รวมรีวิวหนังตลกไทยยอดนิยม 2025-2026 คัดมาเน้นๆ ฮาจนปอดโยก!

นี่คือรีวิวหนังตลกไทยยอดนิยมในช่วงปี 2025-2026 ที่คัดมาเน้นๆ 10 เรื่อง โดยจะเล่าในสไตล์ “เพื่อนป้ายยาเพื่อน” เน้นความรู้สึกหลังดู งานภาพ และการแสดงที่ทำให้หนังเหล่านี้กลายเป็นกระแสครับ

รวมฮิต 10 รีวิวหนังตลกไทย “ต้องดู” ปี 2025-2026

สวัสดีคุณเพื่อน! ถ้าช่วงนี้ชีวิตมันเครียดแล้วอยากหาอะไรมาฮีลใจ หรืออยากจะขำจนปอดโยก ปี 2025-2026 นี้วงการหนังไทยเขาคึกคักมากนะบอกเลย โดยเฉพาะหมวด “ตลก” ที่ไม่ได้มีแค่ตลกคาเฟ่ตีหัวเข้าบ้านอีกต่อไป แต่มีการผสมผสานทั้งความวาย ความสยองขวัญ และโปรดักชั่นระดับอินเตอร์ วันนี้คัดมาให้แล้ว 10 เรื่องที่กระแสแรงจนตั๋วเต็ม มาดูกันว่าแต่ละเรื่องมัน “จึ้ง” ตรงไหน!

The Red Envelope (ซองแดงแต่งผี)

The Red Envelope (ซองแดงแต่งผี)

ค่าย GDH นักแสดงนำ บิวกิ้น พุฒิพงศ์, พีพี กฤษฏ์

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) เริ่มกันที่โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่แค่ประกาศชื่อนักแสดงก็ทวิตแตกแล้ว เรื่องนี้รีเมคจากหนังไต้หวันชื่อดัง แต่พอมาอยู่ในมือ GDH และความเป็นไทย มันกลายเป็นหนังตลกแอคชั่นที่มีจังหวะโบ๊ะบ๊ะแบบไทยๆ ผสมความแฟนตาซี ความตลกของเรื่องนี้มันไม่ได้มาจากการยิงมุกสด แต่มาจาก “สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ของตัวละครตำรวจที่ต้องมาแต่งงานกับผี ความน่าสนใจคือการบาลานซ์ระหว่างความฮาแบบหน้าตายกับพาร์ทสืบสวนที่เข้มข้น

งานภาพ (Visuals) งานภาพเรื่องนี้คือ “ฉูดฉาดแต่คุมโทน” ผู้กำกับเลือกใช้คู่สีที่ตัดกันรุนแรงอย่าง แดง-เขียว-น้ำเงิน นีออน เพื่อสื่อถึงโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ ฉากไล่ล่ามีความเป็นหนังฮ่องกงยุค 90s ผสมกับความโมเดิร์นของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน CG ผีไม่ได้ดูน่ากลัวแบบสยอง แต่มีความฟุ้งๆ ลอยๆ ที่ดูแล้วเชื่อว่ามีอยู่จริงแต่จับต้องไม่ได้ การเกลี่ยสี (Color Grading) ทำให้อารมณ์หนังดูสนุก ไม่หม่นหมองแม้จะมีเรื่องความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง

การแสดง (Acting) เคมีของ บิวกิ้น และ พีพี คือสิ่งที่แบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้แบบสบายๆ

  • บิวกิ้น รับบทตำรวจหัวรั้นได้กวนประสาทมาก การแสดงสีหน้าเวลาเจอผีหลอก หรือต้องทำพิธีจีนแบบงงๆ คือตลกธรรมชาติสุดๆ สายตาเลิ่กลั่กของบิวกิ้นคือ MVP ของเรื่อง
  • พีพี พลิกบทบาทมาเป็นผีที่ทั้งแสบและน่าเอ็นดู การใช้ Body Language ของพีพีมีความละเอียดมาก คือดูรู้ว่าเป็นผีผู้ดีที่มีจริตจะก้าน จังหวะรับส่งมุกกับบิวกิ้นคือรู้ใจกันแบบมองตาก็รู้ว่าจะเล่นอะไรต่อ เป็นการแสดงที่ดูแล้ว “ลื่นไหล” จนคนดูเผลอยิ้มตามตลอดเวลา
รีวิวหนังตลกไทย

404 สุขีนิรันดร์.. RUN RUN (404 Sook Hee Nirun)

ค่าย GDH นักแสดงนำ เต๋อ ฉันทวิชช์, ต้าเหนิง กัญญาวีร์

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) ถ้าคุณชอบหนังตลกสไตล์ “เต๋อ นวพล” ผสมกับความแมสแบบ “พี่มาก” เรื่องนี้คือคำตอบ มันคือหนัง Horror Comedy ที่เล่นกับความ “Error” ของสถานการณ์ (สมชื่อ 404) เรื่องราวในโรงแรมร้างที่ควรจะน่ากลัว แต่กลับเต็มไปด้วยความวายป่วงของแก๊งตัวละครที่ดูไม่ปกติสักคน ความตลกของเรื่องนี้คือ “ความหน้าด้าน” ของตัวละครที่พยายามจะเอาชีวิตรอดด้วยตรรกะเพี้ยนๆ

งานภาพ (Visuals) งาน Art Direction ของเรื่องนี้คือ “วินเทจที่พังทลาย” โรงแรมในเรื่องถูกเซ็ตอัพให้ดูสวยแบบหลอนๆ ใช้แสงธรรมชาติผสมกับแสงไฟกะพริบเพื่อสร้างความระทึก แต่พอถึงจังหวะตลก มุมกล้องจะเปลี่ยนเป็นแบบ Wide Shot นิ่งๆ ให้เห็นความเดดแอร์ของตัวละคร ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้มุกตลกมันทำงานได้แรงขึ้น การตัดต่อคือคีย์หลักของความฮา จังหวะ Jump Cut ในเรื่องนี้คมกริบ

การแสดง (Acting)

  • เต๋อ ฉันทวิชช์ กลับมาทวงบัลลังก์เจ้าพ่อคอมเมดี้ คราวนี้เขาเล่นเป็นตัวละครที่ดูมีความมั่นใจในตัวเองสูงแต่จริงๆ แล้วกลวงโบ๋ การดีไซน์เสียงหัวเราะและท่าวิ่งหนีผีของเต๋อมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้
  • ต้าเหนิง เรื่องนี้เราจะได้เห็นต้าเหนิงในลุคที่ “โทรมแต่เท่” และมีความตลกหน้าตาย (Deadpan Comedy) ที่เก่งมาก เธอสามารถพูดประโยคไร้สาระด้วยสีหน้าที่จริงจังที่สุด ซึ่งมันขัดแย้งกันจนเกิดเป็นความฮา

อนงค์ 2 (My Boo 2)

ค่าย Karman Line / Major นักแสดงนำ จี๋ สุทธิรักษ์, โบว์ เมลดา

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) หลังจากภาคแรกทำเงินถล่มทลาย ภาค 2 นี้สเกลใหญ่ขึ้นและความฮาก็ทวีคูณ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับผีบ้านผีเรือนถูกยกระดับไปอีกขั้น หนังไม่ได้ขายแค่ความโรแมนติกแล้ว แต่ภาคนี้เน้นความ “อลหม่าน” เมื่อโลกวิญญาณเริ่มรุกล้ำโลกมนุษย์แบบฮาๆ มุกตลกในภาคนี้มีความเป็น Sitcom ที่เข้าถึงง่าย เล่นกับกระแสสังคมและมุกผีไทยพื้นบ้านที่เราคุ้นเคย

งานภาพ (Visuals) ยังคงรักษาความ “Cozy Horror” ไว้ได้ดีเยี่ยม บ้านไม้เก่าๆ ถูกถ่ายทอดออกมาให้อบอุ่นด้วยโทนสีเหลืองนวล (Warm Tone) ตัดกับสีฟ้าหม่นๆ เวลาผีออกมา แต่สิ่งที่พัฒนาขึ้นชัดเจนคือ VFX ของเหล่าวิญญาณที่มีลูกเล่นมากขึ้น ไม่ใช่แค่ผีหน้าขาว แต่มีการดีไซน์ผีแปลกๆ ที่ดูแล้วขำมากกว่ากลัว งานภาพเน้นความสวยงามของบรรยากาศต่างจังหวัด ทำให้ดูแล้วสบายตา

การแสดง (Acting)

  • โบว์ เมลดา คือนิยามของคำว่า “นางเอกสายฮา” โบว์เล่นใหญ่รัชดาลัยมากในภาคนี้ จังหวะกรี๊ด จังหวะตกใจ หรือจังหวะอ้อนผี คือธรรมชาติและน่ารักสุดๆ เสน่ห์ของโบว์ทำให้หนังผีเรื่องนี้ดูสดใส
  • จี๋ สุทธิรักษ์ ยังคงเป็นความอบอุ่นของเรื่อง แต่ภาคนี้จี๋มีโอกาสได้โชว์สกิลตลกเจ็บตัว (Slapstick) มากขึ้น การรับส่งมุกกับแก๊งผีสมทบ (น้าค่อม AI หรือแก๊งก็อปปี้โชว์) ทำได้ลื่นไหล ไม่จมไม่หาย

หอแต๋วแตก แหกหลีหู (Hor Taew Tak The Finale?)

ค่าย Gurusiam ผู้กำกับ พชร์ อานนท์

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) จะไม่พูดถึงตำนานจักรวาลหนังไทยเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ ปี 2025-2026 พี่พชร์กลับมาพร้อมกับชื่อภาคที่แค่ได้ยินก็สะดุ้ง “แหกหลีหู” นี่คือจดหมายเหตุประเทศไทยฉบับภาพยนตร์อย่างแท้จริง ใครอยากรู้ว่าปีที่ผ่านมามีดราม่าโซเชียลอะไรบ้าง ให้มาดูเรื่องนี้ มันคือความตลกแบบ “สังคายนา” ที่ไม่ต้องการเหตุผล ต้องการแค่ความสะใจ

งานภาพ (Visuals) งานภาพคือ “ฉูดฉาด บ้าคลั่ง และ Maximalist” ชุดของเจ๊แต๋วและแพนเค้กคือแฟชั่นวีคที่หลุดโลกที่สุด การจัดแสงสีนีออนกระแทกตา CG ที่จงใจทำให้ดูปลอม (Camp) เพื่อความตลก คือลายเซ็นที่เรื่องนี้ขาดไม่ได้ มุมกล้องมีความวุ่นวายเหมือนถ่ายรายการเรียลลิตี้ ซึ่งมันช่วยส่งเสริมความโกลาหลของเนื้อเรื่องได้ดี

การแสดง (Acting)

  • จาตุรงค์ & โก๊ะตี๋ คู่นี้คืออาจารย์ใหญ่แห่งวงการตลก Improvisation หลายฉากดูรู้เลยว่าด้นสดและหลุดขำกันเอง แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่คนดูรอคอย จังหวะด่ากราดของเจ๊แต๋ว (จาตุรงค์) ยังคงคมกริบและทันสมัย
  • นักแสดงรับเชิญ ไฮไลท์คือการเอานักแสดงหรือคนดังในข่าวหน้าหนึ่งมาร่วมแจม ซึ่งการแสดงของพวกเขาอาจจะแข็งๆ แต่เมื่อมาอยู่ในบริบทของหอแต๋วแตก มันกลับกลายเป็นความฮาแบบ Absurd (ตลกหน้าตาย)

Roofman (รูฟแมน คนดีที่ลัก)

ค่าย Major Group / Workpoint นักแสดงนำ มาริโอ้ เมาเร่อ

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) การกลับมาของมาริโอ้ในบทบาทที่แปลกใหม่ “โจรปีนหลังคา” ที่ไม่ได้ขโมยแค่ของ แต่ขโมยซีนความฮา เรื่องนี้เป็น Comedy Heist (หนังปล้นตลก) ที่เล่าเรื่องโจรที่มีคุณธรรม (?) แบบแปลกๆ พล็อตมีความหักมุมแบบที่คาดไม่ถึง จังหวะหนังมีความอินเตอร์เหมือนดู Ocean’s Eleven เวอร์ชั่นหมูกระทะ คือเท่แต่เปื้อนฝุ่น

งานภาพ (Visuals) เรื่องนี้งานภาพเท่มาก! มีการใช้มุมกล้องแบบ Bird’s-eye view เยอะ เพราะต้องเล่าเรื่องบนหลังคา การจัดแสงมีความ Noir แบบหนังฟิล์มนัวร์แต่ปรับให้สว่างขึ้นเพื่อให้เห็นรีแอคชั่นตลกๆ ฉากแอคชั่นปีนป่ายถ่ายทำออกมาได้ลุ้นและขำไปพร้อมกัน คุมโทนสี Earth Tone ให้ความรู้สึกดิบๆ แต่มีสไตล์

การแสดง (Acting)

  • มาริโอ้ เมาเร่อ หล่อทะลุความซกมก มาริโอ้เก่งมากเรื่องการเล่นตลกหน้าตาย (Deadpan) เขาเล่นเป็นโจรที่จริงจังกับภารกิจไร้สาระได้น่าเชื่อถือ เสน่ห์ของมาริโอ้คือความ “ซื่อ” ที่ทำให้ตัวละครสีเทาๆ ตัวนี้กลายเป็นที่รักของคนดูได้ง่ายๆ
  • นักแสดงสมทบ แก๊งเพื่อนโจรที่แคสติ้งมาเน้นความหลากหลายทางคาแรคเตอร์ ทำให้บทสนทนาในเรื่องมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก เหมือนดูเพื่อนคุยกันจริงๆ

Beauty and the Beat

ค่าย GDH นักแสดงนำ ไอซ์ ปรีชญา, นุนิว ชวรินทร์, ปิงปอง ธงชัย

รีวิวหนังตลกไทย ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) หนังเพลงคอมเมดี้ (Musical Comedy) ที่ฉีกกฎหนังไทยเดิมๆ เรื่องราวของความวุ่นวายในวงการบิวตี้บล็อกเกอร์ผสมกับดนตรี ความน่าสนใจคือการจิกกัดวัฒนธรรม Influencer ได้อย่างเจ็บแสบและฮากลิ้ง เพลงในเรื่องไม่ได้ใส่มาแค่เพราะๆ แต่เนื้อเพลงคือมุกตลกที่ถูกร้อยเรียงมาอย่างดี

งานภาพ (Visuals) งานภาพสวยฉ่ำมง! เหมือนเรากำลังดู MV เกาหลีตลอด 2 ชั่วโมง การจัด Art Elements พร็อพประกอบฉากมีความ Pop Art สูงมาก สีสันพาสเทลสดใส (Candy Colors) ตัดต่อไวตามจังหวะเพลง ทำให้หนังดูสนุก ไม่น่าเบื่อเลย เสื้อผ้าหน้าผมคือที่สุดแห่งปี

การแสดง (Acting)

  • ไอซ์ ปรีชญา แม่กลับมาแล้ว! ไอซ์คือราชินีคอมเมดี้ที่จังหวะเป๊ะมาก ยิ่งเล่นบทที่ต้องสวยแต่โก๊ะ เธอทำได้ดีไม่มีที่ติ สีหน้าเวลา “โป๊ะแตก” คือฮามาก
  • นุนิว เซอร์ไพรส์มากกับพาร์ทการแสดงตลก นุนิวเล่นได้น่ารักน่าหมั่นเขี้ยว และแน่นอนว่าพาร์ทร้องเพลงคือระดับเทพ ช่วยยกระดับหนังให้ดูแพงขึ้น
  • ปิงปอง คือตัวขโมยซีนที่แท้ทรู แค่เห็นหน้าก็ขำแล้ว พลังงานของปิงปองทำให้หนังเรื่องนี้ดีดสุดๆ

แสนสนั่น พันธุ์สั่นสู้ (San Sanan)

ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง

ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) การกลับมาของผู้กำกับสายติสต์ “พิง ลำพระเพลิง” ในรอบหลายปี เรื่องนี้เป็น Action Comedy ที่มีความเป็น “ลูกทุ่งไซไฟ” พล็อตเรื่องหลุดโลกเกี่ยวกับภารกิจกู้โลกของคนตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกล มุกตลกในเรื่องนี้คือ “ตลกบทสนทนา” (Dialogue Humor) ที่คมคาย ลึกซึ้ง แต่ขำก๊าก ตามสไตล์พี่พิง

งานภาพ (Visuals) งานภาพมีความดิบ (Raw) แต่จริงใจ ถ่ายทำในโลเคชั่นที่สวยแปลกตาในต่างจังหวัด ใช้แสงธรรมชาติเป็นหลักแต่มีการย้อมสีภาพให้ดูมีความเป็นหนัง Cult (หนังเฉพาะกลุ่ม) ฉากแอคชั่นไม่ได้เน้น CG อลังการ แต่เน้นคิวบู๊ที่แข็งแรงและฮาแบบเจ็บจริง

การแสดง (Acting) นักแสดงในเรื่องนี้เป็นการผสมผสานระหว่างตลกอาชีพและนักแสดงดราม่า ทำให้เกิดเคมีใหม่ๆ การแสดงเน้นความเรียล ไม่ประดิษฐ์มาก ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครเหมือนเป็นคนข้างบ้าน บทพูดที่ยาวและรัว (ที่เป็นเอกลักษณ์ของพิง) นักแสดงทุกคนทำการบ้านมาดีมาก รับส่งกันทันควัน.

ปอบดิ๊บดิบ (Pob Dip Dip)

ค่าย Major

ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) หนังผีตลกที่เล่นกับตำนาน “ผีปอบ” ในมุมมองใหม่ ปี 2025 ผีปอบไม่ได้กินตับไตไส้พุงแบบเดิมแล้ว แต่เป็นปอบยุค 5G ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี ความฮาเกิดจากความเชยของผีที่พยายามจะทันสมัย เป็นหนังที่ดูง่าย ย่อยง่าย เหมาะกับการพาครอบครัวไปดูขำๆ

งานภาพ (Visuals) งานภาพเน้นความมืดสลัวแต่เห็นรายละเอียดชัดเจน (Low Key Lighting) แต่งหน้าเอฟเฟกต์ผีปอบทำออกมาได้น่ากลัวผสมตลก (Grotesque) การถ่ายทำในป่ากลางคืนทำได้ดี ไม่มืดจนดูไม่รู้เรื่อง มีการใช้ Visual Comedy เช่น การซูมหน้าผีใกล้ๆ หรือการใช้เลนส์ Wide เพื่อให้หน้าตัวละครดูเบี้ยวๆ ตลกๆ

การแสดง (Acting) ทีมนักแสดงตลกคาเฟ่รุ่นเก๋ามาประชันกับนักแสดงวัยรุ่น ทำให้ได้มุกตลกสองเจนเนอเรชั่นที่ลงตัว ตัวละครปอบเล่นได้น่าสงสารและน่าขำในเวลาเดียวกัน เป็นหนังที่ขายการแสดงแบบ Overacting ที่ตั้งใจให้มันล้นจนกลายเป็นความบันเทิง

Flat Girls

ค่าย GDH นักแสดงนำ เอินเอิน ฟาติมา, แฟร์รี่ กิรณา

ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) หนัง Coming-of-age Comedy ที่เล่าเรื่องชีวิตวุ่นๆ ในหอพักหญิง ล้วงลึกอินไซต์ของลูกผู้หญิงที่ผู้ชายไม่เคยรู้ ความสัมพันธ์ของเพื่อนสาวที่มีทั้งรักทั้งกัด ทั้งอิจฉาและช่วยเหลือกัน มันคือหนังที่ผู้หญิงดูแล้วจะตบเข่าฉาดว่า “นี่มันเรื่องจริง!” ส่วนผู้ชายดูแล้วจะเปิดโลกมาก มุกตลกมีความเป็นธรรมชาติสูง ไม่ยัดเยียด

งานภาพ (Visuals) โทนภาพสว่าง สดใส (High Key) ให้ความรู้สึกถึงพลังงานวัยรุ่น การจัดองค์ประกอบภาพในห้องพักที่แคบๆ ให้ดูมีมิติและน่าสนใจทำได้ดีมาก มีการใช้กราฟิกน่ารักๆ ประกอบการเล่าเรื่อง (On-screen text/graphics) สไตล์ Vlog ซึ่งเข้ากับยุคสมัย

การแสดง (Acting)

  • เอินเอิน & แฟร์รี่ เคมีของสองคนนี้คือธรรมชาติมาก เหมือนเพื่อนสนิทกันจริงๆ จังหวะเถียงกัน จังหวะหวีดผู้ชาย หรือจังหวะปลอบใจกัน ทำได้ละเอียดอ่อน การแสดงของพวกเธอทำให้หนังตลกเรื่องนี้มีพาร์ทซึ้งที่ทำให้น้ำตาซึมได้โดยไม่รู้ตัว เป็นการแสดงที่ “น้อยแต่มาก”

สามรักหนึ่งนิรันดร์ (Three Loves One Eternal)

แนว Romantic Comedy

ทำไมถึงต้องดู (Vibe & Storytelling) ปิดท้ายด้วย Rom-Com สูตรสำเร็จที่ปรุงรสใหม่ให้แซ่บขึ้น เรื่องราวรักสามเส้าที่ชุลมุนวุ่นวายจนกลายเป็นความฮา เมื่อตัวเอกต้องสับรางรถไฟชนกันแบบเรียลไทม์ ความตลกอยู่ที่สถานการณ์ “รถไฟชนกัน” ที่บีบหัวใจแต่ก็ขำไม่หยุด เป็นหนังที่ดูแล้วเขินตัวบิดและขำจนเหนื่อย

งานภาพ (Visuals) งานภาพโรแมนติกชวนฝัน (Dreamy) ใช้ Soft Filter ทำให้หน้านักแสดงดูละมุน การถ่ายทำในโลเคชั่น City Life ของกรุงเทพฯ ทำให้เห็นความสวยงามของเมืองใหญ่ ฉากร้านอาหารและคาเฟ่ถูกเลือกมาอย่างดีเพื่อเป็น Reference ให้คนดูตามรอย

การแสดง (Acting) นักแสดงนำทั้ง 3 คนมีจังหวะคอมเมดี้ที่ดีมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องอยู่พร้อมหน้ากัน 3 คน สายตาที่ส่งหากัน (Eye Contact) สื่อความหมายได้ตลกมากโดยไม่ต้องพูด การแสดงที่เล่นกับความ “อึดอัด” (Awkwardness) ทำได้ดีเยี่ยม จนคนดูลุ้นจนเกร็งแทน

บทสรุปภาพรวมหนังตลกไทย 2025-2026

ภาพรวมของหนังตลกไทยในช่วงปีนี้ คือการ “ยกระดับโปรดักชั่น” อย่างชัดเจน เราไม่ค่อยเห็นหนังตลกที่ภาพหยาบๆ หรือบทหลวมๆ อีกแล้ว ทุกเรื่องมีการใส่ใจใน Detail ของงานภาพ (Cinematography) และบทภาพยนตร์ (Screenplay) มากขึ้น

ที่สำคัญคือ “นักแสดง” เราเห็นเทรนด์การเอานักแสดงเบอร์ใหญ่ๆ หรือคู่จิ้นระดับท็อป มาเล่นบทตลกแบบ “ไม่ห่วงหล่อไม่ห่วงสวย” ซึ่งนี่แหละคือกุญแจสำคัญที่ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงและสนุกไปกับหนัง เพราะมันดู Real และจริงใจ

ถ้าคุณต้องเลือกดูสักเรื่อง?

  • สายฮาบ้าพลัง ไป หอแต๋วแตก หรือ 404 สุขีนิรันดร์
  • สายฮาละมุนใจ ไป The Red Envelope หรือ Flat Girls
  • สายฮาตื่นเต้น ไป Roofman หรือ อนงค์ 2 movieseries

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *