รีวิว Wingwomen หนังปล้นที่ “โคตรเรียล” น่าดู ปี 2025

รีวิวเจาะลึกและเรื่องย่อของภาพยนตร์ Wingwomen (Voleuses) ปี 2023 ภาพยนตร์แอ็คชั่น-คอเมดี้จากฝรั่งเศสที่ฉายทาง Netflix ครับ

Wingwomen (2023) – Voleuses

แนว แอ็คชั่น / ตลก / อาชญากรรม / ดราม่า

ผู้กำกับ Mélanie Laurent (เมลานี โลรองต์)

นักแสดงนำ Adèle Exarchopoulos, Mélanie Laurent, Manon Bresch, Isabelle Adjani

Wingwomen

เรื่องย่อ (Synopsis)

เรื่องราวของสองเพื่อนซี้จอมโจรสาว Carole (รับบทโดย Mélanie Laurent) และ Alex (รับบทโดย Adèle Exarchopoulos) ที่ทำงานให้กับองค์กรอาชญากรรมภายใต้การบงการของ Marraine (รับบทโดย Isabelle Adjani) ผู้เป็นหัวหน้าที่ทั้งโหดเหี้ยมและเจ้ากี้เจ้าการ

ทั้งสองเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ต้องหลบซ่อนและทำตามคำสั่ง พวกเธอจึงวางแผนที่จะวางมือและขอเกษียณตัวเอง แต่การจะออกจากวงการนี้ไม่ง่าย Marraine ยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้ทำภารกิจปล้นงานศิลปะสุดหิน แลกกับอิสรภาพ Carole และ Alex จึงต้องดึงตัว Sam (รับบทโดย Manon Bresch) นักแข่งรถสาวฝีมือดีเข้ามาร่วมทีมในฐานะคนขับรถหนี (Getaway Driver)

ภารกิจครั้งสุดท้ายนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการโจรกรรม แต่เป็นการพิสูจน์มิตรภาพ ความเชื่อใจ และการเอาตัวรอดจากโลกอาชญากรรมที่พวกเธออยากหนีไปให้พ้น

รีวิวเจาะลึก (In-Depth Review)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่หนังปล้น (Heist Movie) สไตล์ Hollywood ที่เน้นระเบิดตูมตามหรือแผนการซับซ้อนจนปวดหัว แต่เป็นหนังที่ขับเคลื่อนด้วย “ความสัมพันธ์ของตัวละคร” (Character-driven) ผสมผสานกับอารมณ์ขันแบบหน้าตาย (Deadpan humor) สไตล์ฝรั่งเศส

1. เคมีของนักแสดงและธีม Sisterhood (มิตรภาพหญิง)

จุดแข็งที่สุดของหนังคือเคมีระหว่าง Mélanie Laurent และ Adèle Exarchopoulos

  • Adèle Exarchopoulos (Alex) เธอคือ MVP ของเรื่องนี้อย่างแท้จริง การแสดงของเธอมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ทั้งความกวน ความห้าว และความเปราะบางทางอารมณ์ เธอทำให้ตัวละครนักฆ่าสไนเปอร์ดูเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ มีฉากตลกหน้าตายที่ทำได้ดีเยี่ยม
  • Mélanie Laurent (Carole) ในฐานะผู้กำกับและนักแสดงนำ เธอคุมโทนหนังให้มีความเป็น “ผู้หญิง” สูง (Female Gaze) ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เหมือนพี่น้องที่ทะเลาะกันเรื่องไร้สาระขณะที่กำลังถือปืน ซึ่งทำให้หนังดูมีเสน่ห์และจับต้องได้

2. โทนหนังที่แปลกใหม่ (Action-Dramedy)

หนังเรื่องนี้ผสมผสานหลายอารมณ์

  • ช่วงแรก เปิดตัวด้วยฉากแอ็คชั่นที่สวยงามและตื่นเต้น
  • ช่วงกลาง เน้นบทสนทนาและการใช้ชีวิตประจำวันของโจร ซึ่งอาจจะดูเนิบช้าสำหรับคนที่คาดหวังแอ็คชั่นตลอดเวลา แต่มันคือช่วงที่ทำให้เราผูกพันกับตัวละคร
  • อารมณ์ขัน มุขตลกในเรื่องไม่ใช่การยิงมุขโบ๊ะบ๊ะ แต่เป็นตลกสถานการณ์ (Situational Comedy) และความโก๊ะของตัวละครที่ขัดกับภาพลักษณ์นักฆ่า

3. งานภาพและโปรดักชั่น (Cinematography)

  • งานภาพสวยงามมาก โดยเฉพาะฉากวิวทิวทัศน์ในคอร์ซิกา (Corsica) และปารีส
  • ฉากแอ็คชั่นไม่ได้เน้นความรวดเร็วของการตัดต่อ (Quick cut) แบบหนังสายลับทั่วไป แต่เน้นการเคลื่อนกล้องที่ลื่นไหล ทำให้เห็นทักษะของตัวละครจริงๆ

4. จุดสังเกต (Cons)

  • บทภาพยนตร์ พล็อตเรื่องหลักเกี่ยวกับการปล้นนั้นค่อนข้างเดาง่ายและสูตรสำเร็จ (Generic) ปมขัดแย้งกับตัวร้ายดูเบาบางไปนิดเมื่อเทียบกับน้ำหนักที่ให้ความสัมพันธ์ของตัวเอก
  • จังหวะหนัง (Pacing) ช่วงกลางเรื่องอาจจะรู้สึกยืดเยื้อสำหรับสายแอ็คชั่นฮาร์ดคอร์ เพราะมีการโฟกัสไปที่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ และดราม่าส่วนตัวค่อนข้างเยอะ

Wingwomen เป็นหนัง “ปล้น” ที่ไม่ได้ขายแค่ “แผนการปล้น” แต่ขาย “เสน่ห์ของโจรสาว” มันคือหนังเกี่ยวกับมิตรภาพของผู้หญิงที่เล่าผ่านฉากหลังของการโจรกรรม ใครที่ชอบสไตล์ของ Adèle Exarchopoulos หรือชอบหนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายตลกหน้าตายและดราม่าที่จับใจ ไม่ควรพลาดครับ

และนี่คือบทรีวิวเจาะลึกภาพยนตร์ Wingwomen (Voleuses) ปี 2023 แบบจัดเต็มในสไตล์การเล่าเรื่อง (Narrative Review) ที่เน้นความรู้สึก การวิเคราะห์องค์ประกอบภาพยนตร์ และการแสดง โดยไม่เน้นการเล่าเรื่องย่อซ้ำซากครับ

Wingwomen (Voleuses) เมื่อสองโจรสาวอยากลาออก แต่โลกไม่อนุญาต – นี่คือหนัง Action ที่หัวใจทำด้วย “ความเป็นมนุษย์”

ถ้าคุณกำลังคาดหวังจะดูหนังปล้นแบบ Ocean’s Eleven ที่เน้นความเท่ของแผนการ หรือหนังแอ็คชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบฮอลลีวูด ผมต้องบอกให้คุณ “เบรก” ความคิดนั้นไว้ก่อน แล้วปรับจูนคลื่นสมองใหม่ เพราะ Wingwomen (หรือชื่อฝรั่งเศส Voleuses) ผลงานการกำกับและแสดงนำของ Mélanie Laurent เรื่องนี้ ไม่ได้มาเพื่อขายความมันส์เพียงอย่างเดียว แต่มันมาเพื่อกระเทาะเปลือกความสัมพันธ์ของผู้หญิง มิตรภาพที่แนบแน่นจนเกือบเป็นพิษ และความตลกร้ายในชีวิตประจำวันของอาชญากร

นี่คือรีวิวแบบเจาะลึก ถึงแก่น ถึงอารมณ์ ในทุกมิติของหนังเรื่องนี้ครับ

1. บทภาพยนตร์และการเล่าเรื่อง มากกว่าแค่หนังปล้น คือ “หนังชีวิต” ของคนที่เป็นโจร

สิ่งแรกที่ต้องชมและพูดถึงให้มากที่สุด คือ “โทน” (Tone) ของหนัง เรื่องนี้มีความกล้าหาญมากในการผสมผสานสิ่งที่ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ ให้กลายเป็นเนื้อเดียว หนังเปิดตัวด้วยฉากที่ดูเหมือนจะเป็น Action Thriller ทั่วไป แต่เพียงไม่กี่นาทีถัดมา คุณจะพบว่าตัวเองกำลังนั่งดูหนังตลกหน้าตาย (Deadpan Comedy) สลับกับดราม่าความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง (Relationship Drama)

บทหนังไม่ได้โฟกัสว่า “พวกเธอจะขโมยของอย่างไร” (The How) มากเท่ากับ “พวกเธอรู้สึกอย่างไรขณะที่ขโมย” (The Feel)

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการเขียนบทให้ตัวละครหลักอย่าง Carole และ Alex มีความเป็นมนุษย์สูงมาก ปกติในหนังสายลับ ตัวเอกมักจะเท่ สุขุม พูดน้อย แต่ใน Wingwomen ตัวละครเหล่านี้ “ขี้บ่น” พวกเธอบ่นเรื่องสิว เรื่องผู้ชาย เรื่องประจำเดือน เรื่องความฝันที่อยากมีลูก ในขณะที่มือกำลังประกอบปืนสไนเปอร์ หรือกำลังขับมอเตอร์ไซค์หนีตำรวจ ความขัดแย้ง (Contrast) ตรงนี้แหละครับ คือเสน่ห์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ “อร่อย” และแตกต่างจากหนังตลาดทั่วไป

บทหนังยังเล่นประเด็นเรื่อง “Sisterhood” หรือมิตรภาพหญิงได้ในระดับที่ลึกกว่าผิวเผิน มันไม่ใช่แค่เพื่อนรักที่ตายแทนกันได้ แต่มันมีความซับซ้อน (Complex) แบบที่คนเราเป็นจริงๆ มีความงอแง มีความน้อยใจ มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกันและกัน (Co-dependency) โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง Alex กับ Carole ที่คนหนึ่งเปรียบเสมือนพี่สาว/แม่ และอีกคนเหมือนน้องสาวตัวแสบที่ขาดความอบอุ่น

นอกจากนี้ หนังยังสอดแทรกประเด็น “Toxic Workplace” หรือเจ้านายที่เป็นพิษ ผ่านตัวละคร Marraine (รับบทโดย Isabelle Adjani) ได้อย่างแสบสันต์ มันคือการเสียดสีโลกการทำงานที่ลูกน้องอยากลาออกแทบตาย แต่เจ้านายก็มีวิธีการ “Gaslight” หรือปั่นหัวให้รู้สึกผิด ให้รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณ จนไปไหนไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนดูแล้วจะอินในจุดนี้ แม้บริบทในหนังจะเป็นองค์กรนักฆ่าก็ตาม

2. การแสดง (Acting Performance) หัวใจสำคัญที่แบกหนังทั้งเรื่อง

ถ้าจะบอกว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ Wingwomen ควรค่าแก่การดูที่สุด คำตอบเดียวคือ Adèle Exarchopoulos (รับบท Alex)

  • Adèle Exarchopoulos (Alex) เธอคือเพชรเม็ดงามของเรื่องนี้ อเดลสลัดภาพจำจากหนังดราม่าหนักๆ มาเป็นสาวแกร่งที่มีความ “กวนประสาท” หน้าตายได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด การแสดงของเธอไม่ได้ใช้คำพูดเยอะ แต่ใช้ “สายตา” และ “กริยา” เช่น ฉากที่เธอกินอาหารอย่างมูมมาม ฉากที่เธอทำหน้านิ่งๆ เวลาโดนด่า หรือฉากที่เธอแสดงความเปราะบางทางอารมณ์เหมือนเด็กหลงทาง เธอทำให้ตัวละครนักฆ่ามือพระกาฬ กลายเป็นเด็กสาวขี้เหงาที่คนดูอยากจะกระโดดเข้าไปกอด เธอเป็นตัวแทนของความดิบเถื่อนที่ไร้เดียงสา (Innocent Brutality) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • Mélanie Laurent (Carole) ในฐานะผู้กำกับที่เล่นเองด้วย เมลานีรู้ดีว่าต้องวางตัวเองไว้ตรงไหน เธอไม่ได้พยายามขโมยซีน แต่ทำหน้าที่เป็น “สมอเรือ” (Anchor) ให้กับเรื่องราว ความนิ่ง ความเหนื่อยล้าทางสายตาที่เธอส่งออกมา ทำให้เราเชื่อสนิทใจว่าผู้หญิงคนนี้เหนื่อยกับการเป็นโจรแล้วจริงๆ เธอแบกรับความรับผิดชอบและความกลัวแทนทุกคน ซึ่งเคมีระหว่างเธอกับอเดลนั้น ลื่นไหลเหมือนคนที่เป็นเพื่อนกันมาทั้งชีวิตจริงๆ ไม่มีการประดิษฐ์หรือพยายามให้ดูรักกัน แต่มันคือความผูกพันที่มองตาก็รู้ใจ
  • Isabelle Adjani (Marraine) การได้นักแสดงระดับตำนานมาเล่นบทเจ้านายจอมบงการ เป็นอะไรที่กำไรคนดูมาก เธอเล่นได้ “เล่นใหญ่” (Campy) แบบตั้งใจ จริตจะก้านของเธอทำให้ตัวร้ายตัวนี้น่าหมั่นไส้แต่ก็น่าขันในเวลาเดียวกัน เป็นตัวละครที่สะท้อนภาพของผู้มีอำนาจที่หลงตัวเองได้อย่างเจ็บแสบ
  • Manon Bresch (Sam) ตัวละครใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มทีม แม้บทบาทอาจจะไม่โดดเด่นเท่าสองคนแรกในช่วงต้น แต่เธอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนดู (Audience Surrogate) ที่เข้ามาเห็นความสัมพันธ์แปลกประหลาดของ Carole และ Alex และสะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์นั้นมันบ้าบอแค่ไหน

3. งานภาพและองค์ประกอบศิลป์ (Cinematography & Visuals) ความงามที่จับต้องได้

หนังเรื่องนี้ถ่ายทำออกมาได้ “สวยตะลึง” แต่ไม่ใช่ความสวยแบบประดิษฐ์ (Artificial) แบบหนังโฆษณา ทว่าเป็นความสวยแบบธรรมชาติ (Organic)

  • การใช้แสงและสี (Lighting & Color) ผู้กำกับภาพเลือกใช้โทนสีที่อบอุ่นและนุ่มนวล (Warm & Soft) โดยเฉพาะในฉากที่พวกเธอใช้ชีวิตปกติ หรือฉากในเกาะคอร์ซิกา (Corsica) แสงแดดที่ตกกระทบผิวทะเลและใบหน้าตัวละคร มันช่วยลดทอนความรุนแรงของเนื้อหาอาชญากรรมลง ทำให้หนังดูมีความเป็น “ผู้หญิง” (Feminine) และมีความโรแมนติกซ่อนอยู่
  • ฉากแอ็คชั่น (Action Sequences) นี่คือจุดที่น่าสนใจ หนังไม่ได้ใช้มุมกล้องที่ตัดต่อรวดเร็วฉับไว (Quick Cuts) จนดูไม่รู้เรื่องแบบหนังแอ็คชั่นยุคใหม่หลายเรื่อง แต่กลับเลือกใช้การถ่ายแบบ Long Take หรือการเคลื่อนกล้องตามตัวละครไปเรื่อยๆ ให้เราเห็นท่วงท่า การต่อสู้ และความเหนื่อยหอบจริงๆ ของตัวละคร ฉากการต่อสู้ในป่า หรือฉากขับรถไล่ล่า จึงดูมีความสมจริง (Realistic) และมีความลื่นไหลเหมือนการเต้นรำ
  • เครื่องแต่งกาย (Costume Design) คอสตูมเรื่องนี้สมควรได้รับคำชม มันไม่ใช่ชุดหนังรัดรูปสีดำแบบสายลับทั่วไป แต่เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่ดูดี มีสไตล์ (Chic) แต่คล่องตัว สะท้อนความเป็นสาวฝรั่งเศสที่มีรสนิยม แม้กระทั่งชุดที่ใส่ไปปล้นก็ยังดูมีดีไซน์ ซึ่งช่วยเสริมบุคลิกของตัวละครให้ดูจับต้องได้

4. ประเด็นตกผลึกและความรู้สึกหลังดู (The Aftertaste)

สิ่งที่ทำให้ Wingwomen แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น คือความรู้สึกที่มันทิ้งไว้ให้กับคนดูในช่วงท้ายเรื่อง

หนังเรื่องนี้หลอกล่อเราด้วยความตลกและฉากแอ็คชั่น ก่อนจะพาเราดำดิ่งไปสู่บทสรุปที่ “กล้าหาญ” และ “สะเทือนใจ” มันไม่ได้จบแบบสูตรสำเร็จฮอลลีวูดจ๋าๆ แต่มันเลือกทางจบที่สมเหตุสมผลกับเส้นทางชีวิตที่ตัวละครเลือกเดิน

หนังตั้งคำถามสำคัญว่า “อิสรภาพมีราคาเท่าไหร่?” Carole และ Alex พยายามวิ่งหนีจากอดีตและเจ้านาย แต่หนังบอกเราว่า การจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นั้น บางครั้งต้องแลกมาด้วยการสูญเสียตัวตนบางอย่าง หรือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่

ความสัมพันธ์ของตัวละครหญิงในเรื่องนี้ ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องผู้ชาย (แม้จะมีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง) แต่มันขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง การดูแลซึ่งกันและกัน และการสร้างครอบครัวในรูปแบบที่พวกเธอเลือกเอง (Chosen Family)

บทสรุป คุ้มค่าแก่การดูหรือไม่?

ถ้าคุณวัดคุณค่าของหนังแอ็คชั่นด้วยปริมาณกระสุนหรือความวินาศสันตะโร Wingwomen อาจจะดูเบาบางไปสำหรับคุณ

แต่ถ้าคุณมองหาหนังที่

  1. บทสนทนาฉลาดและตลก เต็มไปด้วย Sarkasm และความเรียล
  2. การแสดงระดับมาสเตอร์พีซ โดยเฉพาะ Adèle Exarchopoulos ที่มีเสน่ห์เหลือล้น
  3. งานภาพสวยงาม เหมือนได้ไปเที่ยวฝรั่งเศส
  4. เนื้อหาที่ทัชใจ ว่าด้วยมิตรภาพของผู้หญิงที่ลึกซึ้ง

หนังเรื่องนี้คือ “เพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ใน Netflix” ครับ มันคือหนังที่รสชาติกลมกล่อม เหมือนไวน์ดีๆ ที่ดื่มแล้วอาจจะไม่ได้เมาหัวทิ่มในทันที แต่จะค่อยๆ รู้สึกอุ่นวาบและประทับใจไปอีกนาน

คะแนนรีวิว

  • เนื้อเรื่อง/บท 7.5/10 (พล็อตปล้นธรรมดา แต่บทสนทนาและการสร้างตัวละครกินขาด)
  • การแสดง 9.5/10 (เคมีของสองนักแสดงนำคือที่สุด)
  • งานภาพ 9/10 (สวยงาม มีสไตล์ เป็นธรรมชาติ)
  • ความบันเทิง 8.5/10 (ตลก ซึ้ง ลุ้น ครบรส)

Wingwomen ไม่ใช่แค่หนังเกี่ยวกับขโมย แต่มันคือหนังที่ขโมยหัวใจคนดูไปได้อย่างแนบเนียนที่สุดเรื่องหนึ่งของปี 2023 ครับ.

นักแสดงหลักจากภาพยนตร์ Wingwomen (Voleuses) ปี 2023 พร้อมประวัติโดยย่อและผลงานเด่น เพื่อให้คุณรู้จักพวกเขามากขึ้นครับ

1. Mélanie Laurent (เมลานี โลรองต์)

รับบท Carole (คาโรล) – หัวหน้าทีม ผู้วางแผน และมือสไนเปอร์ที่ต้องการวางมือจากวงการเพื่อไปใช้ชีวิตสงบสุขและเป็นแม่คน

  • ประวัติและผลงานเด่น
    • เธอคือหญิงเก่งรอบด้านของวงการบันเทิงฝรั่งเศส เป็นทั้งนักแสดง ผู้กำกับ และนักเขียนบท
    • ในเรื่องนี้ นอกจากจะแสดงนำแล้ว เธอยังรับหน้าที่เป็น ผู้กำกับ (Director) ของหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
    • ผลงานสร้างชื่อระดับโลก คนไทยน่าจะคุ้นหน้าเธอดีจากบท Shosanna สาวชุดแดงผู้เผาโรงหนังใน “Inglourious Basterds” (2009) ของ Quentin Tarantino และบทเจ้าหน้าที่อินเตอร์โพลใน “Now You See Me” (2013) รวมถึงหนังแอ็คชั่น “6 Underground” (2019) ทาง Netflix
    • สไตล์การแสดง มีความสง่างาม ฉลาด และถ่ายทอดอารมณ์ดราม่าได้ลึกซึ้ง

2. Adèle Exarchopoulos (อเดล เอ็กซาร์โคปูลอส)

รับบท Alex (อเล็กซ์) – คู่หูคนสนิทของคาโรล เป็นคนตรงไปตรงมา ห้าว เปิ่น และมีฝีมือการยิงปืนที่แม่นยำ แต่มีความเปราะบางในจิตใจเหมือนเด็ก

  • ประวัติและผลงานเด่น
    • นักแสดงสาวชาวฝรั่งเศสเชื้อสายกรีก ผู้โด่งดังเปรี้ยงปร้างตั้งแต่อายุยังน้อย
    • ผลงานสร้างชื่อระดับโลก แจ้งเกิดจากภาพยนตร์ LGBTQ+ เรื่องเยี่ยม “Blue Is the Warmest Color” (2013) ซึ่งการแสดงที่ดิบและเรียลของเธอทำให้เธอคว้ารางวัลปาล์มทองคำ (Palme d’Or) จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ โดยเป็นผู้ชนะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
    • ผลงานอื่นๆ The Stronghold (2020), Passages (2023)
    • สไตล์การแสดง ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงแบบ “ธรรมชาติสุดขีด” (Naturalistic) เธอมักได้รับบทหญิงสาวที่มีความขบถและเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

3. Manon Bresch (มานอน เบรช)

รับบท Sam (แซม) – นักแข่งรถสาวฝีมือดีที่ถูกดึงตัวมาร่วมทีมในภารกิจสุดท้าย เพื่อทำหน้าที่ขับรถหนี (Getaway Driver)

  • ประวัติและผลงานเด่น
    • นักแสดงสาวลูกครึ่งฝรั่งเศส-แคเมอรูน ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง
    • ผลงานสร้างชื่อ เธอเริ่มมีชื่อเสียงจากละครโทรทัศน์ยอดฮิตของฝรั่งเศสเรื่อง Plus belle la vie และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากซีรีส์วัยรุ่นแนวเหนือธรรมชาติทาง Netflix เรื่อง “Mortel” (2019)
    • บทบาทในเรื่อง Wingwomen ถือเป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่ทำให้เธอได้ประกบกับนักแสดงรุ่นพี่ระดับแถวหน้า ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมและสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับทีมได้เป็นอย่างดี

4. Isabelle Adjani (อิซาแบล อัดจานี)

รับบท Marraine (มาแรน) – เจ้านายจอมบงการ ผู้เป็นหัวหน้าองค์กรอาชญากรรม มีบุคลิกหรูหราแต่โหดเหี้ยม และชอบปั่นหัวลูกน้อง

  • ประวัติและผลงานเด่น
    • คนนี้คือ “ตัวแม่ระดับตำนาน” (Legend) ของวงการภาพยนตร์ฝรั่งเศส
    • ความสำเร็จ เธอเป็นเจ้าของสถิติชนะรางวัล César Award (เปรียบเหมือนออสการ์ของฝรั่งเศส) สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 5 ครั้ง
    • ผลงานสร้างชื่อ Possession (1981) (หนังระทึกขวัญจิตวิทยาที่การแสดงของเธอถูกกล่าวขวัญถึงจนทุกวันนี้), Camille Claudel (1988) และ Queen Margot (1994)
    • สไตล์การแสดง ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นทางอารมณ์ และความงามที่เป็นอมตะ

นักแสดงสมทบที่น่าสนใจ

  • Philippe Katerine รับบท Abner – พ่อค้าอาวุธท่าทางแปลกประหลาดที่คอยช่วยเหลือสองสาว (เขาเป็นนักร้องและนักแสดงตลกชื่อดังของฝรั่งเศสที่มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวสูงมาก)

การรวมตัวของนักแสดงชุดนี้ถือเป็น Dream Team ของหนังฝรั่งเศสรุ่นใหม่และรุ่นเก๋าเลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะเคมีระหว่าง Mélanie และ Adèle ที่เป็นหัวใจหลักของเรื่อง movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *