รีวิวรวดเดียวจบ! ดราก้อนบอล มูฟวี่ 15 ภาคคลาสสิก

มหากาพย์ตำนานนักรบซูเปอร์ไซย่า รีวิวเจาะลึก ดราก้อนบอล มูฟวี่ ทั้ง 15 ภาค

หากพูดถึงอนิเมะระดับตำนานที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมายาวนานข้ามทศวรรษ คงหนีไม่พ้น “Dragon Ball Z” ซึ่ง ดราก้อนบอล มูฟวี่ นอกจากซีรีส์หลักที่สร้างความตื่นเต้นหน้าจอทีวีแล้ว ฉบับภาพยนตร์หรือ “เดอะมูฟวี่” ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอย แม้เนื้อหาในเดอะมูฟวี่ภาคคลาสสิกส่วนใหญ่จะอยู่ในจักรวาลคู่ขนาน (Non-canon) แต่ก็มอบฉากแอ็กชันสุดมันส์และตัวละครวายร้ายที่เป็นที่จดจำมากมาย

บทความนี้จะพาทุกคนย้อนรอยนั่งไทม์แมชชีน ไปรีวิวและให้คะแนน Dragon Ball Z The Movie ทั้ง 15 ภาค (นับตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาค Resurrection ‘F’ ก่อนเข้าสู่ยุคซูเปอร์) ภาคไหนปัง ภาคไหนแป้ก มาร่วมทบทวนความทรงจำไปพร้อมกันครับ!

ดราก้อนบอล มูฟวี่

1. Dragon Ball Z Dead Zone (เดอะ สวอร์น ออฟ การ์ลิค จูเนียร์) – 1989

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ การ์ลิค จูเนียร์ วายร้ายตัวจิ๋วที่ต้องการล้างแค้นพระเจ้า ได้รวบรวมดราก้อนบอลจนครบและขอพรให้ตัวเองเป็นอมตะสำเร็จ แถมยังลักพาตัวซุน โกฮัง ในวัยเด็กไป โกคูจึงต้องผนึกกำลังกับพิคโกโล่เพื่อบุกปราสาทของการ์ลิค จูเนียร์ และช่วยเหลือลูกชาย รีวิว นี่คือมูฟวี่ประเดิมชื่อ “Z” ภาคแรกสุด เสน่ห์ของภาคนี้คือลายเส้นและการต่อสู้ที่ยังมีความเป็นศิลปะการต่อสู้แบบภาคแรกๆ อยู่มาก การจับคู่กันเฉพาะกิจของโกคูและพิคโกโล่ (ก่อนศึกราดิซ) ทำออกมาได้เท่และดุดัน จุดเด่นคือการ์ลิค จูเนียร์เป็นบอสตัวเดียวในประวัติศาสตร์ที่ขอพรเป็นอมตะได้สำเร็จจริงๆ แม้ฉากจบจะแอบรวบรัดไปนิดด้วยพลังแฝงของโกฮัง แต่ก็ถือเป็นการเปิดตัวมูฟวี่ที่คลาสสิก คะแนนรีวิว 7/10

2. Dragon Ball Z The World’s Strongest (ชายผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก) – 1990

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ ดร.โคจิน ได้ปลุก ดร.วีโล่ นักวิทยาศาสตร์ผู้ชั่วร้ายที่เหลือแต่สมองขึ้นมาจากน้ำแข็ง ดร.วีโล่ต้องการร่างของ “ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก” มาเป็นภาชนะใหม่ ซึ่งในตอนแรกเขาเข้าใจว่าเป็นผู้เฒ่าเต่า ก่อนจะเบนเป้าหมายมาที่โกคู รีวิว ภาคนี้มีความแปลกใหม่ตรงที่วายร้ายเป็นสายไซไฟ/วิทยาศาสตร์ มากกว่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือปีศาจ ฉากแอนิเมชันลื่นไหลมาก โดยเฉพาะฉากที่ผู้เฒ่าเต่าโชว์ลีลาการต่อสู้ (ซึ่งหาดูได้ยากในยุค Z) โกคูในยุคที่ใช้หมัดไคโอและบอลเก็งกิเป็นท่าไม้ตายหลัก ให้ความรู้สึกตึงเครียดและกดดันได้ดีเยี่ยม คะแนนรีวิว 7.5/10

3. Dragon Ball Z The Tree of Might (ศึกสุดยอดการต่อสู้เพื่อโลกมนุษย์) – 1990

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ ทาเลส (Turles) ชาวไซย่าที่มีหน้าตาเหมือนโกคูราวกับแกะ เดินทางมาที่โลกเพื่อปลูก “ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์” ที่จะดูดกลืนพลังชีวิตของดาวดวงนั้นไปสร้างผลไม้แห่งพลัง ทาเลสและลูกน้องได้ปะทะกับเหล่านักรบ Z ที่ต้องปกป้องโลกจากการสูญสลาย รีวิว คอนเซปต์ “โกคูเวอร์ชันชั่วร้าย” ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในภาคนี้ ทาเลสเป็นตัวร้ายที่มีเสน่ห์และโหดเหี้ยม การต่อสู้ของเหล่านักรบ Z (เทนชินฮัง, หยำฉา, คุริริน, เจาซือ) มีบทบาทให้เห็นชัดเจนก่อนที่สเกลพลังของเรื่องจะเฟ้อในภาคหลังๆ เป็นมูฟวี่ที่ครบรสและมีฉากแอ็กชันที่สนุกมากภาคหนึ่ง คะแนนรีวิว 8/10

4. Dragon Ball Z Lord Slug (ซูเปอร์ไซย่า ซุน โกคู) – 1991

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ ลอร์ด สลัก ชาวนาเม็กผู้ชั่วร้ายและทรงพลัง เดินทางมายังโลกเพื่อใช้ยานอวกาศปรับสภาพดาวเคราะห์ให้กลายเป็นน้ำแข็ง สลักรวบรวมดราก้อนบอลขอพรให้กลับมาหนุ่มอีกครั้ง โกคูจึงต้องปลุกพลังแฝงที่เข้าใกล้ความเป็น “ซูเปอร์ไซย่า” เพื่อต่อกร รีวิว โครงเรื่องคล้ายกับภาคจอมปีศาจพิคโกโล่ผสมกับชาวนาเม็ก ไฮไลต์ของภาคนี้คือการปรากฏตัวของร่าง “False Super Saiyan” (ซูเปอร์ไซย่าร่างเงา) ของโกคูที่ดุดันและไร้สติ แม้เนื้อเรื่องจะคาดเดาง่ายและจุดอ่อนของวายร้าย (เสียงผิวปาก) จะดูตลกไปนิด แต่ฉากต่อสู้ก็ยังคงมาตรฐานความมันส์ของดราก้อนบอลไว้ได้ คะแนนรีวิว 6.5/10

5. Dragon Ball Z Cooler’s Revenge (การแก้แค้นของคูลเลอร์) – 1991

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ คูลเลอร์ พี่ชายของฟรีเซอร์ เดินทางมายังโลกเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัวและกอบกู้ศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ โกคูที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องให้โกฮังไปหาถั่วเซียนมาช่วย ก่อนที่โกคูจะลุกขึ้นมาเผยร่างซูเปอร์ไซย่าปะทะกับร่างแปลงขั้นสุดยอดของคูลเลอร์ รีวิว หนึ่งในเดอะมูฟวี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด! คูลเลอร์เป็นตัวร้ายที่มีมิติ เขาไม่ประมาทเหมือนฟรีเซอร์ และร่างแปลงขั้นสุดยอดของเขาก็ออกแบบมาได้เท่และน่าเกรงขามสุดๆ ฉากที่โกคูแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าพร้อมกับชุบชีวิตนกที่บาดเจ็บ เป็นหนึ่งในฉากที่ทรงพลังและมีงานภาพที่สวยงามระดับขึ้นหิ้ง คะแนนรีวิว 9/10

6. Dragon Ball Z The Return of Cooler (การกลับมาของคูลเลอร์) – 1992

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ ดาวนาเม็กดวงใหม่ถูกคุกคามโดยดาวเคราะห์จักรกล “บิ๊กเก็ตติสตาร์” โกคูและเพื่อนๆ เดินทางไปช่วยเหลือ และพบว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือ คูลเลอร์ ที่ฟื้นคืนชีพกลับมาในร่างไซบอร์กสุดแกร่ง “เมทัล คูลเลอร์” แถมยังมีกองทัพโคลนอีกนับหมื่นตัว รีวิว ภาคนี้เป็นการยกระดับความสิ้นหวังได้อย่างดีเยี่ยม การปรากฏตัวของเมทัลคูลเลอร์นับร้อยนับพันตัวสร้างความช็อกให้คนดูได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็นมูฟวี่ภาคแรกที่ เบจิต้า ได้มาโชว์ฟอร์มร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับโกคูในร่างซูเปอร์ไซย่า ฉากแท็กทีมของทั้งสองคนบู๊แหลกทะลวงขีดจำกัดเป็นอะไรที่สะใจแฟนคลับขั้นสุด คะแนนรีวิว 8.5/10

7. Dragon Ball Z Super Android 13! (สุดยอดศึกมนุษย์ดัดแปลง) – 1992

รีวิว ดราก้อนบอล มูฟวี่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของดร.เกโร่ยังคงทำงานอยู่ และได้สร้างหมายเลข 13, 14 และ 15 ขึ้นมาเพื่อกำจัดโกคู เมื่อลูกน้องพ่ายแพ้ หมายเลข 13 ได้ดูดกลืนชิ้นส่วนของพวกพ้องเข้าไป กลายเป็น “ซูเปอร์หมายเลข 13” ร่างยักษ์สีฟ้าที่ทรงพลังจนโกคู เบจิต้า และทรังคส์ แทบจะรับมือไม่ไหว รีวิว เนื้อเรื่องแบนราบและดำเนินไปตามสูตรสำเร็จของเดอะมูฟวี่ (ลูกน้องสู้ลูกน้อง บอสสู้พระเอก) แต่ทดแทนด้วยฉากแอ็กชันที่ดิบเถื่อน ซูเปอร์หมายเลข 13 อึดและถึกมาก ไฮไลต์เด็ดที่แฟนๆ จดจำคือฉากโกคูโดนต่อยกล่องดวงใจจนตาเหลือก และการที่โกคูในร่างซูเปอร์ไซย่าดูดซับพลังของบอลเก็งกิเข้าไปในร่างกายตัวเองเพื่อเผด็จศึก เป็นไอเดียที่แปลกและเท่มาก คะแนนรีวิว 7/10

8. Dragon Ball Z Broly – The Legendary Super Saiyan (ร้อนแรงสุดขั้วศึกมหาจักรวาล) – 1993

เนื้อเรื่องย่อ พารากัส ชาวไซย่าผู้รอดชีวิต มาเชิญเบจิต้าให้ไปเป็นราชาที่ดาวดวงใหม่ แต่แท้จริงแล้วมันคือกับดักเพื่อล้างแค้น แผนนี้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงของ “โบรลี่” ลูกชายของเขา ผู้เป็น “ซูเปอร์ไซย่าในตำนาน” ที่มีพลังทำลายล้างไร้ขีดจำกัดและความแค้นฝังลึกต่อโกคู (คาคาล็อต) รีวิว ระดับตำนาน! โบรลี่คือวายร้ายมูฟวี่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล ร่างซูเปอร์ไซย่าในตำนานที่กล้ามใหญ่ ตัวสูง และไร้ความปรานี สร้างความสิ้นหวังให้กับเหล่าตัวเอกชนิดที่ว่าเบจิต้าถึงกับถอดใจร้องไห้ ฉากแอ็กชันอัดแน่นและบ้าคลั่ง แม้เหตุผลที่โบรลี่เกลียดโกคู (เพราะเด็กร้องไห้เสียงดังใส่ตอนทารก) จะดูตลกไปหน่อย แต่นี่คือมูฟวี่ที่ดูสนุกและทรงพลังที่สุดของยุค Z อย่างแท้จริง คะแนนรีวิว 9.5/10

9. Dragon Ball Z Bojack Unbound (ฝ่าวิกฤติกาแล็คซี่) – 1993

เนื้อเรื่องย่อ หลังจากเซลเกมส์ โกคูเสียชีวิต โลกกลับมาสงบสุขและมีการจัดงานประลองยุทธระดับโลก แต่ “โบแจ็ค” และพรรคพวก สลัดอวกาศสุดโฉดที่หลุดพ้นจากผนึกของท่านไคโอ (ที่ตายพร้อมโกคู) ได้บุกมาป่วนงานประลอง โกฮังในฐานะผู้ปกป้องโลกเพียงหนึ่งเดียวจึงต้องรับศึกหนัก รีวิว นี่คือเวทีเจิดจรัสของ ซุน โกฮัง อย่างแท้จริง ภาคนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าโลกที่ไม่มีโกคูก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ การออกแบบแก๊งของโบแจ็คทำออกมาได้ดี การปรากฏตัวของ ทรังคส์อนาคต (ผมยาว) ก็เท่บาดใจ และฉากที่โกคูฝืนกฎสวรรค์วาร์ปมาช่วยโกฮังชั่วครู่ก็กระชากอารมณ์ได้ดีเยี่ยม นำไปสู่การระเบิดพลังซูเปอร์ไซย่า 2 ของโกฮังที่จัดการศัตรูได้อย่างเด็ดขาดและเลือดเย็น คะแนนรีวิว 8.5/10

10. Dragon Ball Z Broly – Second Coming (การกลับมาของโบรลี่) – 1994

เนื้อเรื่องย่อ โบรลี่รอดชีวิตจากดาวที่ระเบิดและตกลงมาบนโลกในสภาพแช่แข็ง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร้องของ โกเท็น (ที่หน้าเหมือนโกคู) ความบ้าคลั่งจึงกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ โกฮัง โกเท็น ทรังคส์ และบีเดล ต้องเป็นฝ่ายรับมือกับปีศาจร้ายตนนี้ รีวิว โบรลี่ภาคนี้เน้นความบันเทิงและคอเมดี้ในช่วงแรกผ่านแก๊งเด็กๆ ก่อนจะปรับโหมดเข้าสู่ความจริงจังเมื่อโกฮังโตมาสมทบ แม้ความน่าเกรงขามของโบรลี่จะลดลงจากภาคแรก (พูดเป็นแต่คำว่า “คาคาล็อต”) แต่ฉากปิดท้าย “พลังคลื่นเต่าครอบครัว” (Family Kamehameha) ที่โกฮัง โกเท็น และเงาของโกคู ปล่อยพลังร่วมกัน เป็นหนึ่งในซีนที่อิ่มเอมใจและเป็นภาพจำระดับไอคอนิกของซีรีส์ คะแนนรีวิว 7.5/10

11. Dragon Ball Z Bio-Broly (สุดยอดนักรบ ไบโอโบรลี่) – 1994

เนื้อเรื่องย่อ โคลนของโบรลี่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ร่างโคลนจมลงในของเหลวชีวภาพ กลายเป็นอสูรกายโคลนตม “ไบโอ-โบรลี่” โกเท็น, ทรังคส์, หมายเลข 18 และคุริริน จึงต้องหาทางหยุดยั้งมัน รีวิว ถือเป็นเดอะมูฟวี่ที่ถูกวิจารณ์ในแง่ลบมากที่สุด การเอาตัวละครสุดเท่อย่างโบรลี่มาทำเป็นสัตว์ประหลาดโคลนตมไร้สติเป็นการทำลายความขลังของตัวละครอย่างย่อยยับ เนื้อเรื่องดูเหมือนตอนเสริมธรรมดาๆ สเกลพลังเล็กจ้อย และไม่มีความดึงดูด ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือการได้เห็นหมายเลข 18 และแก๊งเด็กๆ มีบทบาทในการต่อสู้เต็มรูปแบบ คะแนนรีวิว 4/10

12. Dragon Ball Z Fusion Reborn (ฟิวชั่นของโกคูและเบจิต้า) – 1995

เนื้อเรื่องย่อ อุบัติเหตุในนรกทำให้วิญญาณชั่วร้ายรวมตัวกันกลายเป็น “จาเน็มบ้า” ปีศาจที่บิดเบือนกฎแห่งความเป็นและความตาย ทำให้คนตายฟื้นคืนชีพป่วนโลก (รวมถึงฟรีเซอร์) โกคูและเบจิต้าที่อยู่ในปรโลกต้องหาทางปราบจาเน็มบ้า ซึ่งทางเดียวที่จะชนะได้คือการ “ฟิวชั่น” ผสานร่างกัน รีวิว ยอดเยี่ยมทั้งงานภาพ เนื้อเรื่อง และคิวบู๊! จาเน็มบ้าในร่างสุดยอดมีการต่อสู้ที่พริ้วไหวและแปลกตาด้วยเทคนิคดาบมิติ ภาคนี้เต็มไปด้วยเซอร์วิสแฟนๆ ตั้งแต่การโชว์ร่างซูเปอร์ไซย่า 3 ของโกคู ไปจนถึงการเปิดตัวครั้งแรกของ “โกจิต้า” (Gogeta) ที่ออกมาโชว์เทพเพียงไม่กี่นาทีแต่ขโมยหัวใจแฟนคลับไปเต็มๆ นอกจากนี้การจับคู่ตลกๆ ของฝั่งโลกมนุษย์อย่างโกเท็นคูสก็ทำได้สนุกสนาน คะแนนรีวิว 9/10

13. Dragon Ball Z Wrath of the Dragon (ฤทธิ์หมัดมังกรถล่มโลก) – 1995

เนื้อเรื่องย่อ ฮอย ชายแก่ลึกลับขอร้องให้โกคูใช้ดราก้อนบอลปลดผนึก “ทาเปียน” ผู้กล้าจากกล่องดนตรี แต่การปลดผนึกนั้นกลับเป็นการปลดปล่อยปีศาจยักษ์โบราณ “ฮิรูเดการ์น” ออกมาถล่มเมือง เหล่านักรบ Z ต้องรับมือกับอสูรกายขนาดยักษ์ตัวนี้ รีวิว เป็นมูฟวี่ที่มีกลิ่นอายดราม่าและแฟนตาซีสูงมาก การผูกมิตรระหว่างทาเปียนและทรังคส์น้อยทำให้อนิเมะมีมิติทางอารมณ์ลึกซึ้ง (พร้อมโยงไปถึงที่มาของดาบทรังคส์อนาคต แม้จะเป็น Non-canon) งานภาพในเมืองตอนที่ฮิรูเดการ์นอาละวาดให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังสัตว์ประหลาดไคจู และฉากจบที่โกคูปิดฉากด้วยท่า “หมัดมังกร” (Dragon Fist) ก็ทรงพลังและโคตรเท่! คะแนนรีวิว 8.5/10

(หมายเหตุ หลังจากภาค 13 แฟรนไชส์ได้หยุดพักการทำมูฟวี่เนื้อเรื่องหลักไปยาวนาน ก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับการปฏิวัติสเกลพลังและเป็น Canonical หรือเนื้อเรื่องหลักทางการ)

14. Dragon Ball Z Battle of Gods (ศึกสงครามเทพเจ้า) – 2013

เนื้อเรื่องย่อ เทพแห่งการทำลายล้าง “บิลส์” ตื่นจากการหลับใหลและออกตามหา “ซูเปอร์ไซย่าก็อด” ตามคำทำนาย บิลส์เดินทางมาที่โลกและเข้าร่วมงานวันเกิดของบูลม่า โกคูและเพื่อนๆ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้บิลส์อารมณ์เสียจนทำลายโลก พร้อมกับหาทางเข้าถึงพลังระดับพระเจ้า รีวิว เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ที่พา ดราก้อนบอล ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ (ปูทางสู่ Dragon Ball Super) มูฟวี่นี้ลดทอนความซีเรียสลงและใส่ความคอเมดี้สไตล์อาจารย์โทริยามะเข้าไปเต็มเปี่ยม (เช่น ฉากเบจิต้าเต้นบิงโก) บิลส์และวิสเป็นตัวละครใหม่ที่ทรงเสน่ห์และขยายจักรวาลเรื่องราวให้กว้างขึ้นระดับมัลติเวิร์ส การแปลงร่างเป็น “ซูเปอร์ไซย่าก็อด” (ผมแดง) อาจจะดูเรียบง่าย แต่ก็แฝงไปด้วยความสง่างามระดับเทพ คะแนนรีวิว 8/10

15. Dragon Ball Z Resurrection ‘F’ (การคืนชีพของฟรีเซอร์) – 2015

เนื้อเรื่องย่อ กองกำลังที่เหลือรอดของฟรีเซอร์ใช้ดราก้อนบอลชุบชีวิตอดีตจักรพรรดิแห่งจักรวาลขึ้นมาสำเร็จ ฟรีเซอร์ได้ฝึกฝนตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิตจนบรรลุร่างใหม่ “โกลเด้น ฟรีเซอร์” และบุกมายังโลกเพื่อล้างแค้นโกคูและเบจิต้า รีวิว ภาคนี้เซอร์วิสแฟนยุคคลาสสิกด้วยการนำวายร้ายเบอร์หนึ่งอย่างฟรีเซอร์กลับมา ฉากต่อสู้ของเหล่านักรบ Z ทั่วไป (ผู้เฒ่าเต่า, แจ็คโก้, พิคโกโล่) กับลูกสมุนนับพันทำออกมาได้สนุกและกระจายบทได้ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงคิวของคู่เอก (โกคู/เบจิต้า ร่างบลู ปะทะ โกลเด้นฟรีเซอร์) เนื้อเรื่องกลับขาดความตึงเครียด เพราะบิลส์และวิสที่ยืนดูอยู่มีพลังเหนือกว่ามาก แถมฉากจบที่ใช้วิธีย้อนเวลาก็ดูจะเป็นสูตรโกงที่ขัดใจผู้ชมบางส่วนอยู่บ้าง คะแนนรีวิว 7.5/10

บทสรุป ดราก้อนบอล เดอะมูฟวี่ ทั้ง 15 ภาค ถือเป็นบันทึกการเดินทางของอนิเมชั่นระดับโลกที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางลายเส้น สเกลพลัง และความคิดสร้างสรรค์ในแต่ละยุคสมัย แม้บางภาคจะสนุกสุดเหวี่ยงและบางภาคจะแป้กไปบ้าง แต่มันก็เปี่ยมไปด้วย “มนต์ขลัง” ที่ทำให้เรานึกถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ได้นั่งดูม้วนวิดีโอหรือแผ่นวีซีดีหน้าทีวีเสมอมา movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *