หากพูดถึงนางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยที่มีผลงานภาพยนตร์โดดเด่นและเป็นที่จดจำมากที่สุด หนึ่งในรายชื่อแรกๆ ที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ด้วยฝีมือการแสดงที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่าเรียกน้ำตา หรือแม้แต่ภาพยนตร์สยองขวัญ เธอล้วนฝากฝีไม้ลายมือเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย

1. สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก (Crazy Little Thing Called Love) – ปี 2553
เรื่องย่อ ตำนานรักวัยเรียนที่ครองใจคนทั้งเอเชีย เรื่องราวของ “น้ำ” เด็กสาว ม.1 หน้าตาธรรมดาและผิวคล้ำ ที่แอบหลงรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ ม.4 สุดหล่อและป๊อปปี้เลิฟของโรงเรียน ความรักที่เป็นแรงผลักดันให้น้ำลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองในทุกๆ ด้าน ทั้งขัดผิว สมัครนางรำ เป็นดรัมเมเยอร์ ไปจนถึงตั้งใจเรียนจนได้เป็นที่หนึ่งของชั้น เพื่อหวังว่าสักวันพี่โชนจะหันมามองเธอสักครั้ง
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ผลงานแจ้งเกิดระดับมาสเตอร์พีซที่ทำให้ชื่อของใบเฟิร์นดังพลุแตก เธอรับบทเป็น “น้ำ” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในพาร์ทของเด็กสาวกะโปโลที่ดูเปิ่นๆ ไปจนถึงช่วงที่กลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง การแสดงออกทางสายตาของใบเฟิร์นเวลาแอบมองคนที่เราชอบ มันมีความเรียลและไร้เดียงสาจนคนดูสัมผัสได้ ฉากสารภาพรักที่สระว่ายน้ำยังคงเป็นหนึ่งในฉากคลาสสิกที่ถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน เธอสามารถร้องไห้พร้อมกับส่งต่อความเจ็บปวดไปถึงผู้ชมได้อย่างน่าทึ่ง
ทำไมถึงน่าดู นี่คือภาพยนตร์ที่จับใจความรู้สึก “แอบรัก” ได้แม่นยำที่สุด บทภาพยนตร์กลมกล่อม มีทั้งความตลกของแก๊งเพื่อนสาว มุกแซวคุณครูสุดฮา และความโรแมนติกที่ทำให้คนดูยิ้มแก้มปริและร้องไห้ตาม การเล่าเรื่องมีพัฒนาการที่ทำให้เราผูกพันกับตัวละคร เสมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง
คะแนนรีวิว 10/10 (หนังรอมคอมระดับตำนานของไทยที่ขึ้นหิ้งไปแล้ว ไม่ว่าจะกลับมาดูอีกกี่รอบก็ยังคงความคลาสสิก)

2. Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน – ปี 2562
เรื่องย่อ เรื่องราวของ “กิ๊ง” และ “ปาล์ม” เพื่อนสนิทที่ติดอยู่ในสถานะ Friend Zone มายาวนานกว่า 10 ปี ปาล์มแอบรักกิ๊งมาตลอดแต่ไม่กล้าล้ำเส้นเพราะกลัวจะเสียเพื่อนไป ในขณะที่กิ๊งก็มีแฟนอยู่แล้วแต่ดันจับได้ว่าแฟนแอบนอกใจ ปาล์มจึงต้องคอยบินข้ามประเทศไปซับน้ำตาและเป็นที่ระบายให้กับกิ๊งอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งปาล์มตัดสินใจว่าเขาจะไม่ทนเป็นแค่เพื่อนอีกต่อไป
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น ในบท “กิ๊ง” ใบเฟิร์นได้ปลดปล่อยพลังคอมเมดี้และดราม่าอย่างเต็มที่ กิ๊งเป็นตัวละครที่มีความเอาแต่ใจ งี่เง่า และดูบ้าบอในบางครั้งเวลาที่เฮิร์ตหนักๆ แต่ใบเฟิร์นกลับแสดงออกมาให้ตัวละครนี้ดูน่ารัก น่าเอ็นดู และมีเสน่ห์ล้นเหลือ ฉากโหนป้ายโฆษณาที่ฮ่องกง หรือฉากนั่งร้องไห้กินเบียร์ เป็นการแสดงที่ใช้พลังงานสูงมาก เคมีระหว่างเธอกับ นาย ณภัทร (ผู้รับบทปาล์ม) เข้าขากันจนผู้ชมอินจัด
ทำไมถึงน่าดู นี่คือหนังของคนที่แอบรักเพื่อนสนิทที่ขยี้จุดเจ็บได้ตรงเผงที่สุด! โปรดักชันก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการบินไปถ่ายทำในหลายประเทศทั่วเอเชีย ภาพสวย เพลงประกอบเพราะ (ที่รวมเอานักร้องจากหลายชาติมาร้องเพลงเดียวกัน) จังหวะมุกตลกทำงานได้ดีมาก และในขณะเดียวกันพาร์ทดราม่าก็ทำเอาคนแอบรักเพื่อนต้องจุกไปตามๆ กัน
คะแนนรีวิว 9/10 (บันเทิงครบรส สอดแทรกความจี๊ดของคนแอบรักเพื่อนได้อย่างเจ็บปวดและตลกขบขัน)

3. อ้าย..คนหล่อลวง (The Con-Heartist) – ปี 2563
เรื่องย่อ “อินา” อดีตพนักงานธนาคารสาวสุดซื่อที่ถูก “เพชร” แฟนเด็กหลอกเอาเงินไปจนหมดตัวแถมทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้ วันหนึ่งเธอจับไต๋ “ทาวเวอร์” นักต้มตุ๋นคอลเซ็นเตอร์ได้ อินาจึงยื่นข้อเสนอให้ทาวเวอร์มาเป็นหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นเพื่อไปหลอกเอาเงินคืนจากอดีตแฟนตัวแสบ ภารกิจฮาป่วนที่เต็มไปด้วยแผนซ้อนแผนจึงเริ่มต้นขึ้น
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ใบเฟิร์นสลัดคราบสาวสวยมาเป็น “อินา” หญิงสาวที่ดูเด๋อด๋า เป็นคนซื่อ (จนถึงขั้นโง่ในความรัก) และมีหนี้ท่วมหัว การออกแบบคาร์แรคเตอร์ของเธอในเรื่องนี้ชัดเจนมาก ตั้งแต่วิธีการพูด การทำหน้าตาเหรอหรา ไปจนถึงท่าทางที่ดูไม่ค่อยมั่นใจ ใบเฟิร์นพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือตัวแม่แห่งวงการจังหวะซิทคอม เถียงกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ (ทาวเวอร์) ได้อย่างลื่นไหล ฉากที่เธอแกล้งเล่นใหญ่ในโรงแรมเพื่อหลอกเป้าหมายคือเดอะเบสต์
ทำไมถึงน่าดู เป็นภาพยนตร์แนว Heist (โจรกรรม/ต้มตุ๋น) ในรูปแบบคอมเมดี้สไตล์ GDH ที่บทมีความฉลาด ซับซ้อนแต่ย่อยง่าย นักแสดงสมทบอย่าง เผือก พงศธร และ แหม่ม คัทลียา มาช่วยเสริมทัพความฮาให้เรื่องนี้สมบูรณ์แบบ เป็นหนังที่ดูเพลิน คลายเครียด เบาสมอง และได้เห็นเทคนิคการต้มตุ๋นที่คาดไม่ถึง
คะแนนรีวิว 8.5/10 (หนังสูตรสำเร็จที่ทำหน้าที่มอบความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม เคมีนักแสดงลงตัวสุดๆ)

4. 2538 อัลเทอร์มาจีบ (Back to the 90s) – ปี 2558
เรื่องย่อ “ก้อง” เด็กหนุ่มวัยรุ่นยุคสมาร์ทโฟนที่มีปัญหากับพ่อแม่ บังเอิญหลุดเข้าไปในตู้โทรศัพท์เก่าและย้อนเวลากลับไปในปี พ.ศ. 2538 (ยุคที่เพลงอัลเทอร์เนทีฟเฟื่องฟู) ที่นั่นเขาได้พบกับพ่อและแม่ของตัวเองในวัยรุ่น และได้รู้จักกับ “ส้ม” หญิงสาวสดใสที่เป็นเพื่อนร่วมแก๊งของพ่อ ก้องต้องพยายามหาทางกลับยุคปัจจุบัน ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกดีๆ กับส้ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของตัวเขาเอง
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น ใบเฟิร์นรับบทเป็น “ส้ม” สาวสวยแห่งยุค 90s ที่มีความแก่นแก้ว สดใส และรักเพื่อน เธอสวมชุดแฟชั่นยุคอัลเทอร์เนทีฟได้อย่างน่ารัก บทนี้มีความดราม่าซ่อนอยู่ใต้ความร่าเริง ซึ่งใบเฟิร์นถ่ายทอดความสับสนและความเศร้าของการต้องเลือกระหว่างความรักกับความถูกต้องออกมาได้อย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ สายตาของเธอในเรื่องนี้สามารถสื่อสารความรู้สึกได้ดีมาก
ทำไมถึงน่าดู หนังพาผู้ชมกลับไปหวนรำลึกถึงยุค 90s ที่เต็มไปด้วยเทปคาสเซ็ท เพจเจอร์ บัตรจีบ และเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่คุ้นเคย การผูกเรื่องข้ามเวลาทำได้ค่อนข้างดีและมีความอบอุ่น ใครที่เติบโตมาในยุคนั้นหรืออยากสัมผัสกลิ่นอายความคลาสสิกของวันวาน หนังเรื่องนี้จะมอบความรู้สึกฟีลกู๊ดให้คุณได้อย่างแน่นอน
คะแนนรีวิว 8/10 (บรรยากาศเรโทรและเพลงประกอบเพราะมาก ใบเฟิร์นมีเสน่ห์ทะลุจอในลุคสาว 90s)

5. แคท อ่ะ แว้บ! #แบบว่ารักอ่ะ (Cat A Wabb) – ปี 2558
เรื่องย่อ “เมโย” นักศึกษาฝึกงานสาวในเอเจนซี่โฆษณาที่แอบปิ๊ง “มอร์” ผู้กำกับโฆษณาสุดเซอร์ที่เป็นเจ้านายของเธอ เรื่องราววุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อบริษัทได้รับงานทำโฆษณาที่ต้องใช้ “แมว” เป็นพรีเซนเตอร์ เมโยและมอร์จึงต้องร่วมมือกันฝึกแมวตัวอ้วนชื่อ “จอนนี่” ให้แสดงได้ตามสคริปต์ ความใกล้ชิดจากการฝึกแมวทำให้ความรักของคนทั้งคู่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น ในบท “เมโย” ใบเฟิร์นนำเสนอภาพลักษณ์ของเด็กฝึกงานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมีความติ๊งต๊องเล็กๆ เธอแสดงออกถึงอาการแอบชอบเจ้านายแบบเก็บอาการไม่อยู่ได้อย่างน่ารักน่าหยิก นอกจากนี้ การแสดงร่วมกับ “แมว” ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก ถือเป็นความท้าทายที่ใบเฟิร์นทำออกมาได้ดูเป็นธรรมชาติและเข้าขากับสัตว์เลี้ยงได้ดี
ทำไมถึงน่าดู หากคุณเป็นทาสแมว ภาพยนตร์เรื่องนี้คือสิ่งที่ห้ามพลาด เพราะคุณจะได้เห็นความน่ารัก(และกวนโอ๊ย)ของแมวจอนนี่เต็มๆ เรื่อง นอกจากนี้ หนังยังสะท้อนชีวิตคนทำงานในวงการเอเจนซี่โฆษณาได้สนุกและสมจริง เป็นรอมคอมสไตล์อินดี้ที่มีความแปลกใหม่และดูเพลิน
คะแนนรีวิว 7.5/10 (หนังรอมคอมเบาสมอง ดูง่าย น่ารัก แต่บทอาจจะดูเรื่อยๆ ไปนิดสำหรับคนที่ไม่ใช่ทาสแมว)
6. ตายโหง ตายเฮี้ยน (Tai Hong Tai Hian) – ปี 2557
เรื่องย่อ ภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่หยิบยกเอาข่าวหน้าหนึ่งในสังคมไทยมาดัดแปลงเป็นเรื่องสั้น 4 ตอน โดยใบเฟิร์นรับบทนำในตอน “ตอนที่ 14 รถตู้ตกทางด่วน” เรื่องราวของหญิงสาวที่ต้องโดยสารรถตู้สาธารณะกลับบ้านในยามวิกาล ทว่ารถตู้คันนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนอึดอัด ผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด และวิญญาณร้ายที่วนเวียนอยู่จากอุบัติเหตุสยองขวัญในอดีต
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น นี่คือการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของใบเฟิร์นในยุคนั้น เธอต้องรับบทหนักในภาพยนตร์สยองขวัญที่เน้นการเล่นกับพื้นที่ปิดตาย (รถตู้) ใบเฟิร์นถ่ายทอดความหวาดกลัว ความระแวง และอาการแพนิกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับออกมาได้สมจริง ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดและลุ้นระทึกไปกับการหนีเอาชีวิตรอดของตัวละคร
ทำไมถึงน่าดู ตอนรถตู้ตกทางด่วน ถือเป็นหนึ่งในตอนที่ทำออกมาได้บรรยากาศหลอนที่สุดของเรื่อง การใช้สถานที่แคบๆ บนรถตู้เคลื่อนที่ สร้างความรู้สึกกดดันและไม่มีทางหนี หนังดึงเอาความกลัวจากชีวิตประจำวันของคนกรุง (การนั่งรถตู้ตอนกลางคืน) มาขยี้ให้กลายเป็นความสยองขวัญได้อย่างน่าสนใจ
คะแนนรีวิว 7/10 (แม้ภาพรวมของหนังอาจจะแบ่งเป็นตอนๆ และมีคุณภาพ متفاوت กันไปบ้าง แต่พาร์ทของใบเฟิร์นถือว่าทำได้ระทึกขวัญและน่ากลัวใช้ได้เลย)

7. มหัศจรรย์รักกับสิ่งเล็กๆ (Suddenly It’s Magic) – ปี 2555
เรื่องย่อ ภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างฟิลิปปินส์และไทย เรื่องราวของ “มาร์คัส” (มาริโอ้ เมาเร่อ) ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยที่หนีความวุ่นวายและอกหักจากแฟนสาวนักแสดง “ศรีริต้า” (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก) ไปพักใจที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่นั่นเขาได้พบกับ “โจอี้” ช่างทำเบเกอรี่สาวชาวฟิลิปปินส์ที่ทำให้หัวใจของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ต้องพบกับอุปสรรคเมื่อมาร์คัสต้องกลับไทยและศรีริต้าพยายามจะกลับมาขอคืนดี
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น ในเรื่องนี้ใบเฟิร์นรับบทเป็นนักแสดงสมทบในฐานะ “ศรีริต้า” ซูเปอร์สตาร์สาวชาวไทย แม้แอร์ไทม์จะไม่ได้เยอะเท่ากับนางเอกชาวฟิลิปปินส์ แต่การปรากฏตัวของใบเฟิร์นในภาพยนตร์ข้ามชาตินี้เป็นการตอกย้ำกระแสความโด่งดังของคู่จิ้น “โอ้-เฟิร์น” ในเอเชีย เธอต้องเล่นเป็นดาราสาวที่มีความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเอง ซึ่งถือเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่ต่างไปจากบทนางเอกใสๆ ในยุคนั้น
ทำไมถึงน่าดู เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้สไตล์ฟิลิปปินส์ที่มีความละมุนและดราม่าแบบละครหลังข่าว ภาพวิวทิวทัศน์ของฟิลิปปินส์สวยงาม สำหรับแฟนคลับชาวไทย นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นนักแสดงไทยไปเฉิดฉายในโปรดักชันต่างประเทศและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
คะแนนรีวิว 6.5/10 (หนังมีความเป็นสูตรสำเร็จสูง บทเดาทางง่าย แต่ดูเพื่อเก็บคอลเลกชันผลงานของใบเฟิร์นและมาริโอ้ในยุคนั้นได้เพลินๆ)

8. เลิฟซัมเมอร์ รักตะลอนออนเดอะบีช (Love Summer) – ปี 2554
เรื่องย่อ หนังโรแมนติก-โรดมูฟวี่ที่เล่าเรื่องราวของวัยรุ่น 4 คนที่บังเอิญต้องมาร่วมเดินทางไปด้วยกันในช่วงซัมเมอร์ “ไข่มุก” (ใบเฟิร์น) เด็กสาวที่อยากเดินทางไปทะเลเพื่อตามหาความทรงจำ พร้อมกับเพื่อนร่วมทางต่างวัยและต่างนิสัย การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เสียงหัวเราะ มิตรภาพ และความรักที่ค่อยๆ ผลิบานท่ามกลางแสงแดดและเสียงคลื่น
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น ใบเฟิร์นในลุคผมสั้น รับบท “ไข่มุก” สาวน้อยที่มีความเป็นขบถเล็กๆ รักอิสระ และมีความคิดเป็นของตัวเอง บทนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่ใบเฟิร์นก็สามารถใช้เสน่ห์และความสดใสตามวัยของเธอแบกหนังเอาไว้ได้อย่างสบายๆ รอยยิ้มและพลังงานของเธอเข้ากับบรรยากาศหน้าร้อนของภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี
ทำไมถึงน่าดู หากคุณชอบภาพยนตร์สไตล์ Road Trip ที่ดูเอาบรรยากาศความสวยงามของทะเลไทยและการเดินทางแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก หนังเรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์ เพลงประกอบภาพยนตร์ฟังสบาย เหมาะกับการเปิดดูในวันหยุดพักผ่อนสบายๆ
คะแนนรีวิว 6/10 (บทภาพยนตร์ค่อนข้างเบาและขาดความหนักแน่นไปนิด เน้นความน่ารักของนักแสดงและวิวทิวทัศน์เป็นหลัก)

9. เอไอหัวใจโอเวอร์โหลด (AI Love You) – ปี 2565
เรื่องย่อ ในโลกอนาคตอันใกล้ที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน “ด็อบ” โปรแกรมตึกอัจฉริยะเกิดมีความรู้สึกและตกหลุมรัก “ลาน่า” (ใบเฟิร์น) หญิงสาวผู้ใช้บริการตึกนี้เป็นประจำ เมื่อลาน่าถูกนัดบอดกับ “บ๊อบ” (มาริโอ้ เมาเร่อ) ชายหนุ่มสุดห่วย ด็อบจึงหาทางเจาะระบบและอัปโหลดจิตใต้สำนึกของตัวเองเข้าไปอยู่ในร่างของบ๊อบ เพื่อเดินหน้าจีบลาน่าด้วยตัวเองในคราบของมนุษย์
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น นี่คือการกลับมาพบกันอีกครั้งของ ใบเฟิร์น และ มาริโอ้ หลังจากผ่านมาสิบกว่าปี ใบเฟิร์นในบท “ลาน่า” เป็นหญิงสาววัยทำงานที่มีความทะเยอทะยานและคาดหวังในความรักที่เพอร์เฟกต์ การแสดงของใบเฟิร์นมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก สามารถถ่ายทอดความสับสนเมื่อต้องรับมือกับผู้ชายที่นิสัยเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนได้อย่างน่าสนใจ
ทำไมถึงน่าดู จุดขายหลักคือการหวนคืนจอของคู่ขวัญในตำนานที่แฟนๆ รอคอย พ่วงด้วยพล็อตเรื่องแนวไซไฟ-โรแมนติกที่แปลกใหม่สำหรับวงการหนังไทย งานภาพซีจี (CGI) การสร้างโลกอนาคตทำออกมาได้ดูมีสีสันฉูดฉาดและล้ำสมัย ถือเป็นงานทดลองใหม่ๆ ที่น่าติดตาม
คะแนนรีวิว 7/10 (พล็อตล้ำและแปลกใหม่ แต่อาจจะมีบางจุดของบทที่ดูรวบรัดไปบ้าง ทว่าเคมีของ โอ้-เฟิร์น ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยมเสมอ)

10. 5 หัวใจฮีโร่ (Power Kids) – ปี 2552
เรื่องย่อ ภาพยนตร์แอ็กชัน-สายลับเด็ก เรื่องราวของแก๊งเด็ก 4 คนที่เป็นศิษย์สำนักมวยไทย พวกเขาต้องบุกเข้าไปในโรงพยาบาลที่ถูกผู้ก่อการร้ายข้ามชาติยึดเอาไว้ เพื่อนำหัวใจไปเปลี่ยนถ่ายให้กับ “บุรุ” (ใบเฟิร์น) น้องเล็กของกลุ่มที่กำลังป่วยหนักและรอรับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน การต่อสู้ของเด็กจิ๋วกับผู้ใหญ่ใจโหดจึงเริ่มขึ้น
บทบาทและการแสดงของ ใบเฟิร์น นี่คือผลงานในยุคแรกเริ่มก่อนที่เธอจะโด่งดังเป็นพลุแตก ใบเฟิร์นรับบท “บุรุ” เด็กสาวที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ แม้บทนี้จะเป็นตัวละครที่ต้องนอนป่วยอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่และเป็นจุดศูนย์กลางที่ทำให้เกิดภารกิจทั้งหมด แต่ใบเฟิร์นในวัยเด็กก็สามารถแสดงสีหน้าของความเจ็บปวดและความหวังออกมาให้คนดูรู้สึกสงสารและเอาใจช่วยได้อย่างเต็มที่
ทำไมถึงน่าดู เป็นภาพยนตร์แอ็กชันคิวบู๊จากค่ายสหมงคลฟิล์ม (กำกับคิวบู๊โดยทีมงานของปรัชญา ปิ่นแก้ว และ พันนา ฤทธิไกร) ดังนั้นฉากแอ็กชันจึงดุเดือดและเล่นจริงเจ็บจริงตามสไตล์ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เห็นผลงานก้าวแรกๆ ในวงการภาพยนตร์ของใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ก่อนที่เธอจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทยในเวลาต่อมา
คะแนนรีวิว 7.5/10 (ฉากบู๊ของเด็กๆ ทำได้น่าทึ่งมาก และเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่แฟนคลับใบเฟิร์นควรย้อนกลับไปดูเพื่อชมจุดเริ่มต้นของเธอ)
สรุปส่งท้าย ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษในวงการภาพยนตร์ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของนักแสดงที่พร้อมจะลุยกับทุกบทบาท ไม่ว่าคุณจะเลือกชมภาพยนตร์เรื่องไหนจากทั้ง 10 เรื่องนี้ รับประกันได้เลยว่าคุณจะได้เห็นถึงความตั้งใจและพลังงานบวกที่เธอส่งผ่านแผ่นฟิล์มออกมาให้เราได้รับชมอย่างแน่นอนครับ! movieseries