รีวิว “Ad Vitam 2025 ” บู๊สนั่น แต่ทำไมคนบ่นช่วงกลางเรื่อง

รีวิวและเรื่องย่อของภาพยนตร์ “Ad Vitam ปฏิบัติการเพื่อชีวิต” (2025) ที่เพิ่งเข้าฉายทาง Netflix ครับ

ข้อมูลเบื้องต้น

  • ชื่อเรื่อง Ad Vitam (ปฏิบัติการเพื่อชีวิต)
  • ประเภท แอ็กชัน / ระทึกขวัญ / อาชญากรรม (ฝรั่งเศส)
  • นักแสดงนำ Guillaume Canet, Stéphane Caillard, Nassim Lyes
  • ความยาว ประมาณ 1 ชั่วโมง 38 นาที
  • รับชมได้ที่ Netflix
Ad Vitam 2025

📝 เรื่องย่อ (Synopsis)

เรื่องราวของ ฟร็องก์ (Franck) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (GIGN) ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างสงบกับ ลีโอ (Léo) ภรรยาที่กำลังตั้งท้องแก่ใกล้คลอด แต่แล้วชีวิตของเขาก็พังทลายเมื่อกลุ่มคนร้ายติดอาวุธบุกเข้ามาในบ้านและลักพาตัวภรรยาของเขาไป

คนร้ายยื่นข้อเสนอให้ฟร็องก์นำ “หลักฐานลับ” บางอย่างที่เขาครอบครองอยู่ไปแลกกับชีวิตของภรรยาและลูกในท้อง ฟร็องก์จึงต้องขุดเอาทักษะการรบเก่ากลับมาใช้ พร้อมกับขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมเก่า เพื่อแข่งกับเวลาในการตามล่ากลุ่มคนร้ายและเปิดโปงแผนการสมรู้ร่วมคิดระดับชาติที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการลักพาตัวครั้งนี้ โดยหนังจะมีการเล่าย้อนอดีต (Flashback) เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของความสัมพันธ์และเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน

⭐ รีวิว (Review)

1. ฉากแอ็กชันดุดัน สมจริงสไตล์ฝรั่งเศส จุดเด่นที่สุดของเรื่องนี้คือฉากบู๊ที่ทำออกมาได้ “ถึงลูกถึงคน” ตามสไตล์หนังแอ็กชันฝรั่งเศส (คล้ายๆ กลิ่นอายหนังอย่าง Taken หรือ The Transporter แต่มีความดิบกว่า) การต่อสู้ระยะประชิด (CQC) และการใช้อาวุธดูสมจริง ดุดัน และรุนแรง ใครที่ชอบหนังแนวพระเอกเก่งแบบหน่วยรบพิเศษน่าจะถูกใจในส่วนนี้

2. การดำเนินเรื่องที่มีปัญหา (จุดที่เสียงแตก) สิ่งที่ผู้ชมและนักวิจารณ์พูดถึงมากที่สุดคือ “โครงสร้างการเล่าเรื่อง” หนังเปิดเรื่องมาด้วยความตื่นเต้นในปัจจุบัน แต่จู่ๆ ช่วงกลางเรื่องหนังจะตัดเข้าสู่การย้อนอดีต (Flashback) ที่ยาวนานมาก (กินเวลาเกือบครึ่งเรื่อง) เพื่อปูพื้นหลังตัวละคร

  • ข้อดี ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครลึกซึ้งขึ้น
  • ข้อเสีย ทำให้อารมณ์ความระทึกที่ปูมาตอนต้นเรื่องสะดุดลง คนดูบางส่วนอาจรู้สึกเบื่อในช่วงนี้เพราะอยากดูฉากไล่ล่าต่อ

3. พล็อตเรื่องเดาง่าย แต่ดูเพลิน พล็อตเรื่อง “อดีตสายลับต้องไปช่วยเมีย/ลูก” เป็นพล็อตที่ค่อนข้างสูตรสำเร็จและเห็นได้บ่อยในหนังฮอลลีวูด ทำให้เนื้อเรื่องไม่ได้มีความแปลกใหม่หรือหักมุมที่น่าเซอร์ไพรส์มากนัก ตัวร้ายและปมการเมืองในเรื่องอาจจะดูเบาบางไปบ้างเมื่อเทียบกับความดุเดือดของฉากแอ็กชัน

4. การแสดง Guillaume Canet (พระเอก) แบกหนังได้ดีมากในบทพ่อบ้านอดีตหน่วยรบที่ต้องสู้เพื่อครอบครัว ดูมีความเจ็บปวดและกดดันสมจริง ส่วน Stéphane Caillard (นางเอก) ก็ไม่ใช่แค่ตัวประกันที่รอความช่วยเหลือ แต่มีบทบาทที่เข้มแข็งในระดับหนึ่ง

📊 สรุปเหมาะกับใคร?

  • ควรดู ถ้าคุณชอบหนังแอ็กชันทริลเลอร์สไตล์ดิบๆ พระเอกเก่งเทพ ยิงกันสนั่น และไม่ได้ซีเรียสกับพล็อตเรื่องที่ต้องแปลกใหม่มากนัก
  • ข้ามได้ ถ้าคุณไม่ชอบหนังที่มีการเล่าเรื่องสลับไปมา หรือไม่ชอบหนังช่วงย้อนอดีตที่ยาวนานจนทำให้หนังดูอืด

รีวิวหนังเรื่อง “Ad Vitam ปฏิบัติการเพื่อชีวิต” (หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Ad Vitam) ในฉบับเจาะลึกแบบ “จัดเต็ม” โดยไม่เน้นเล่าเรื่องย่อซ้ำ แต่จะเน้นการชำแหละองค์ประกอบศิลป์ การแสดง และความกล้าบ้าบิ่นของผู้กำกับ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็นที่ถกเถียงและน่าสนใจในเวลาเดียวกันครับ

นี่คือบทวิเคราะห์ในรูปแบบ “คุยกันภาษาหนัง” ครับ

รีวิวเจาะลึก Ad Vitam (ปฏิบัติการเพื่อชีวิต) – เมื่อความรักคือชนวนระเบิด และอดีตคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น

ถ้าคุณกดเข้ามาดู Ad Vitam ใน Netflix ด้วยความหวังว่าจะได้ดูหนังแอ็กชันเกรดบีดาษดื่นที่ระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก… ผมบอกเลยว่าคุณกำลัง “คิดผิด” และ “คิดถูก” ไปพร้อมๆ กันครับ เพราะหนังฝรั่งเศสเรื่องนี้ แม้หน้าหนังจะดูเหมือนหนังบู๊ล้างผลาญทั่วไป แต่ไส้ในของมันกลับซ่อนความทะเยอทะยานในการเล่าเรื่อง และการแสดงที่ “จริง” จนน่าขนลุก เอาล่ะครับ เรามาคุยกันแบบเจาะลึกทีละประเด็นกันเลยดีกว่า

1. บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง ความกล้าหาญหรือความผิดพลาด?

สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงและเป็นประเด็นที่ทำให้คนดู “เสียงแตก” ที่สุด คือโครงสร้างการเล่าเรื่องครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง (Linear) ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่มันเลือกใช้วิธีที่เสี่ยงมาก คือการตัดสลับและแบ่งพาร์ทอย่างชัดเจน

“การเปิดหัวที่เดือดพล่าน vs การเบรกอารมณ์ที่ท้าทาย” หนังเปิดตัวด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่บีบคั้นหัวใจสุดขีด ฟร็องก์ (พระเอก) ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เมียท้องแก่โดนจับตัวไป เราเห็นความตื่นตระหนก ความโกลาหล และความ “ดิบ” ของสถานการณ์ตรงหน้า ตรงนี้หนังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการกระชากคอเสื้อคนดูให้ตื่นตัว แต่… จุดเปลี่ยนสำคัญคือเมื่อหนังตัดสินใจพาเรา “ย้อนอดีต” (Flashback)

และมันไม่ใช่การย้อนแค่ 5 นาที 10 นาทีครับ แต่มันคือการย้อนกลับไปเล่า “ครึ่งค่อนเรื่อง” เพื่อปูพื้นหลังความสัมพันธ์ ตรงนี้แหละครับที่ผมมองว่ามันคือ “ดาบสองคม”

  • ในมุมของความลึกซึ้ง การทำแบบนี้ทำให้เราเข้าใจว่า “เดิมพัน” ของฟร็องก์มันสูงแค่ไหน เราไม่ได้แค่เห็นผู้ชายคนหนึ่งไปช่วยเมีย แต่เราเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่เคยพังทลายมาแล้ว และกำลังพยายามสร้างชีวิตใหม่ การได้เห็นช่วงเวลาที่พวกเขารักกัน ช่วงเวลาที่พวกเขาสร้างครอบครัว มันทำให้ฉากแอ็กชันในช่วงท้ายมี “น้ำหนัก” ทางอารมณ์มหาศาล เราไม่ได้เชียร์เพราะเขาเก่ง แต่เราเชียร์เพราะเรารู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน
  • ในมุมของจังหวะหนัง (Pacing) ต้องยอมรับตรงๆ ว่าสำหรับคอหนังแอ็กชันที่ต้องการความต่อเนื่อง อะดรีนาลีนอาจจะมอดลงในช่วงกลางเรื่อง การเล่าเรื่องย้อนหลังที่ยาวนานอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าหนัง “อืด” หรือ “หลุดโฟกัส” ไปบ้าง แต่ถ้าคุณอดทนผ่านช่วงปูพื้นนี้ไปได้ ผลลัพธ์ที่ได้ในช่วงองก์สุดท้ายคือความระทึกที่ทวีคูณครับ

บทหนังพยายามตั้งคำถามกับเราว่า “เรายอมทำอะไรได้บ้างเพื่อคนที่เรารัก?” และ “อดีตที่เลวร้ายสามารถถูกลบเลือนได้จริงหรือ?” แม้พล็อตเรื่องการลักพาตัวจะไม่ใหม่ (เราเห็นมาเป็นร้อยเรื่องแล้วตั้งแต่ Taken ยัน John Wick) แต่วิธีการที่ Ad Vitam เลือกเล่า มันมีความเป็นมนุษย์มากกว่าความเป็นฮีโร่ครับ

2. งานภาพ (Visuals) และงานกำกับศิลป์ ความงดงามในความรุนแรง

นี่คือจุดแข็งที่ปฏิเสธไม่ได้ของหนังฝรั่งเศสยุคใหม่ครับ งานภาพของ Ad Vitam ไม่ใช่แค่การตั้งกล้องถ่ายคนตีกัน แต่มันคือการสร้างบรรยากาศ (Atmosphere) ที่กดดันและสวยงามในเวลาเดียวกัน

“โทนสีและการจัดแสง” ผู้กำกับภาพเลือกใช้โทนสีที่ตัดกันอย่างชัดเจนระหว่าง “อดีต” และ “ปัจจุบัน”

  • พาร์ทอดีต มักจะมีการใช้แสงธรรมชาติ แสงแดดอุ่นๆ หรือโทนสีที่ดูมีความหวัง สะท้อนถึงช่วงเวลาที่ฟร็องก์พยายามสร้างชีวิตใหม่ที่เงียบสงบ
  • พาร์ทปัจจุบัน/แอ็กชัน โทนสีเปลี่ยนเป็นความหม่นหมอง สีน้ำเงินเข้ม สีเทา และความมืด (Low Key Lighting) โดยเฉพาะในฉากบุกรุกและฉากต่อสู้ การใช้แสงเงาในเรื่องนี้ช่วยขับเน้นความโดดเดี่ยวของตัวละครเอกได้ดีมาก

“มุมกล้องและการตัดต่อ” สิ่งที่ผมชอบมากคือ “ความนิ่ง” ของกล้องในฉากดราม่า และ “ความเหวี่ยง” ในฉากแอ็กชัน ฉากต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่ได้ใช้การตัดต่อแบบฉับไว (Quick Cut) จนดูไม่รู้เรื่องแบบหนังฮอลลีวูดบางเรื่อง แต่เน้นการถ่ายแบบ Long Take หรือการแช่กล้องให้เห็นท่วงท่าการต่อสู้ที่ชัดเจน เราจะเห็นแรงปะทะ เห็นเลือด เห็นความเจ็บปวดจริงๆ ไม่ใช่แค่การใช้มุมกล้องหลอกตา

ความสมจริงของงานภาพยังสะท้อนผ่าน Location ด้วยครับ บ้านที่ดูอบอุ่นกลายเป็นสนามรบ พื้นที่แคบๆ ถูกใช้ประโยชน์ในการสร้างความอึดอัด ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนติดอยู่ในสถานการณ์นั้นจริงๆ ไม่มีที่ให้หนี

3. การแสดง (Acting) แบกหนังด้วยแววตาและภาษากาย

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Ad Vitam รอดพ้นจากการเป็นหนังเกรดบี คือพลังทางการแสดงของนักแสดงนำครับ

Guillaume Canet (รับบท ฟร็องก์) ไม่ใช่ฮีโร่ แต่คือ “หมาจนตรอก” กิโยม คาเนต์ ไม่ได้เล่นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่กระสุนยิงไม่เข้า สิ่งที่เขาถ่ายทอดออกมาคือภาพลักษณ์ของ “คนธรรมดาที่มีทักษะฆ่าคน” นี่คือความแตกต่างที่สำคัญมากครับ

  • แววตา ตลอดทั้งเรื่อง คุณจะเห็นความเหนื่อยล้าในแววตาของเขา มันคือแววตาของคนที่ผ่านสงครามมา และอยากจะพอแล้ว แต่เมื่อต้องกลับไปจับปืนอีกครั้ง แววตานั้นเปลี่ยนเป็นความอำมหิตผสมกับความหวาดกลัว… ใช่ครับ “ความหวาดกลัว” เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขากลัวจะสูญเสีย สิ่งนี้ทำให้ตัวละครมีมิติมาก
  • ภาษากาย ฉากแอ็กชันของเขาดู “หนัก” ทุกหมัดที่ต่อย ทุกครั้งที่โดนซ้อม เขาแสดงอาการเจ็บออกมาจริงๆ เขาหอบหายใจ เขาเดินกะเผลก มันทำให้เรารู้สึกเจ็บแทนและเอาใจช่วยเขามากกว่าพระเอกที่โดนรุมสิบคนแล้วยังยืนเก๊กหล่อได้

Stéphane Caillard (รับบท ลีโอ) มากกว่าแค่ตัวประกัน ปกติในหนังแนวนี้ ตัวละครภรรยามักจะมีหน้าที่แค่ “กรี๊ด” และ “รอให้พระเอกไปช่วย” แต่สเตฟาน ไคยาร์ด ทำให้บท ลีโอ มีชีวิตชีวามากกว่านั้น แม้บทของเธอจะถูกจำกัดด้วยสถานการณ์ แต่เคมีระหว่างเธอกับกิโยมในพาร์ท Flashback คือสิ่งที่ยึดโยงหนังทั้งเรื่องไว้ด้วยกัน เธอทำให้คนดูเชื่อว่า ผู้หญิงคนนี้มีค่าพอที่ผู้ชายคนหนึ่งจะยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อปกป้อง ความเข้มแข็งและความเปราะบางที่เธอแสดงออกมาพร้อมกัน เป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมมากครับ

Nassim Lyes และทีมนักแสดงสมทบ แม้ตัวร้ายอาจจะดูเป็นสูตรสำเร็จไปบ้าง แต่การแสดงของฝั่งตัวโกงก็มีความน่าเกรงขามในแบบฉบับหนังยุโรป คือมีความนิ่ง ไม่พูดเยอะแต่ทำจริง ทำให้แรงกดดันในเรื่องไม่เคยแผ่วลงเลย

4. ฉากแอ็กชัน (Action Sequence) ดิบ เถื่อน และ Tactical

ถ้าคุณชอบหนังแนว John Wick คุณอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ “ช้า” ไปหน่อย แต่ถ้าคุณชอบหนังแนว The Bourne Identity หรือหนังตระกูล Taken ที่มีความสมจริง เรื่องนี้คือคำตอบครับ

“ความสมจริงทางยุทธวิธี (Tactical Realism)” หนังเรื่องนี้ทำการบ้านเรื่องยุทธวิธีมาดีมาก ท่าทางการจับปืน การเคลื่อนที่ (Movement) การเข้าเคลียร์พื้นที่ (Room Clearing) ของฟร็องก์ ดูเป็นมืออาชีพจริงๆ มันไม่ใช่การยิงกราดมั่วซั่ว แต่มันคือ “One Shot, One Kill” หรือการยิงเพื่อหยุดยั้งที่มีประสิทธิภาพ

  • การต่อสู้ระยะประชิด (CQC) ดุเดือดมากครับ มีการใช้อุปกรณ์รอบตัว การหักกระดูก การต่อสู้ด้วยมีดที่ดูหวาดเสียว เสียงประกอบ (Sound Design) ในฉากพวกนี้ทำออกมาได้ “กรอบแกรบ” จนน่าขนลุก เสียงกระแทกเนื้อ เสียงมีดเสียบ มันดูสมจริงจนน่ากลัว
  • ความรุนแรง หนังไม่ประนีประนอมเรื่องความรุนแรง เลือดเป็นเลือด ตายเป็นตาย ซึ่งนี่คือรสชาติที่หนังแอ็กชันฝรั่งเศสทำได้ดีเสมอมา มันไม่มีการเซ็นเซอร์อารมณ์คนดู

5. บทสรุปและความรู้สึกหลังดู (The Verdict)

Ad Vitam ไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบครับ จุดอ่อนเรื่องการวางโครงสร้างการเล่าเรื่อง (Pacing) ที่อาจจะทำร้ายความรู้สึกขาบู๊ใจร้อนไปบ้างเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้ามองข้ามจุดนั้นไป นี่คืองานคราฟต์ที่พิถีพิถันเรื่องอารมณ์และการแสดง

มันคือหนังที่บอกเราว่า “ปฏิบัติการเพื่อชีวิต” (ตามชื่อไทย) นั้น ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดทางกายภาพ แต่มันคือการต่อสู้เพื่อรักษา “ความหมายของชีวิต” เอาไว้ นั่นคือ ครอบครัว และคนที่เรารัก

จุดเด่นที่น่าชื่นชม

  • การแสดงระดับ A-Class ของ Guillaume Canet ที่แบกหนังได้ทั้งเรื่อง
  • ฉากแอ็กชันที่ดุดัน สมจริง ไม่แฟนตาซี
  • งานภาพและบรรยากาศที่สวยงามและกดดัน
  • Sound Design ที่ยอดเยี่ยม เพิ่มความระทึกได้ดีมาก

จุดสังเกต

  • การเล่าเรื่องแบบ Flashback ที่ยาวนานอาจทำให้กราฟความตื่นเต้นสะดุด
  • พล็อตเรื่องหลักค่อนข้างเดาง่าย ไม่มีการหักมุมที่ซับซ้อน

สรุปสั้นๆ หากคุณกำลังมองหาหนังแอ็กชันที่มี “หัวใจ” มีความเป็นมนุษย์ และชอบรสชาติความดิบเถื่อนสไตล์ยุโรป ที่ไม่ได้เน้นแค่ระเบิดตูมตามแต่เน้นความเจ็บปวดที่สมจริง Ad Vitam คือหนังที่คุณไม่ควรพลาดใน Netflix ครับ มันอาจจะไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดแห่งปี แต่มันจะเป็น 1 ชั่วโมง 40 นาที ที่ตรึงคุณไว้กับหน้าจอได้แน่นอน โดยเฉพาะถ้าคุณชอบพระเอกสาย “เงียบ ขรึม และอันตราย”

คะแนนความน่าสนใจ 7.5/10 (ตัดคะแนนเรื่องการดำเนินเรื่องช่วงกลาง แต่บวกเพิ่มให้ความทุ่มเทของนักแสดงครับ)

รายชื่อนักแสดงหลักจากภาพยนตร์ “Ad Vitam ปฏิบัติการเพื่อชีวิต” (2025) พร้อมประวัติย่อและบทบาทที่พวกเขได้รับครับ

1. กีโยม กาเนต์ (Guillaume Canet)

  • รับบท ฟร็องก์ ลาซาเรฟ (Franck Lazarev) — อดีตเจ้าหน้าที่หน่วย GIGN (หน่วยปฏิบัติการพิเศษของฝรั่งเศส) ที่วางมือมาใช้ชีวิตเงียบสงบ แต่ต้องหวนกลับคืนสังเวียนเดือดเพื่อช่วยภรรยา
  • ประวัติย่อ กีโยมคือนักแสดงและผู้กำกับระดับแถวหน้าของวงการหนังฝรั่งเศส (เปรียบได้กับดาราเบอร์ต้นๆ อย่าง ทอม ครูซ ในฝั่งฮอลลีวูด เรื่องความทุ่มเท)
    • ผลงานเด่น เขาโด่งดังไปทั่วโลกจากหนังรักคลาสสิก Love Me If You Dare (ท้าหัวใจ…รั้นรัก) ที่เล่นคู่กับ มาริยง โกติยาร์ (ภรรยาในชีวิตจริง) และเคยร่วมแสดงในหนังฮอลลีวูดเรื่อง The Beach (ถ่ายทำที่ไทย) รวมถึงเป็นผู้กำกับหนังระทึกขวัญชั้นเยี่ยมอย่าง Tell No One.
    • ในเรื่องนี้ กีโยมทุ่มเทฟิตร่างกายอย่างหนักเพื่อบทอดีตหน่วยรบ และยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

2. สเตฟาน กาลลาร์ด (Stéphane Caillard)

  • รับบท ลีโอ (Léo/Léonore) — ภรรยาของฟร็องก์ที่กำลังตั้งครรภ์ เธอไม่ใช่แค่ “เหยื่อ” ที่รอให้คนมาช่วย แต่มีอดีตที่เชื่อมโยงกับหน่วยปฏิบัติการและมีความเข้มแข็งในแบบฉบับของเธอเอง
  • ประวัติย่อ นักแสดงสาวชาวฝรั่งเศสที่มีใบหน้าเก๋และบุคลิกเท่ เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากซีรีส์ Netflix เรื่อง Marseille และบทนำในซีรีส์ไซไฟฟอร์มยักษ์ War of the Worlds.
    • สไตล์การแสดง เธอมักได้รับบทผู้หญิงแกร่ง ฉลาด และมีความลึกลับ ซึ่งเข้ากับบทลีโอในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

3. นาสซิม ลาเยส (Nassim Lyes)

  • รับบท เบน (Ben) — เพื่อนสนิทและอดีตเพื่อนร่วมทีม GIGN ของฟร็องก์ เป็นคนมุทะลุ ฝีมือการต่อสู้ฉกาจ และเป็นกำลังสำคัญที่เข้ามาช่วยฟร็องก์ในภารกิจนี้
  • ประวัติย่อ ดาวรุ่งสายแอ็กชันที่กำลังมาแรงที่สุดในฝรั่งเศสตอนนี้! นาสซิมเป็นอดีตนักมวยคิกบ็อกซิ่งแชมป์ระดับประเทศ ทำให้ฉากบู๊ของเขาดูสมจริงและหนักแน่นมาก
    • ผลงานเด่น คุณอาจคุ้นหน้าเขาจากหนังฉลามถล่มปารีส Under Paris (Netflix) ที่เป็นกระแสฮิตถล่มทลาย และหนังแอ็กชันเดือดๆ อย่าง Mayhem! (Farang) ที่ถ่ายทำในไทย

4. ซิตา ฮันโรจน์ (Zita Hanrot)

  • รับบท มานอน (Manon) — หนึ่งในสมาชิกทีมปฏิบัติการเก่า เพื่อนร่วมทีมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • ประวัติย่อ นักแสดงหญิงฝีมือดีการันตีด้วยรางวัล Cesar Award (ออสการ์ของฝรั่งเศส) สาขานักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Fatima. คนส่วนใหญ่อาจจำเธอได้จากซีรีส์รอมคอมยอดฮิตใน Netflix เรื่อง The Hook Up Plan (Plan Cœur) การมารับบทในหนังแอ็กชันทริลเลอร์เรื่องนี้ถือเป็นการพลิกบทบาทที่น่าสนใจ

5. อเล็กซิส มาเนนติ (Alexis Manenti)

  • รับบท นิโก้ (Nico) — เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่มีความสำคัญในกลุ่มอดีตหน่วย GIGN movieseries
  • ประวัติย่อ นักแสดงสายฝีมือที่โด่งดังระเบิดเถิดเทิงจากภาพยนตร์เรื่อง Les Misérables (2019) ซึ่งส่งให้เขาคว้ารางวัล Cesar Award สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม เขามักได้รับบทที่ดูจริงจัง ดุดัน หรือเป็นคนในเครื่องแบบ

เกร็ดน่ารู้เพิ่มเติม ในเรื่องนี้ Marcel Canet ลูกชายแท้ๆ ของ กีโยม กาเนต์ และ มาริยง โกติยาร์ ได้มาร่วมแสดงเป็นครั้งแรกในบทรับเชิญเล็กๆ (รับบทเป็นลูกชายของนิโก้) ซึ่งถือเป็นการประเดิมจอเงินครั้งแรกของทายาทซุปตาร์คู่นี้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *