รีวิว War 2 (2025) ศึกสายลับสะเทือนโลก Hrithik ปะทะ Jr. NTR

เรื่องย่อของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากจักรวาลสายลับ YRF Spy Universe เรื่อง War 2 (2025) ครับ

ข้อมูลทั่วไป (General Info)

  • ชื่อเรื่อง War 2
  • ผู้กำกับ Ayan Mukerji (จาก Brahmāstra)
  • นักแสดงนำ Hrithik Roshan (รับบท Kabir), N.T. Rama Rao Jr. (Jr. NTR), Kiara Advani
  • แนวหนัง แอ็คชั่น / สายลับ / ระทึกขวัญ
  • จักรวาล YRF Spy Universe (จักรวาลเดียวกับ Pathaan และ Tiger)
War 2 2025

เรื่องย่อ (Synopsis)

เรื่องราวสานต่อจากภาคแรก หลังจากเหตุการณ์ที่ Kabir (Hrithik Roshan) ได้สูญเสียคู่หูและต้องปฏิบัติภารกิจนอกรีตเพื่อกำจัดหนอนบ่อนไส้ ใน War 2 นี้ Kabir กลับมาในฐานะสายลับมือพระกาฬที่โลกต้องการตัวมากที่สุดอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้ก่อการร้ายธรรมดา แต่เป็นศัตรูที่ “สมน้ำสมเนื้อ” ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา นั่นคือตัวละครลึกลับ (รับบทโดย Jr. NTR) ซึ่งมีความแค้นฝังลึกและมีทักษะการต่อสู้รวมถึงมันสมองในระดับอัจฉริยะที่สามารถอ่านเกมของ Kabir ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การกู้ระเบิดหรือหยุดยั้งสงคราม แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบระหว่าง “สองพยัคฆ์” ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอก นำไปสู่การไล่ล่าข้ามทวีปที่เต็มไปด้วยการหักมุม และเดิมพันคือความมั่นคงของชาติ

รีวิวความรู้สึกหลังรับชม (Review)

1. การปะทะกันของยักษ์ใหญ่ (The Clash of Titans)

ไฮไลท์ที่สุดของเรื่องนี้คือการโคจรมาพบกันของ Hrithik Roshan (ซูเปอร์สตาร์ฝั่ง Bollywood) และ Jr. NTR (ซูเปอร์สตาร์ฝั่ง Tollywood จาก RRR) นี่ไม่ใช่แค่การเอาดารามาขายชื่อ แต่เคมีของทั้งคู่คือความดุดันที่ลงตัว

  • Hrithik ยังคงรักษามาตรฐานความเท่ สุขุม และรูปร่างที่สมบูรณ์แบบในบทสายลับรุ่นเก๋า
  • Jr. NTR เข้ามาขโมยซีนด้วยพลังการแสดงที่ดุดันและน่าเกรงขาม ทำให้คนดูเชื่อได้สนิทใจว่านี่คือศัตรูที่ Kabir อาจจะเอาชนะไม่ได้ง่ายๆ

2. ฉากแอ็คชั่นวินาศสันตะโร (Next Level Action)

เปลี่ยนผู้กำกับจาก Siddharth Anand มาเป็น Ayan Mukerji ทีแรกหลายคนห่วงว่าจะทำฉากบู๊ได้ถึงใจไหม แต่ผลลัพธ์คือ “เกินคาด” Ayan นำสไตล์ภาพที่สวยงามและมีความแฟนตาซีนิดๆ มาผสมกับความดิบเถื่อนแบบหนังสายลับ

  • มีการออกแบบฉากต่อสู้ระยะประชิด (Hand-to-hand combat) ที่หนักหน่วง รวดเร็ว
  • ฉากวินาศกรรมและ Chase sequence (การไล่ล่า) ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่สมทุนสร้าง

3. เนื้อเรื่องและการเดินเรื่อง (Pacing & Plot)

หนังยังคงสูตรสำเร็จของหนังสายลับอินเดีย คือมีทั้งความเว่อร์วัง การหักหลัง และความรักชาติ แต่ภาคนี้ดูจะมี “มิติของตัวละคร” ที่ลึกซึ้งขึ้น เราจะได้เห็นด้านที่เปราะบางของ Kabir มากขึ้น และแรงจูงใจของตัวร้ายที่มีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่ร้ายแบบไร้เหตุผล

จุดสังเกต

  • หากคุณชอบความสมจริงแบบ Jason Bourne เรื่องนี้อาจจะดู “แฟนตาซี” ไปหน่อยตามสไตล์หนังอินเดียที่เน้นความเท่และสโลว์โมชั่น
  • เพลงประกอบอาจจะไม่ได้เน้นฉากเต้นเยอะเท่าภาคแรก แต่ฉาก Dance Battle (ถ้ามี) ระหว่างสองเทพบุตรขาแดนซ์คือสิ่งที่แฟนๆ รอคอยที่สุด

นี่คือบทรีวิวเจาะลึกแบบ “Long-Read” สำหรับภาพยนตร์เรื่อง War 2 (2025) ที่คุณต้องการครับ เขียนในสไตล์นักวิจารณ์ภาพยนตร์ที่คุยกับเพื่อนคอหนัง โดยเน้นวิเคราะห์เนื้อใน งานภาพ และการแสดง แบบไม่สปอยล์เนื้อหาสำคัญ แต่ขุดลึกลงไปในอารมณ์และความรู้สึกครับ

War 2 (2025) เมื่อ “เทพเจ้า” ปะทะ “อสูรกาย” – ปรากฏการณ์ภาพยนตร์ที่ทำให้จอเงินลุกเป็นไฟ

ถ้าปี 2019 เราเคยตื่นเต้นกับการเห็น Hrithik Roshan ปะทะ Tiger Shroff ใน War ภาคแรก และคิดว่านั่นคือที่สุดของความมันส์แล้ว ผมขอบอกตรงนี้เลยว่า… เราคิดผิด เพราะ War 2 ที่เข้าฉายในปี 2025 นี้ ไม่ใช่แค่ “ภาคต่อ” แต่มันคือการ “ยกระดับ” (Upgrade) มาตรฐานหนังแอ็คชั่นของอินเดียไปสู่จุดที่เรียกว่า “World Class” อย่างแท้จริง

นี่ไม่ใช่รีวิวที่จะมาเล่าเรื่องย่อให้คุณฟังซ้ำๆ แต่ผมจะพาคุณไปชำแหละถึงแก่นว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็น 2 ชั่วโมงกว่าๆ ที่คุ้มค่าตั๋วทุกบาททุกสตางค์ และทำไมการเจอกันของ Hrithik Roshan และ Jr. NTR ถึงถูกยกย่องว่าเป็น “The Clash of the Titans” แห่งทศวรรษ

1. บทภาพยนตร์และการเล่าเรื่อง เมื่อ Ayan Mukerji เปลี่ยน “สูตรสำเร็จ” ให้เป็น “มหากาพย์”

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงคือความกล้าหาญของ YRF (Yash Raj Films) ที่เปลี่ยนตัวผู้กำกับจาก Siddharth Anand (ผู้ทำ War 1 และ Pathaan) มาเป็น Ayan Mukerji (จาก Brahmāstra) หลายคนรวมถึงผมเคยตั้งคำถามว่า “คนทำหนังแฟนตาซีเทพเจ้า จะมาทำหนังสายลับดิบเถื่อนไหวเหรอ?”

คำตอบคือ… Ayan ไม่ได้แค่ “ทำไหว” แต่เขาใส่ “จิตวิญญาณ” ลงไปในหนังครับ

ในขณะที่หนังสายลับทั่วไปมักจะโฟกัสแค่ ภารกิจ -> ระเบิด -> หักหลัง -> จบ แต่ War 2 ของ Ayan กลับเล่นกับจิตวิทยาของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง บทหนังไม่ได้เขียนขึ้นมาแค่เพื่อให้ตัวเอกโชว์เท่ แต่บทมันตั้งคำถามกับคนดูว่า “เส้นแบ่งระหว่างวีรบุรุษกับวายร้าย อยู่ที่ตรงไหน?”

การเล่าเรื่องในภาคนี้มีความเป็น Cinematic สูงมาก มันไม่ได้เดินเรื่องเป็นเส้นตรงทื่อๆ แต่มีการสลับไทม์ไลน์ การปูพื้นหลังที่ทำให้เราเข้าใจความเจ็บปวดของตัวละคร โดยเฉพาะตัวร้าย (ที่รับบทโดย Jr. NTR) หนังทำให้เรา “เกลียดไม่ลง” บทเขียนให้เขามีมิติ มีเลือดเนื้อ เป็นมนุษย์ที่มีเหตุผลในการกระทำ ไม่ใช่แค่ตัวโกงที่อยากครองโลก นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ War 2 เหนือกว่าหนังเรื่องอื่นๆ ในจักรวาล Spy Universe

จังหวะหนัง (Pacing) คือศิลปะชั้นครู ช่วงครึ่งแรกหนังบีบคั้นอารมณ์ ไต่ระดับความตึงเครียดเหมือนคุณกำลังดึงหนังยางจนตึงเปรี๊ยะ ก่อนจะปล่อยดีดผาง! ในช่วงครึ่งหลังที่เป็นมหกรรมความวินาศสันตะโร Ayan รู้จักจังหวะ “ผ่อน” และ “เร่ง” ทำให้คนดูไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป แต่ก็ไม่สามารถละสายตาจากจอได้เลย

2. งานภาพและสุนทรียะ (Visuals & Cinematography) ความงามท่ามกลางความโกลาหล

ถ้าคุณคาดหวังงานภาพแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบเดิมๆ คุณจะได้สิ่งนั้น… แต่ในเวอร์ชันที่ “ประณีต” ราวกับงานศิลปะ

Ayan Mukerji นำวิสัยทัศน์ด้าน Visual จากงานเก่าๆ ของเขามาใช้ได้อย่างฉลาด งานภาพใน War 2 มีการใช้ Color Grading (การย้อมสี) ที่เล่าเรื่องได้ชัดเจน

  • โทนของ Kabir (Hrithik) จะเป็นสีโทนเย็น น้ำเงิน-เทา สะท้อนความโดดเดี่ยว ความสุขุม และความเศร้าลึกๆ ของสายลับที่ผ่านโลกมามาก
  • โทนของคู่อริ (Jr. NTR) ร้อนแรงด้วยสีแดง-ส้ม และสีสนิม สะท้อนความโกรธแค้น พลังงานที่พลุ่งพล่าน และความอันตราย

ฉากโลเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากไล่ล่าในยุโรปที่สวยงามจนเหมือนภาพวาด หรือฉากต่อสู้ในตรอกสลัมที่สกปรกและดิบเถื่อน ทุกเฟรมถูกจัดวางองค์ประกอบ (Composition) มาอย่างดี

CGI และ VFX ต้องขอปรบมือให้ทีมงาน เพราะปัญหากราฟิกลอยๆ ที่เรามักเห็นในหนังอินเดียฟอร์มยักษ์บางเรื่อง แทบไม่ปรากฏใน War 2 โดยเฉพาะฉากไคลแม็กซ์ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” และ “ความเร็ว” มันดูสมจริงจนน่าขนลุก การผสาน Practical Effects (ระเบิดจริง รถชนจริง) เข้ากับ CGI ทำได้เนียนตา ทำให้ความรู้สึกของแรงปะทะ (Impact) มันส่งมาถึงคนดูจริงๆ เวลาตัวละครโดนต่อย หรือรถชนกำแพง คุณจะรู้สึก “จุก” ตามไปด้วย

3. การแสดง (Acting Performance) สงครามประสาทและการปะทะระดับปรากฏการณ์

นี่คือหัวใจสำคัญของรีวิวนี้ เพราะถ้าไม่มีสองคนนี้ War 2 ก็คงเป็นแค่หนังแอ็คชั่นธรรมดา

Kabir โดย Hrithik Roshan สายลับผู้แบกโลก

Hrithik ในภาคนี้ไม่ใช่แค่ “หล่อ” (แม้เขาจะหล่อวัวตายความล้มก็ตาม) แต่เขาแสดงให้เห็นถึงความ “ล้า” ของตัวละคร Kabir ได้อย่างน่าทึ่ง สายตาของ Hrithik คืออาวุธร้ายแรงที่สุดในเรื่อง เขาไม่ต้องพูดเยอะ แค่การมองนิ่งๆ เราก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อน การถูกทรยศ และภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับ ฉากแอ็คชั่นของ Hrithik ยังคงมีความเป็น “Poetry in Motion” (กวีที่เคลื่อนไหวได้) ท่วงท่าของเขามันสง่างาม ลื่นไหล เหมือนเขากำลังเต้นรำอยู่ท่ามกลางดงกระสุน แต่สิ่งที่เพิ่มมาคือความดุดันที่มากขึ้น เขาดูอันตรายกว่าภาคแรก ดูเป็นนักฆ่าที่ผ่านสังเวียนเลือดมาจริงๆ

ศัตรูคู่ปรับ โดย Jr. NTR พายุคลั่งที่ทำลายล้างทุกสิ่ง

การดึงตัวพ่อจากฝั่ง Tollywood (อินเดียใต้) มาร่วมจักรวาล คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแห่งปี! Jr. NTR ไม่ได้มาเล่นๆ เพื่อเป็นกระสอบทรายให้พระเอก แต่เขามาเพื่อ “ขโมยซีน” และเขาก็ทำได้สำเร็จ! พลังการแสดงของ Jr. NTR คือความบ้าคลั่งที่ควบคุมไม่ได้ (Uncontained Chaos) บุคลิกของเขาในเรื่องเปรียบเสมือน “สัตว์ป่า” ที่ฉลาดเป็นกรด การใช้เสียง การใช้สายตาที่ดุดัน และภาษากายที่แข็งกร้าว มันตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความนิ่งของ Hrithik ฉากที่เขาปรากฏตัวครั้งแรก… ผมบอกเลยว่าโรงหนังเงียบกริบ รังสีอำมหิตมันแผ่ออกมาจากจอ เขาทำให้คนดูเชื่อว่า “หมอนี่แหละ ที่จะฆ่า Kabir ได้จริงๆ”

เคมีระหว่างสองนักแสดง (The Chemistry)

เมื่อ ความนิ่งสงบ (Hrithik) มาเจอกับ ความบ้าคลั่ง (Jr. NTR) มันเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์บนจอ ฉากที่ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือหมัดเท้า มันคือช่วงเวลา Magic Moment ของวงการหนังอินเดีย มันให้อารมณ์เหมือนดู Al Pacino เจอ Robert De Niro ในหนัง Heat แต่เป็นเวอร์ชันที่เตะต่อยกันยับเยิน บทสนทนาของทั้งคู่มีการเชือดเฉือนที่ฉลาด ทันกัน ไม่มีใครยอมใคร มันไม่ใช่แค่การสู้กันด้วยกำลัง แต่เป็นการสู้กันด้วยอุดมการณ์

4. ฉากแอ็คชั่น (Action Sequences) นิยามใหม่ของคำว่า “เดือด”

ลืมกฎฟิสิกส์ไปบ้างก็ได้ เพราะนี่คือหนังอินเดีย แต่ War 2 พยายามทำให้ความเวอร์วังนั้นดู “สมเหตุสมผล” ในบริบทของหนัง Ayan Mukerji ออกแบบคิวบู๊ได้สร้างสรรค์มาก

  • Hand-to-Hand Combat ฉากดวลหมัดมวยมีความดิบ เถื่อน เสียงกระดูกหัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ชัดเจนและรุนแรง ไม่มีการตัดต่อฉึบฉับจนดูไม่รู้เรื่อง เราเห็นท่วงท่าชัดเจน ใครทำอะไร โดนตรงไหน
  • The Chase ฉากไล่ล่าที่เป็นไฮไลท์ (ผมจะไม่สปอยล์ว่าเป็นยานพาหนะอะไร) แต่มุมกล้องมันพาเราเข้าไปอยู่ “ใน” สถานการณ์นั้นจริงๆ ความรู้สึกหวาดเสียว ความเร็ว มันทำงานกับอะดรีนาลีนคนดูอย่างหนัก

และที่ขาดไม่ได้… ฉากเต้น (Dance Number) ใช่ครับ หนังแอ็คชั่นอินเดียต้องมีการเต้น และการเห็น Hrithik กับ Jr. NTR (ซึ่งทั้งคู่คือเทพเจ้าขาแดนซ์แห่งวงการ) มาเต้นด้วยกัน มันคือ Fan Service ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การออกแบบท่าเต้นไม่ได้แค่โชว์สเต็ป แต่มันคือการ “ขิง” ใส่กันผ่านการเคลื่อนไหว ที่ดูแล้วต้องร้อง “ว้าว” ออกมาดังๆ

บทสรุป ทำไมคุณต้องดู War 2?

War 2 (2025) ไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่นดาดๆ ที่ดูจบแล้วลืม แต่มันคือ Masterpiece ของหนังบล็อกบัสเตอร์เอเชีย ที่ผสมผสานความบันเทิงระดับแมส เข้ากับคุณภาพงานสร้างระดับพรีเมียม และการแสดงระดับออสการ์ (ในบริบทหนังแอ็คชั่น)

  • ถ้าคุณชอบงานภาพ นี่คืออาหารตาชั้นเลิศ
  • ถ้าคุณชอบดารา นี่คือเวทีรวมซูเปอร์สตาร์ที่คุ้มค่าที่สุด
  • ถ้าคุณชอบความมันส์ นี่คือรถไฟเหาะตีลังกาที่คุณไม่อยากให้มันจอด

หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อบทที่ดี มาเจอกับผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ และนักแสดงที่ทุ่มเท ผลลัพธ์ที่ได้คือ “เวทมนตร์”

คะแนนจากใจของผม ให้ไปเลย 9.5/10 หัก 0.5 คะแนนเผื่อไว้สำหรับคนที่อาจจะไม่ชินกับความยาวของหนังอินเดีย แต่เชื่อเถอะครับว่า ทุกนาทีในโรงภาพยนตร์ มันคือความสุขของคนรักหนังอย่างแท้จริง

“War 2 คือคำประกาศศักดาว่า YRF Spy Universe ไม่ได้มาเล่นๆ และสงครามครั้งนี้… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”

นักแสดงหลักระดับ “A-List” ของภาพยนตร์ War 2 (2025) พร้อมประวัติโดยย่อที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมการรวมตัวครั้งนี้ถึงเป็นปรากฏการณ์ “หยุดโลก” ของวงการหนังอินเดียครับ

1. Hrithik Roshan (ฤติก โรชาน)

รับบท Kabir Dhaliwal (เมเจอร์ คาเบียร์) สายลับ R&AW ระดับตำนาน ผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ความสุขุม และความอันตราย

  • ฉายา “Greek God of Bollywood” (เทพเจ้ากรีกแห่งบอลลีวูด) ด้วยใบหน้าและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้น
  • ประวัติย่อ Hrithik คือซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของอินเดียที่ดังค้างฟ้ามากว่า 2 ทศวรรษ เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องความทุ่มเทให้กับบทบาท (Method Acting) และทักษะการเต้นที่หาตัวจับยากที่สุดคนหนึ่งในวงการ เริ่มเข้าวงการและโด่งดังทันทีจาก Kaho Naa… Pyaar Hai (2000)
  • ผลงานเด่น
    • Dhoom 2 บทจอมโจรเจ้าเสน่ห์ที่ทำให้สาวๆ ทั่วโลกคลั่งไคล้
    • Krrish Series รับบทซูเปอร์ฮีโร่ของอินเดีย
    • Zindagi Na Milegi Dobara หนัง Road trip ที่โชว์ฝีมือการแสดงดราม่า
    • Fighter หนังเสืออากาศฟอร์มยักษ์ (คล้าย Top Gun)
  • ความน่าสนใจใน War 2 การกลับมาสานต่อบทบาทที่เท่ที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา พร้อมร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะยิ่งกว่าเดิม

2. N.T. Rama Rao Jr. / Jr. NTR (จูเนียร์ เอ็นทีอาร์)

รับบท (ชื่อตัวละครยังเป็นความลับ/ศัตรูคู่อาฆาต) ตัวละครลึกลับที่มีทักษะทัดเทียมกับ Kabir และเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

  • ฉายา “Man of Masses” (ขวัญใจมหาชน) ซูเปอร์สตาร์จากฝั่งเตลูกู (Tollywood/อินเดียใต้)
  • ประวัติย่อ เขาคือหลานชายของตำนานนักแสดงและการเมือง N.T. Rama Rao ผู้ล่วงลับ Jr. NTR ขึ้นชื่อเรื่องพลังการแสดงที่ดุดัน เสียงพูดที่กึกก้องกังวาน และสายตาที่สะกดคนดูได้อยู่หมัด เขากลายเป็นที่รู้จักในระดับโลกจากบท “Komaram Bheem” ในหนังระดับออสการ์เรื่อง RRR
  • ผลงานเด่น
    • RRR บทวีรบุรุษผู้ต่อสู้กับเสือด้วยมือเปล่า (ฉากที่คนจดจำไปทั่วโลก)
    • Janatha Garage หนังดราม่าแอ็คชั่นที่กวาดรางวัลมากมาย
    • Devara หนังแอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ล่าสุดของเขา
  • ความน่าสนใจใน War 2 นี่คือการข้ามจักรวาล (Crossover) ครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่าง “ราชาบอลลีวูด” (Hrithik) และ “ราชาเตลูกู” (Jr. NTR) แฟนหนังทั่วอินเดียรอดูฉากดวลกันของคู่นี้มากที่สุด

3. Kiara Advani (คิอารา แอดวานี)

รับบท (ยังไม่เปิดเผยชื่อ) นางเอกนำฝ่ายหญิง ซึ่งคาดว่าจะเป็นสายลับหรือตัวแปรสำคัญในภารกิจนี้

  • สถานะ นางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้
  • ประวัติย่อ Kiara เริ่มต้นอาชีพด้วยบทสมทบ แต่ด้วยเสน่ห์ที่เป็นธรรมชาติและความสามารถที่หลากหลาย ทำให้เธอไต่เต้าขึ้นมาเป็นนางเอกแถวหน้าได้อย่างรวดเร็ว เธอมีเคมีสาธารณะที่เข้ากับพระเอกได้ทุกคน
  • ผลงานเด่น
    • Kabir Singh หนังรักดราม่าที่ทำเงินถล่มทลาย (ต้นฉบับคือ Arjun Reddy)
    • Shershaah หนังสงครามชีวประวัติที่เธอได้รับคำชมอย่างมากในบทดราม่า
    • Bhool Bhulaiyaa 2 หนังตลก-สยองขวัญที่ประสบความสำเร็จสูง
  • ความน่าสนใจใน War 2 บทบาทของเธอในหนังสายลับแอ็คชั่นเต็มตัวครั้งนี้ น่าจะฉีกภาพลักษณ์สาวหวานเดิมๆ ของเธอไปอย่างสิ้นเชิง

นักแสดงรับเชิญ (Cameos) – ความเป็นไปได้สูง

ในจักรวาล YRF Spy Universe มักจะมีเซอร์ไพรส์เสมอ แฟนๆ คาดหวังว่าจะได้เห็น

  • Shah Rukh Khan (ชารุข ข่าน) ในบท Pathaan
  • Salman Khan (ซัลมาน ข่าน) ในบท Tiger
  • Sharvari Wagh / Alia Bhatt จากโปรเจกต์หนังสายลับหญิง Alpha (อาจจะมาปรากฏตัวเล็กน้อยเพื่อปูทางไปสู่หนังของพวกเธอ)

การรวมตัวของนักแสดงชุดนี้ ทำให้ War 2 ไม่ใช่แค่หนัง แต่เป็น “Event” สำคัญที่รวมเอเชียใต้และเหนือไว้ด้วยกันครับ! movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *