ปักหมุด10 รีวิวหนังแฟนตาซี 2025-2026 ที่จะทำให้คุณตาร้อนผ่าว

นี่คือรีวิวเจาะลึก 10 หนังแฟนตาซี 2025 ฟอร์มยักษ์และน่าจับตามองในช่วงปี 2025-2026 ที่คัดมาแล้วว่า “ต้องดู” โดยจะเน้นการเล่าถึง อารมณ์ของหนัง (Mood & Tone), งานภาพ (Visuals) และ พลังการแสดง (Acting) แบบจัดเต็ม เพื่อให้คุณเห็นภาพและเตรียมตัวรับความตื่นตาตื่นใจที่จะเกิดขึ้นครับ

Avatar Fire and Ash (อวตาร หายนะแห่งเพลิง)

กำหนดฉาย ปลายปี 2025

🔥 The Vibe ความโกรธเกรี้ยวและด้านมืดของแพนดอร่า หนังแฟนตาซี 2025 ถ้าภาค 2 คือความสงบเยือกเย็นของสายน้ำ ภาคนี้ James Cameron จะพาเราไปสัมผัสกับ “ไฟ” ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ธาตุ แต่หมายถึงโทสะ ความก้าวร้าว และสงครามที่รุนแรงขึ้น รีวิวในมุมของเนื้อหาคือการขยาย Lore ของชาวนาวีไปสู่เผ่า “Ash People” (ชาวเถ้าถ่าน) หนังจะฉีกกฎเดิมที่ว่าชาวนาวีคือคนดีและมนุษย์คือตัวร้าย ภาคนี้เราจะได้เห็น “ความเลวร้ายในตัวชาวนาวี” ซึ่งเป็นการบิดพล็อตที่น่าสนใจมาก มันไม่ใช่แค่หนังอนุรักษ์ธรรมชาติอีกต่อไป แต่มันคือหนังดราม่าสงครามเผ่าพันธุ์ที่ซับซ้อนขึ้น

✨ Visuals งานภาพระดับพระเจ้าที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น งานภาพของ Avatar ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แต่สิ่งที่จะได้เห็นในภาคนี้คือ Contrast (ความตัดกัน) ของสีสัน จากสีฟ้าครามของน้ำ มาสู่สีแดงเพลิง สีเทาของเถ้าถ่าน และลาวา Weta FX จะโชว์ศักยภาพในการทำแสงเงาของไฟที่ตกกระทบผิวหนังชาวนาวี รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขาไฟ ฝุ่นควัน บรรยากาศจะดูอึดอัด กดดัน และร้อนแรงทะลุจอ IMAX

🎭 Acting การแสดงที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของ Motion Capture จับตาดู Zoe Saldaña (Neytiri) ให้ดี ภาคนี้คาดว่าเธอจะต้องแบกรับความเจ็บปวดและความแค้นมหาศาล ซึ่งเทคโนโลยี Facial Capture จะถ่ายทอดทุกริ้วรอยความโกรธของเธอออกมา และตัวละครใหม่อย่างหัวหน้าเผ่าไฟ (รับบทโดย Oona Chaplin) จะต้องมาประชันบทบาทที่ดุดันและน่ากลัว เรียกว่าเป็นการแสดงผ่าน CGI ที่เน้นอารมณ์ “อาฆาต” มากกว่าภาคไหนๆ

Wicked Part Two (วิคเค็ด พาร์ททู)

กำหนดฉาย ปลายปี 2025

🌪️ The Vibe บทสรุปแห่งโศกนาฏกรรมที่งดงาม หนังแฟนตาซี 2025 หลังจากปูเรื่องมาในพาร์ทแรก พาร์ทสองนี้คือ “ของจริง” มันคือช่วงเวลาที่ Elphaba ต้องกลายเป็น Wicked Witch of the West อย่างสมบูรณ์ อารมณ์ของหนังจะเปลี่ยนจากความสดใสในโรงเรียน Shiz มาสู่ความดาร์ก การเมือง และการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ มันคือเรื่องราวของเพื่อนรักที่ต้องยืนอยู่คนละฝั่ง ความขมขื่นของการถูกสังคมตราหน้า ทั้งที่เจตนาดี เป็นแฟนตาซีมิวสิคัลที่บีบหัวใจที่สุดเรื่องหนึ่ง

✨ Visuals ออซในมุมมืดและเวทมนตร์ที่รุนแรง เราจะได้เห็นนครมรกต (Emerald City) ในมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช่เมืองแห่งความฝัน แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ งานออกแบบฉากจะมีความเป็น Steampunk ผสมเวทมนตร์มากขึ้น ฉากไฮไลท์อย่าง “No Good Deed” จะต้องเป็นงานภาพที่ระเบิดพลังเวทมนตร์แบบถล่มทลาย สีเขียวของ Elphaba จะดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ตัดกับสีชมพู/ขาวของ Glinda ที่ดูบริสุทธิ์แต่แฝงความเปราะบาง

🎭 Acting เคมีระดับตำนานของ Cynthia และ Ariana นี่คือเวทีโชว์ของ Cynthia Erivo ในฉากดราม่าหนักๆ การแสดงออกทางสายตาที่เจ็บปวดเมื่อต้องกลายเป็นตัวร้ายในสายตาคนอื่น และเสียงร้องที่ต้องทรงพลังแบบขนลุก ส่วน Ariana Grande ในบท Glinda จะต้องแสดงความเติบโตจากสาวน้อยเอาแต่ใจ กลายเป็นผู้นำที่ต้องซ่อนความเศร้าไว้ใต้รอยยิ้ม การรับส่งอารมณ์ของทั้งคู่ในฉาก “For Good” จะเป็นซีนที่เรียกน้ำตาคนดูได้ทั้งโรงแน่นอน

Superman (ซูเปอร์แมน เลกาซี)

กำหนดฉาย กลางปี 2025

☀️ The Vibe แฟนตาซีแห่งความหวัง (Hopepunk) รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 ลืมความดาร์ก หม่นหมอง ของยุคก่อนไปได้เลย James Gunn จะพาเรากลับไปสู่รากเหง้าของแฟนตาซีซูเปอร์ฮีโร่ที่ “สดใส” และ “อบอุ่น” มันคือเรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวที่มีความเป็นมนุษย์มากกว่าคนบนโลก บรรยากาศหนังจะมีความเป็น Sci-Fi Fantasy ยุคคลาสสิก ผสมผสานความตลกหน้าตายและความซึ้งกินใจ เรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่า “โลกนี้ยังมีความหวัง”

✨ Visuals สีสันที่ฉูดฉาดและงานดีไซน์ Retro-Futurism งานภาพจะไม่ใช่โทนสีซีดๆ (Desaturated) อีกต่อไป แต่จะเป็นแม่สี แดง น้ำเงิน เหลือง ที่สดชัด ชุดของ Superman จะดูมีความเป็นผ้า มี Texture ที่จับต้องได้ ไม่ใช่ชุดยางกล้ามเนื้อสังเคราะห์ เมือง Metropolis จะถูกดีไซน์ให้มีความล้ำสมัยแต่ดูคลาสสิก (Art Deco) การใช้พลังเหาะเหินเดินอากาศจะเน้นความพริ้วไหว สวยงาม มากกว่าการทำลายล้างวินาศสันตะโร

🎭 Acting ความอ่อนโยนของ David Corenswet โจทย์ยากที่สุดคือการเล่นเป็นคนดีที่เก่งที่สุดในโลกโดยไม่ให้น่าเบื่อ David Corenswet ต้องถ่ายทอดสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา (Compassion) ไม่ใช่แค่ทำหน้าเข้มๆ ตลอดเวลา เคมีระหว่างเขากับ Rachel Brosnahan (Lois Lane) จะเป็นหัวใจสำคัญ โดย Lois เวอร์ชันนี้จะมีความฉลาด คล่องแคล่ว และเป็นตัวของตัวเองสูง การแสดงของทั้งคู่ต้องทำให้เชื่อว่า แม้จะมีพลังพระเจ้า แต่เขาก็ต้องการคนธรรมดามาเติมเต็ม

How to Train Your Dragon (อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร ฉบับคนแสดง)

กำหนดฉาย กลางปี 2025

🐉 The Vibe ความสัมพันธ์ข้ามเผ่าพันธุ์ที่สมจริง รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 เมื่ออนิเมชั่นที่เรารักกลายเป็นคนแสดง โจทย์หลักคือ “ความสมจริงที่จับต้องได้” อารมณ์หนังจะมีความดิบขึ้น ของยุคไวกิ้ง ลมทะเล กลิ่นดิน กลิ่นไฟ แต่แก่นแท้ยังคงเป็น Coming of Age ของเด็กหนุ่มที่แบกรับความคาดหวัง หนังจะเน้นไปที่ความเงียบและการสื่อสารด้วยภาษากายระหว่าง Hiccup กับ Toothless มากกว่าบทพูด

✨ Visuals มังกรที่มีชีวิตจริงๆ นี่คือจุดตายของเรื่อง งาน CGI ของ Toothless (เขี้ยวกุด) ต้องทำออกมาให้เราเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ผิวหนังต้องมีเกล็ด มีความมันวาวเมื่อโดนน้ำลาย หรือความด้านเมื่อโดนไฟ การบินโฉบเฉี่ยวเหนือผิวน้ำต้องดูสมจริงตามหลักฟิสิกส์ ไม่ใช่การ์ตูน และงานสร้างหมู่บ้าน Berk จะต้องดูยิ่งใหญ่และอันตราย น่าจะเป็นงานภาพที่ผสมสารคดีสัตว์โลกเข้ากับแฟนตาซี

🎭 Acting ความเด๋อด๋าที่มีเสน่ห์ของ Mason Thames Mason Thames (จาก The Black Phone) มารับบท Hiccup เขาต้องถ่ายทอดความอึดอัด ความไม่เข้าพวก (Misfit) ออกมาให้ดูน่าเอาใจช่วย ไม่ใช่น่ารำคาญ และ Gerard Butler ที่กลับมารับบทพ่อ (Stoick) จะเป็นตัวเชื่อมความรู้สึกที่หนักแน่น ดราม่าพ่อลูกในเวอร์ชันคนแสดงจะมีความเข้มข้นทางอารมณ์มากกว่าการ์ตูน สายตาที่พ่อมองลูกด้วยความผิดหวังและเปลี่ยนเป็นความภูมิใจ คือสิ่งที่นักแสดงต้องทำให้ออกมาคมกริบ

The Fantastic Four First Steps

กำหนดฉาย กลางปี 2025

🚀 The Vibe ครอบครัวนักวิทย์ในยุค 60s แห่งอนาคต รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 Marvel เลือกเส้นทางที่ชาญฉลาดด้วยการทำเป็น Retro-Futuristic (อนาคตในจินตนาการของคนยุค 60s) อารมณ์หนังจะมีความเป็น Sci-Fi Adventure ที่เน้นการสำรวจ (Exploration) มากกว่าการต่อสู้กู้โลกแบบเดิมๆ บรรยากาศจะมีความอบอุ่นแบบครอบครัว การถกเถียงกันบนโต๊ะอาหาร ผสมกับการผจญภัยในมิติควอนตัมหรืออวกาศที่แปลกประหลาด

✨ Visuals ความงามแบบ Psychedelic และ Kirby Style เตรียมพบกับงานภาพที่ “เพี้ยนและสวย” (Trippy) ได้เลย ผู้กำกับน่าจะดึงลายเส้นของ Jack Kirby (ผู้สร้างคอมิก) มาใช้ ทั้งพลังคอสมิกที่เป็นจุดๆ แสงสีที่ฉูดฉาด เทคโนโลยีในเรื่องจะดูโค้งมน มีปุ่มกดเยอะๆ แบบหนังไซไฟเก่าแต่ทำด้วย CGI ยุคใหม่ ตัวละคร The Thing (มนุษย์หิน) จะเป็นงาน Practical Suit ผสม CGI ที่ดูมีน้ำหนักและน่ากอดในเวลาเดียวกัน

🎭 Acting เคมีครอบครัวที่ลงตัว (Pedro Pascal & Vanessa Kirby) Pedro Pascal (Reed Richards) ไม่ต้องห่วงเรื่องการแสดง เขาจะทำให้ Reed ดูเป็นอัจฉริยะที่อบอุ่นแต่บางทีก็หลุดโลก จนลืมสนใจความรู้สึกคนรอบข้าง ส่วน Vanessa Kirby (Sue Storm) จะเป็นกาวใจที่เข้มแข็ง การปะทะคารมระหว่าง Human Torch และ The Thing จะเป็นสีสันที่ทำให้หนังดูมีชีวิตชีวา การแสดงต้องทำให้เราเชื่อว่าพวกเขาคือ “ครอบครัว” ก่อนที่จะเป็น “ฮีโร่”

Mickey 17

กำหนดฉาย ต้นปี 2025

🧬 The Vibe ไซไฟระทึกขวัญ ตลกร้าย สไตล์ Bong Joon-ho รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 จากผู้กำกับ Parasite นี่คือหนังแฟนตาซีไซไฟที่พล็อตล้ำมาก เรื่องราวของ “Mickey” พนักงานที่ “ตายแล้วเกิดใหม่” (Print ร่างใหม่) เพื่อทำงานเสี่ยงตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า อารมณ์หนังจะมีความ Absurd (ไร้สาระแบบมีความหมาย) กดดัน และตลกร้ายเสียดสีทุนนิยม มันคือการตั้งคำถามถึงคุณค่าของชีวิตผ่านเลนส์ที่แปลกประหลาด

✨ Visuals ความดิบของอวกาศและความเนี้ยบของงานศิลป์ งานภาพของ Bong Joon-ho จะมีความเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว การจัดองค์ประกอบภาพ (Framing) จะสื่อความหมายแฝงเสมอ สภาพแวดล้อมในอาณานิคมน้ำแข็ง (Niflheim) จะดูหนาวเหน็บ สกปรก และน่าหดหู่ ตัดกับเทคโนโลยีการโคลนนิ่งที่ดูสะอาดตาแต่ไร้หัวใจ งานภาพเรื่องนี้จะไม่ได้เน้นความอลังการแบบ Blockbuster แต่เน้น “บรรยากาศ” ที่ทำให้คนดูไม่ไว้วางใจ

🎭 Acting Robert Pattinson ปะทะ Robert Pattinson นี่คือเวทีปล่อยของของ Robert Pattinson เขาต้องเล่นเป็น Mickey หลายเวอร์ชัน ซึ่งแต่ละร่างอาจจะมีบุคลิก หรือความทรงจำที่บิดเบี้ยวไปเล็กน้อย การต้องแสดงฉากคุยกับตัวเอง หรือการแสดงความกลัวตายทั้งที่รู้ว่าจะได้เกิดใหม่ เป็นโจทย์ที่ซับซ้อนและท้าทายมาก เตรียมดูการแสดงที่ “จิต” และ “ลึก” ได้เลย

Tron Ares

กำหนดฉาย ปลายปี 2025

⚡ The Vibe เมื่อโลกดิจิทัลรุกรานโลกความจริง ภาคนี้จะสลับขั้ว จากมนุษย์เข้าไปในเกม กลายเป็นโปรแกรม (Ares) ออกมาสู่โลกมนุษย์ Mood ของหนังจะมีความเป็น Cyberpunk ที่มาอยู่ในโลกปัจจุบัน ความเท่ ความคูล ของแสงนีออน ผสมกับความโกลาหลของโลกจริง ดนตรีประกอบจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญ (Electronic/Synthwave) ที่ขับเคลื่อนจังหวะหนังให้เร้าใจ

✨ Visuals นีออนท่ามกลางความมืด เอกลักษณ์ของ Tron คือเส้นแสง (Light Lines) ที่ตัดกับพื้นหลังสีดำ ภาคนี้เราจะได้เห็นแสงเหล่านั้นกระทบกับวัตถุจริง เช่น รถ Light Cycle วิ่งบนถนนยางมะตอยตอนฝนตก แสงนีออนสะท้อนน้ำขัง หรือชุดเกราะดิจิทัลที่ดูแปลกแยกเมื่อเดินในเมือง งาน Visual Effects จะเน้นความคมชัด (Sharpness) และความลื่นไหลแบบดิจิทัล

🎭 Acting ความไร้จิตวิญญาณของ Jared Leto Jared Leto มักจะทำได้ดีในบทที่ดู “ไม่ใช่มนุษย์ปกติ” การรับบทเป็นโปรแกรม Ares น่าจะเข้าทางเขามาก เขาต้องแสดงความแข็งกระด้าง ความสงสัยใคร่รู้แบบ AI และความโหดเหี้ยมที่ไร้ความปรานี ส่วน Evan Peters ที่มาร่วมแสดง น่าจะมาเติมเต็มพาร์ทของมนุษย์ที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามนี้ เป็นคู่ตรงข้ามที่น่าสนใจ

A Minecraft Movie

กำหนดฉาย ต้นปี 2025

🧱 The Vibe แฟนตาซีสายกาว ที่เข้าถึงได้ทุกคน รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 อย่าคาดหวังความสมจริง นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อความบันเทิงแบบ “หลุดโลก” (Isekai Style) กลุ่มคนธรรมดาหลุดเข้าไปในโลกเหลี่ยมๆ อารมณ์หนังจะมีความเป็นการ์ตูนสูงมาก มุกตลกหน้าตาย ความ Situational Comedy ที่เกิดจากกฎฟิสิกส์ประหลาดๆ ของเกม Minecraft (เช่น การตัดไม้ด้วยมือเปล่า)

✨ Visuals ความเหลี่ยมที่สมจริง (Realistic Cubism) ความท้าทายคือการทำให้โลกที่เป็นบล็อกสี่เหลี่ยมดู “สวย” ในจอภาพยนตร์ ทีมงานเลือกใช้ Texture ที่สมจริง (ใบไม้เป็นใบไม้ น้ำเป็นน้ำ) แต่รูปทรงยังคงเป็นบล็อก การจัดแสงจะช่วยให้โลกนี้ดูมีมิติ ไม่แบนราบ ฉากการคราฟต์ของ หรือการสร้างสิ่งก่อสร้าง จะถูกนำเสนอด้วย CGI ที่สร้างสรรค์และเคารพต้นฉบับ

🎭 Acting Jack Black คือ Steve! ไม่มีใครเหมาะกับบท Steve เท่า Jack Black อีกแล้ว พลังงานล้นเหลือ ความบ้าบอ และความตลกที่เป็นธรรมชาติของเขาจะแบกหนังทั้งเรื่อง และ Jason Momoa ในลุคผมยาวใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีชมพู จะมาพลิกบทบาทจากสายบู๊มาเป็นสายฮา การแสดงของเรื่องนี้จะไม่เน้นความลึกซึ้ง แต่เน้น “จังหวะ” และ “อินเนอร์” ที่สนุกสนานไปกับโลกประหลาดๆ

Snow White (สโนว์ไวท์ ฉบับคนแสดง)

กำหนดฉาย ต้นปี 2025

🍎 The Vibe เทพนิยายมิวสิคัลที่ทันสมัยขึ้น รีวิวหนังแฟนตาซี 2025 แม้จะมีดราม่ามากมาย แต่ในแง่ของตัวหนัง Disney พยายามจะปรับปรุงเนื้อหาให้มีความเป็น Feminist มากขึ้น สโนว์ไวท์จะไม่ใช่แค่รอเจ้าชาย แต่จะเป็นผู้นำ อารมณ์หนังยังคงความขลังของเวทมนตร์ ป่าต้องมนตร์ และเพลงประกอบที่ไพเราะ แต่จะเพิ่มความเข้มข้นของการเมืองในราชสำนักเข้าไปด้วย

✨ Visuals ความวิจิตรบรรจงของเครื่องแต่งกายและฉาก จุดเด่นที่สุดคือ “Art Direction” กระท่อมคนแคระ ปราสาทราชินี จะถูกสร้างด้วยความประณีต ผสมผสานฉากจริงกับ CGI กระจกวิเศษน่าจะถูกดีไซน์ใหม่ให้ดูน่ากลัวและทรงพลัง งานภาพจะมีความฟุ้งฝัน (Dreamy) เหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่เคลื่อนไหวได้

🎭 Acting การปะทะกันของ Rachel Zegler และ Gal Gadot ต้องยอมรับว่าเสียงร้องของ Rachel Zegler คือของจริง เธอจะถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเพลงได้ยอดเยี่ยม ส่วน Gal Gadot ในบท Evil Queen คือไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย การแสดงแบบ Camp (เล่นใหญ่ ร้ายแบบราชินี) ของเธอ จะแย่งซีนทุกครั้งที่ปรากฏตัว สายตาที่อิจฉาริษยาและความมั่นหน้าของ Gal จะทำให้ตัวร้ายตัวนี้น่าจดจำ

รีวิวหนังแฟนตาซี 2025

The Bride! (เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์)

กำหนดฉาย ปลายปี 2025 (โดยประมาณ)

⚡ The Vibe โรแมนติก-เฮอร์เรอร์ ยุค 1930s กำกับโดย Maggie Gyllenhaal นี่ไม่ใช่หนังผีตุ้งแช่ แต่เป็นหนังรักสยองขวัญที่มีความอาร์ตสูง (Arthouse Horror) เรื่องราวของมอนสเตอร์ที่โหยหาความรัก บรรยากาศจะมีความเหงา ความดิบเถื่อน และความโรแมนติกที่ผิดเพี้ยน ย้อนยุคไปในช่วงปี 1930s ที่ชิคาโก

✨ Visuals ความงามในความสยดสยอง (Grotesque Beauty) งานภาพจะเล่นกับแสงเงาแบบฟิล์มนัวร์ (Film Noir) ผสมกับความเลือดสาดแบบมีสไตล์ การแต่งหน้าเอฟเฟกต์ (Prosthetics) ของตัวแฟรงเกนสไตน์และเจ้าสาว จะต้องดูสมจริง น่ากลัว แต่ก็แฝงความเศร้าสร้อย แสงไฟนีออนสลัวๆ ในยุคเก่าจะสร้างบรรยากาศที่น่าหลงใหล

🎭 Acting การรวมตัวของยอดฝีมือ (Christian Bale & Jessie Buckley) Christian Bale มารับบทสัตว์ประหลาดแฟรงเกนสไตน์ แค่นี้ก็การันตีความทุ่มเท เขาคงลดน้ำหนักหรือแปลงโฉมจนจำไม่ได้ และต้องสื่อสารอารมณ์ผ่านใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเย็บ ส่วน Jessie Buckley เป็นนักแสดงสายพลังอยู่แล้ว เคมีของทั้งคู่จะเป็นความรักที่ “พังทลาย” และ “บ้าคลั่ง” เป็นการแสดงที่เน้นจิตวิทยาตัวละครสูงมาก

บทสรุปภาพรวม (What to Expect)

ปี 2025-2026 คือปีที่ “ความสมจริง (Realism)” เข้ามาจับมือกับ “จินตนาการ (Fantasy)” อย่างแนบแน่น เราจะไม่เห็นแค่ CGI ลอยๆ อีกต่อไป แต่เราจะเห็น

  1. Texture ที่สัมผัสได้ ผิวหนัง, เกล็ด, ฝุ่น, ควัน
  2. อารมณ์ที่ซับซ้อน ตัวละครในหนังแฟนตาซีจะไม่แบนราบ มีรัก โลภ โกรธ หลง แบบมนุษย์จริง
  3. Genre Blending แฟนตาซีผสมสยองขวัญ, ผสมไซไฟ, ผสมมิวสิคัล

เตรียมเงินและเวลาให้พร้อม เพราะลิสต์นี้คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของโลกภาพยนตร์ครับ! movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *