูเปอร์แมน” กลายเป็น “เพื่อนบ้าน” ที่คุณอยากกอด… ไม่ใช่ “พระเจ้า” ที่คุณต้องก้มหัวให้… และนี่คือ “ชัยชนะ” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนังเรื่องนี้

2. เรเชล บรอสนาแฮน (Rachel Brosnahan) ในบท “ลูอิส เลน”

นี่คือ “ลูอิส เลน” ที่ “ดีที่สุด” นับตั้งแต่ มาร์ก็อต คิดเดอร์! เรเชล (จาก The Marvelous Mrs. Maisel) … เธอ “เกิด” มาเพื่อบทนี้ “การแสดง” ของเธอคือ “พายุทอร์นาโด” เธอ “พูดเร็ว”, “คิดเร็ว”, “ทำเร็ว” … เธอคือ “ฉลาม” แห่งวงการนักข่าว

นี่ไม่ใช่ “นางเอก” ที่รอให้ “พระเอก” มาช่วย… ไม่! “การแสดง” ของเธอทำให้เราเชื่อว่า… “ลูอิส” คือ “ตัวเอก” ของเรื่องนี้! “เนื้อเรื่อง” ส่วน “การสืบสวน” (เรื่องของ เล็กซ์ ลูเธอร์)… ลูอิส เป็นคน “ขับเคลื่อน” ทั้งหมด เธอ “เก่งกว่า” คลาร์ก, เธอ “เร็วกว่า” คลาร์ก… Superman 2025 และเธอก็ “ไม่ไว้หน้า” ใครทั้งนั้น

“เคมี” ระหว่างเธอกับ คอเรนสเว็ต มัน “มหัศจรรย์” มาก Superman 2025 มันไม่ใช่ “รักแรกพบ” แบบฉาบฉวย… แต่มันคือ “การประลองสมอง” (Intellectual Sparring) “การแสดง” ของพวกเขาคือ “การชิงไหวชิงพริบ” ที่เต็มไปด้วย “เสน่ห์” ลูอิส “สงสัย” คลาร์ก… แต่ก็ “เอ็นดู” ความซื่อของเขา คลาร์ก “ทึ่ง” ในความเก่งของลูอิส… แต่ก็ “กลุ้มใจ” ที่เธอเสี่ยงตายตลอดเวลา นี่คือ “คู่หู” … ไม่ใช่ “เจ้าหญิงกับอัศวิน”

3. นิโคลัส โฮลต์ (Nicholas Hoult) ในบท “เล็กซ์ ลูเธอร์”

นี่คือ “การตีความ” เล็กซ์ ลูเธอร์ ที่ “น่ากลัว” ที่สุด ลบภาพ “ยีน แฮ็กแมน” (จอมขี้โม้) หรือ “เจสซี ไอเซนเบิร์ก” (ไอ้หนุ่มสติแตก) ทิ้งไป

“การแสดง” ของ นิโคลัส โฮลต์ คือ… “เสน่ห์ที่เยือกเย็น” เขาคือ “อีลอน มัสก์” ในเวอร์ชันที่ “หล่อ” และ “อำมหิต” กว่า เขา “หนุ่ม”, “ฉลาด”, “มีวิสัยทัศน์”… เขาคือ “ขวัญใจ” ของเมโทรโพลิส

“การแสดง” ของเขาคือ “ความนิ่ง” ครับ… เขาไม่ “ตะโกน”, เขาไม่ “หัวเราะ” แบบบ้าคลั่ง… เขา “ยิ้ม” ครับ… เขายิ้มในขณะที่เขาสั่ง “ทำลาย” คู่แข่งทางธุรกิจ “ความน่ากลัว” ของเล็กซ์เวอร์ชันนี้… คือการที่เขา “เชื่อ” จริงๆ ว่าเขากำลัง “ช่วยโลก”

“การแสดง” ที่พีคที่สุด คือฉากที่เขา “เผชิญหน้า” กับ “ซูเปอร์แมน” (ไม่ใช่คลาร์ก) เขาไม่ได้ “กลัว” ครับ… เขา “รำคาญ” เขา “ดูถูก” ซูเปอร์แมนว่า “นายมันพวกโลกสวย… นายมัน ‘เอเลี่ยน’ ที่มาขวางทางวิวัฒนาการของมนุษย์” เล็กซ์ ของ โฮลต์ … คือ “กระจก” ที่สะท้อน “ความเย่อหยิ่ง” ของมนุษย์ที่คิดว่า “ตัวเอง” คือศูนย์กลางจักรวาล… มันคือ “การแสดง” ที่สมบูรณ์แบบ

Superman (2025)

4. “การแสดง” ของ “ทีมนักแสดงสมทบ” (The World-Building)

  • เวนเดลล์ เพียร์ซ (Wendell Pierce) ในบท “เพอร์รี่ ไวต์”: “สุดยอด!” นี่คือ เพอร์รี่ ไวต์ ที่ “คลาสสิก” ที่สุด… “ดุ”, “เคี่ยว”, แต่ “รัก” ลูกน้อง “การแสดง” ของเขาคือ “สมอเรือ” ที่ยึดให้ “เดลี่ แพลนเน็ต” ดู “จริง”
  • นาธาน ฟิลเลียน (Nathan Fillion) ในบท “กาย การ์ดเนอร์”: “โคตรกวน!” นี่คือ “การแสดง” ที่มาเพื่อ “ขโมยซีน” โดยแท้ เขาคือ กรีน แลนเทิร์น ที่ “ปากหมา”, “อวดดี”, และ “น่าถีบ” ที่สุด… ซึ่ง “การแสดง” ของเขา มันช่วย “ขับ” ให้ “ความสุภาพ” ของซูเปอร์แมน “เด่น” ชัดขึ้นไปอีก
  • ทีมนักแสดง “ดิ ออธอริตี้”: พวกเขาคือ “การแสดง” ของ “ความขัดแย้ง” พวกเขาไม่ใช่ “ตัวร้าย” ที่หัวเราะชั่วร้าย… แต่พวกเขา “เชื่อ” ในสิ่งที่ทำ… พวกเขาคือ “ทหาร” ที่มองซูเปอร์แมนเป็น “ตัวปัญหา”

Part 3: บทสรุป (คำพิพากษา) – เขา “กอบกู้” ซูเปอร์แมนได้สำเร็จ

ผมขอพูดแบบนี้ครับ…

Superman 2025 ไม่ใช่หนังที่ “สมบูรณ์แบบ” มันอาจจะมีจุดที่รวบรัดไปบ้าง… แต่ “ข้อเสีย” เหล่านั้นมัน “เล็กน้อย” มาก เมื่อเทียบกับ “สิ่งที่มันทำสำเร็จ”

“เนื้อเรื่อง” ของมัน… คือการ “กล้า” ที่จะ “ถอยกลับ” ในยุคที่ฮีโร่ต้อง “ดาร์ก”, ต้อง “ซับซ้อน”, ต้อง “ฆ่าคน” เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเอง “สมจริง”… เจมส์ กันน์ “กล้า” ที่จะบอกว่า… “ไม่… ความดีงามที่ ‘บริสุทธิ์’ ต่างหาก คือสิ่งที่ ‘กล้าหาญ’ ที่สุด”

“การแสดง” ของ เดวิด คอเรนสเว็ต… คือการ “แบก” อุดมการณ์นั้นไว้บนบ่า… และ “แบก” มันได้สำเร็จ เขาทำให้เรา “เชื่อ” อีกครั้ง… ว่าการ “เป็นคนดี” มัน “เท่” ได้

นี่คือหนังที่ “ปลอบประโลม” จิตใจ นี่คือหนังที่ “สว่าง” ทั้ง “ภาพ” และ “หัวใจ” นี่คือหนังที่ทำให้ผม (และผมเชื่อว่าคุณด้วย) … เดินออกจากโรงหนัง… แล้วอยากจะ “ยิ้ม” ให้กับคนแปลกหน้า… อยากจะ “ทำดี” อะไรสักอย่าง

เจมส์ กันน์ ไม่ได้ “กอบกู้” แค่ DCU… เขา “กอบกู้” จิตวิญญาณของ “ซูเปอร์แมน” ครับ

ในโลกที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเกลียดชังในปี 2025… เราไม่เคย “ต้องการ” ฮีโร่แบบนี้… มากเท่านี้มาก่อน

นี่คือ “หนังซูเปอร์แมน” ที่เรา “คู่ควร” ที่สุดครับ ไปดูเถอะครับ… ไป “ชาร์จพลัง” ให้หัวใจตัวเอง…

คุณอยากให้ผมเจาะลึกประเด็นไหนเป็นพิเศษอีกไหมครับ? เช่น การเปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อนๆ หรือการวิเคราะห์ “ดิ ออธอริตี้” ให้ลึกกว่านี้? movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *