เจาะลึก 10 ผลงานชิ้นเอก “เจมส์ จิรายุ” จากจุดเริ่มต้นสู่การเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท (Review & Ratings)
หากพูดถึงชื่อของ เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข หลายคนคงนึกถึงภาพของพระเอกหน้าหวาน รอยยิ้มละมุน และฝีมือการแสดงที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกๆ ปี ก่อนที่เราจะไปเริ่มรีวิว ผมขออนุญาตปรับความเข้าใจเล็กน้อยครับ คุณอาจจะคุ้นเคยกับการเรียกผลงานแสดงว่า “หนัง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจมส์ จิรายุ เติบโตและสร้างชื่อเสียงระดับปรากฏการณ์จากฝั่ง “ละครโทรทัศน์ (ซีรีส์)” มากกว่าภาพยนตร์จอเงิน (ซึ่งเขามีผลงานภาพยนตร์เต็มรูปแบบอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง)
ดังนั้น เพื่อให้บทความนี้อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและครอบคลุม 10 ผลงานที่ “ท็อปฟอร์ม” และน่าดูที่สุดของเขาจริงๆ ผมจึงขอรวบรวมทั้ง ภาพยนตร์จอเงิน และ ละครโทรทัศน์ระดับมาสเตอร์พีซ มาเสิร์ฟให้คุณแบบจัดเต็ม เจาะลึกทีละเรื่องทั้งในแง่ของบทบาท การแสดง โปรดักชัน และข้อคิดที่ได้ พร้อมให้คะแนนรีวิวแบบตรงไปตรงมาครับ!

1. สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายพุฒิภัทร (2556)
“จุดกำเนิดซุปตาร์สายฟ้าแลบ กับบทบาทคุณชายหมอที่ครองใจคนทั้งประเทศ”
- เรื่องย่อ เรื่องราวของ ม.ร.ว.พุฒิภัทร จุฑาเทพ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เคร่งขรึมและรักความยุติธรรม ที่ต้องมาพัวพันกับ “กรองแก้ว” นางสาวศรีสยามที่กำลังถูกผู้มีอิทธิพลตามล่าเพื่อนำไปเป็นเมียน้อย คุณชายหมอจึงต้องใช้ทั้งสติปัญญาและหัวใจเพื่อปกป้องหญิงสาวที่เขารัก ท่ามกลางความแตกต่างทางชนชั้น
- รีวิวการแสดงของเจมส์ นี่คือผลงานเดบิวต์แจ้งเกิดที่ทำให้ชื่อของ “เจมส์ จิรายุ” ดังเป็นพลุแตกชั่วข้ามคืน แม้ในตอนนั้นเขาจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ชั่วโมงบินยังน้อย แต่เจมส์สามารถสวมวิญญาณคุณชายหมอที่ดูเป็นผู้ใหญ่ สุขุม นุ่มลึก (แอบมีความคลั่งรักเงียบๆ) ได้อย่างมีเสน่ห์ล้นเหลือ เคมีที่เข้าคู่กับ เบลล่า ราณี กลายเป็นตำนานคู่จิ้นที่สั่นสะเทือนวงการ แววตาที่มองกรองแก้วผ่านเลนส์แว่นตานั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำเอาคนดูละลาย
- ความน่าสนใจ บทละครมีความสนุกครบรส ทั้งโรแมนติก ดราม่า และการสืบสวนเบาๆ โปรดักชันย้อนยุคทำออกมาได้งดงามไร้ที่ติ เป็นจุดเริ่มต้นที่แฟนคลับเจมส์ จิรายุ “ห้ามพลาด” ด้วยประการทั้งปวง
- คะแนนรีวิว 9/10 (หัก 1 คะแนนสำหรับความเกร็งในบางฉากตามประสาหน้าใหม่ แต่องค์รวมคือคลาสสิก!)

2. Timeline จดหมาย ความทรงจำ (2557) – ภาพยนตร์จอเงิน
“น้ำตาซึมไปกับความรัก ความฝัน และการเติบโตผ่านแผ่นฟิล์ม”
- เรื่องย่อ ภาพยนตร์ที่เป็นเสมือนภาคต่อกลายๆ ของ The Letter จดหมายรัก เล่าเรื่องราวของ “แทน” ชายหนุ่มที่เติบโตมากับแม่เพียงลำพัง เขาตัดสินใจหนีความซ้ำซากในไร่ที่เชียงใหม่ เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ และได้พบกับ “จูน” (เต้ย จรินทร์พร) หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังบวกที่เข้ามาเปลี่ยนมุมมองชีวิตของเขา แต่ความรักมักมาพร้อมกับบททดสอบและการสูญเสีย
- รีวิวการแสดงของเจมส์ การกระโดดลงจอเงินครั้งแรกของเจมส์ ภายใต้การกำกับของ นนทรีย์ นิมิบุตร เจมส์สลัดภาพคุณชายมาเป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ ที่มีความสับสน มีความดื้อรั้น และมีความเปราะบาง การแสดงของเขาดูเป็นธรรมชาติและดิบขึ้น ฉากดราม่าช่วงท้ายเรื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีของ และสามารถแบกรับอารมณ์ที่หนักหน่วงของภาพยนตร์เศร้าๆ เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
- ความน่าสนใจ เป็นหนังที่ถ่ายภาพสวยมาก บรรยากาศของภาคเหนือและชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละมุนละไม ข้อคิดเรื่องครอบครัวและความฝันเป็นสิ่งที่กระแทกใจคนดูวัยหนุ่มสาวได้อย่างจัง
- คะแนนรีวิว 8.5/10 (หนังดีมาก แต่อาจจะเรียกน้ำตาหนักไปสักนิดสำหรับคนที่ชอบดูอะไรเบาๆ)

3. มาตาลดา – To the Moon and Back (2566)
“ซีรีส์ฮีลใจแห่งปี ที่พิสูจน์ฝีมือระดับท็อปของเจมส์ จิรายุ”
- เรื่องย่อ เรื่องราวของ “ปุริม” หรือ “เป็นหนึ่ง” ศัลยแพทย์หัวใจที่ภายนอกดูเพอร์เฟกต์ แต่ภายในกลับบอบช้ำจากการถูกตีกรอบโดยพ่อที่เข้มงวด ชีวิตที่เย็นชาของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ “มาตาลดา” หญิงสาวผู้เติบโตมาในครอบครัว LGBTQ+ ที่มอบความรักและความอบอุ่นให้เธออย่างเต็มเปี่ยม เธอเข้ามาเยียวยาและสอนให้เขารู้จักคำว่า “รัก” ที่แท้จริง
- รีวิวการแสดงของเจมส์ หากถามว่าเรื่องไหนคือ “Masterpiece” ที่สุดในยุคปัจจุบันของเจมส์ ต้องยกให้เรื่องนี้ บทปุริมเป็นบทที่เล่นยากมาก เพราะต้องแสดงออกถึงความเก็บกด ความเศร้าลึกๆ โดยใช้เพียงแววตาและการขยับกล้ามเนื้อใบหน้าเพียงเล็กน้อย เจมส์สื่อสารความอึดอัดของการเป็นลูกที่ต้องทำตามความคาดหวังได้อย่างไร้ที่ติ และเมื่ออยู่กับมาตาลดา รอยยิ้มของเขาก็ค่อยๆ สว่างไสวขึ้น เป็นการแสดงที่ละเอียดอ่อนและทรงพลังสุดๆ
- ความน่าสนใจ นี่ไม่ใช่แค่ละครรักโรแมนติก แต่เป็นการสะท้อนปัญหาสถาบันครอบครัวและเปิดมุมมองเรื่องความหลากหลายทางเพศ บทละครดีเยี่ยม ไดอะล็อกคมคาย และนักแสดงทุกคนปล่อยของกันแบบสุดพลัง
- คะแนนรีวิว 10/10 (สมบูรณ์แบบทั้งบท การกำกับ และการแสดง)

4. กรงกรรม (2562)
“ฉีกภาพพระเอกเมืองกรุง สู่ลูกคนจีนบ้านแบ้ผู้มีรอยยิ้มเป็นอาวุธ”
- เรื่องย่อ มหากาพย์ความวุ่นวายของครอบครัว “บ้านแบ้” ในชุมแสง นำโดย “ย้อย” เถ้าแก่เนี้ยผู้จอมบงการชีวิตลูกชายทั้งสี่ เรื่องราวความรัก ความริษยา และผลแห่งกรรม โดยมี “อาซา” ลูกชายคนที่สาม ผู้เปรียบเสมือนน้ำเย็นประจำบ้าน ที่พยายามประสานรอยร้าวของทุกคนในครอบครัว
- รีวิวการแสดงของเจมส์ หลายคนเคยปรามาสว่าหน้าตาของเจมส์ดูอินเตอร์เกินไปสำหรับละครพีเรียดลูกทุ่ง แต่บท “อาซา” ลบคำสบประมาทนั้นจนหมดสิ้น เจมส์เล่นเป็นชายหนุ่มจิตใจดี ซื่อสัตย์ และมองโลกในแง่บวกได้อย่างน่าเอ็นดู รอยยิ้มของอาซาคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจคนดูท่ามกลางความดาร์กและความประสาทเสียของตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง ฉากดราม่าที่ต้องปะทะอารมณ์กับแม่ (ใหม่ เจริญปุระ) ก็ทำเอาคนดูน้ำตาแตก
- ความน่าสนใจ เป็นละครสะท้อนสังคมและสัจธรรมชีวิตที่สนุกจนหยุดดูไม่ได้ การดำเนินเรื่องฉับไว ทุกตัวละครมีมิติสีเทา ถือเป็นหนึ่งในละครที่ดีที่สุดของช่อง 3 ในทศวรรษนั้น
- คะแนนรีวิว 9.5/10 (บทอาซาทำให้เจมส์เข้าถึงกลุ่มคนดูทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง)

5. ปดิวรัดา (2559)
“เคมีคู่ขวัญคลาสสิก กับบทปลัดสายบู๊ที่ดุดันแต่น่าหลงใหล”
- เรื่องย่อ “ริน ระพี” หญิงสาวที่ต้องสวมรอยไปแต่งงานกับ “ปลัดศรัณย์” ชายหนุ่มผู้เย็นชาและอกหักจากรักครั้งเก่า การแต่งงานที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันและภักดี ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่ปลัดต้องปราบโจรผู้ร้ายในต่างจังหวัด
- รีวิวการแสดงของเจมส์ เรื่องนี้เจมส์ได้กลับมาประกบคู่กับ เบลล่า ราณี อีกครั้ง แต่คาแรคเตอร์ต่างจากคุณชายพุฒิภัทรโดยสิ้นเชิง ปลัดศรัณย์มีความเป็นผู้นำสูง ดุดัน ห้าวหาญ และมีฉากแอคชั่นค่อนข้างเยอะ เจมส์ลบภาพคุณชายหน้าหวานออกไปได้สนิท กลายเป็นปลัดหนุ่มที่เต็มไปด้วยความเท่ และเมื่อถึงฉากกุ๊กกิ๊กก็เล่นได้แพรวพราว มีเสน่ห์แบบผู้ชายที่ปากแข็งแต่ใจบาง
- ความน่าสนใจ ไดอะล็อกของละครเรื่องนี้มีความเป็นวรรณกรรมสูงมาก แฝงแง่คิดเกี่ยวกับการครองเรือนและการเป็นภรรยา/สามีที่ดี เพลงประกอบละครเพราะจับใจ และคอสตูมยุค 60s ก็ทำออกมาได้สวยงาม
- คะแนนรีวิว 8.5/10 (ความคลาสสิกที่ดูกี่ครั้งก็ยังสนุก)

6. อโยธยา มหาละลวย – Omakaha (2564) – ภาพยนตร์จอเงิน
“แฟนตาซี แอคชั่น คอเมดี้ เมื่อเจมส์จิสวมบทหนุ่มอโยธยาสายมู”
- เรื่องย่อ “เรียว” ชายหนุ่มผู้มีสายเลือดซามูไรผสมไทย ต้องออกเดินทางเพื่อตามหาตัวตนและปกป้องหญิงสาวที่เขารักอย่าง “ออสร้อย” (โบว์ เมลดา) โดยเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มาพร้อมกับวิชาอาคมและมนตร์ดำ เรียวต้องใช้ทั้งเพลงดาบและคาถามหาละลวยในการเอาตัวรอด
- รีวิวการแสดงของเจมส์ นี่คือผลงานที่แปลกตาที่สุดของเจมส์ในลิสต์นี้ เขาต้องมารับบทที่ต้องเล่นใหญ่ มีความกวน มีความฮา และต้องโชว์คิวบู๊ที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้ แม้บทบาทอาจจะไม่ได้มีความลึกซึ้งทางอารมณ์มากนัก แต่เจมส์ก็ฉายเสน่ห์ความขี้เล่นออกมาได้อย่างเต็มที่ เคมีกับโบว์ เมลดาก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม ดูกระชุ่มกระชวย
- ความน่าสนใจ เป็นภาพยนตร์ที่รวมมิตรหลายแนวเข้าด้วยกัน โปรดักชันดูอลังการ แม้บทหนังอาจจะมีช่วงที่สะดุดหรือหลวมไปบ้าง แต่ถ้าดูเอาความบันเทิงและอยากเห็นเจมส์ในลุคแปลกใหม่ ถือว่าตอบโจทย์
- คะแนนรีวิว 7/10 (ได้คะแนนความแปลกใหม่และความบันเทิงเพลินๆ แต่อาจไม่ใช่มาสเตอร์พีซด้านบท)

7. เกมเสน่หา (2561)
“เกมรักหักเหลี่ยม ซ่อนความรู้สึกใต้หน้ากากเย็นชา”
- เรื่องย่อ “เหมือนชนก” (แต้ว ณฐพร) คุณหนูอารมณ์ร้ายที่กลับมาจากเมืองนอกและพบว่าพ่อแม่หย่าร้างกัน ซ้ำร้ายพ่อยังรับ “ลัคนัย” ชายหนุ่มกำพร้าที่เธอเกลียดชังเข้ามาเป็นผู้บริหารในบริษัท เธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อขับไล่เขา โดยใช้ตัวเองเป็นเดิมพันในเกมรัก แต่ลัคนัยที่แอบรักเธอมาตลอดกลับซ้อนแผนและพร้อมจะสู้กลับ
- รีวิวการแสดงของเจมส์ นี่คือบทบาท “พระเอกสายโหมดเจียมตัวแต่พร้อมฟาด” ที่ดีที่สุดของเขา ลัคนัยเป็นตัวละครที่มีความฉลาด ทันเกม และมีความรักที่มั่นคง เจมส์สามารถถ่ายทอดสายตาที่เต็มไปด้วยความรักสลับกับความเจ็บปวดจากการถูกดูถูกได้อย่างยอดเยี่ยม เวลาที่เขาต้องประชันฝีปากกับแต้ว ณฐพร ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ละครเรื่องนี้แซ่บจนหยดสุดท้าย
- ความน่าสนใจ พล็อตเรื่องสไตล์ “จำเลยรัก” ยุคใหม่ที่ตัวเอกทันเกมกัน เสื้อผ้าหน้าผมทันสมัย โลเคชั่นสวยงาม เป็นละครที่เรตติ้งและกระแสแรงมากทั้งในไทยและต่างประเทศ (โดยเฉพาะจีนและฟิลิปปินส์)
- คะแนนรีวิว 8/10 (ละครแนวเมโลดราม่าที่รสชาติจัดจ้าน ถูกใจคอละครไทยแน่นอน)

8. พิศวาสฆาตเกมส์ – The Deadly Affair (2565)
“ดราม่าสุดเข้มข้น กับบทบาทคนบาปที่พยายามไถ่โทษด้วยความรัก”
- เรื่องย่อ “โอม” วิศวกรหนุ่มอนาคตไกลที่ชีวิตต้องพังทลายเมื่อเขาขับรถชนแฟนหนุ่มของ “เจติญา” (จีน่า ญีนา) จนเสียชีวิต โอมยอมรับผิดและติดคุก เมื่อพ้นโทษออกมา เขาต้องเผชิญกับการล้างแค้นของเจติญาที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาพังพินาศ แต่ความแค้นนั้นกลับก่อตัวเป็นความรักต้องห้าม
- รีวิวการแสดงของเจมส์ บทนี้ถือว่า “ดาร์ก” และหนักหน่วงมาก เจมส์ต้องรับบทคนที่สูญเสียทุกอย่าง ถูกกลั่นแกล้ง และเต็มไปด้วยตราบาปในใจ การแสดงของเขามีความนิ่ง ลึก และถ่ายทอดความอดทนอดกลั้นได้ดีมาก ฉากร้องไห้ของเจมส์ในเรื่องนี้ดูเป็นผู้ชายที่แตกสลายจริงๆ ลบภาพจำพระเอกใสๆ ไปได้อย่างหมดจด
- ความน่าสนใจ พล็อตเรื่องแนวตบจูบและแก้แค้นที่มีความทันสมัยขึ้น มีปมสืบสวนซ่อนเงื่อนเกี่ยวกับการตายที่แท้จริง ทำให้เนื้อเรื่องมีชั้นเชิงมากกว่าละครแก้แค้นทั่วไป
- คะแนนรีวิว 8.5/10 (สายดราม่าหนักๆ โชว์สกิลการแสดงขั้นสุด ต้องเรื่องนี้)

9. หนึ่งในทรวง (2558)
“รอมคอมพีเรียดสุดคลาสสิก กับคาแรคเตอร์คุณชายปากร้ายใจดี”
- เรื่องย่อ “อนวัช” หรือ หนึ่ง นักการทูตหนุ่มหล่อรวยที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขากลับรู้สึกหมั่นไส้ “หทัยรัตน์” (ญาญ่า อุรัสยา) หญิงสาวที่เคยเป็นคู่อริกันในวัยเด็ก ทั้งคู่ตั้งแง่และปะทะคารมกันตลอดเวลา แต่ความใกล้ชิดก็ทำให้ทิฐิที่มีค่อยๆ ละลายกลายเป็นความรัก
- รีวิวการแสดงของเจมส์ เป็นการโคจรมาเจอกันครั้งแรกของสองซุปตาร์ เจมส์กับญาญ่า บท “คุณหนึ่ง” มีความเย่อหยิ่ง หลงตัวเอง และปากเสียในระดับที่น่าหยิก แต่เจมส์ก็ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวทำให้ตัวละครนี้ดูน่าหมั่นไส้แบบน่ารัก การแสดงคอมเมดี้ผ่านหน้าตา ท่าทาง และน้ำเสียง ถือเป็นจุดเด่นของเขาในเรื่องนี้
- ความน่าสนใจ ละครรีเมคที่ทำออกมาได้ดูเพลินมาก เสื้อผ้าหน้าผมยุคกระโปรงสุ่มสวยงามอลังการ เพลงประกอบละคร “จูบ” (Kiss) ที่เจมส์ร้องคู่กับญาญ่าก็ดังระเบิด
- คะแนนรีวิว 7.5/10 (บทอาจจะดูสูตรสำเร็จและเบาไปนิด แต่ถ้าเน้นดูเคมีพระนางและความสวยงาม เรื่องนี้กินขาด)

10. โลกหมุนรอบเธอ – Never Enough (2567)
“ก้าวข้ามวัย ทะลุกรอบศีลธรรม กับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนที่สุด”
- เรื่องย่อ ละครแนว Coming of Age ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อนรักสามคน “มานะ” (เจมส์ จิรายุ), “ตะวัน” (โบว์ เมลดา) และ “ชิน” (ไอซ์ พาริส) ตั้งแต่วัยเรียนไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ การเติบโตที่มาพร้อมกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด ความรักสามเส้า และการชิงดีชิงเด่นในโลกของผู้ใหญ่
- รีวิวการแสดงของเจมส์ บท “มานะ” คือผู้ชายที่รักตะวันอย่างสุดหัวใจ ยอมทำทุกอย่างเพื่อดันให้ผู้หญิงที่รักไปถึงจุดสูงสุด แม้ตัวเองจะต้องเปื้อนโคลนหรือเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม เจมส์เล่นบทผู้ชายคลั่งรักที่แฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและมีด้านมืดได้อย่างน่าทึ่ง เราจะได้เห็นการไล่ระดับอารมณ์ของตัวละครตั้งแต่วัยรุ่นใสซื่อ ไปจนถึงนักธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
- ความน่าสนใจ เป็นละครที่กระแสแรงในแง่ของการตั้งคำถามถึงการกระทำของตัวละคร ทุกตัวละครมีความเป็นมนุษย์สูงมาก (เทาเข้ม) ไม่ใช่ละครแนวอุดมคติ โปรดักชันทันสมัย และการเดินเรื่องรวดเร็วชวนติดตาม
- คะแนนรีวิว 8/10 (โดดเด่นที่ความกล้าฉีกกรอบของบทละคร และการแสดงที่เข้มข้นของนักแสดงนำ)
บทสรุปส่งท้าย ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษในวงการบันเทิง เจมส์ จิรายุ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้มีดีแค่หน้าตาที่หล่อเหลา แต่เขายังเป็นนักแสดงที่มีวินัย ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และกล้าที่จะรับบทบาทที่ท้าทายความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น คุณชายหมอแสนสุภาพ, หนุ่มลูกจีนรอยยิ้มละมุน, ปลัดสายบู๊, หรือหมอผู้มีบาดแผลในใจ เขาสามารถทำให้เราเชื่อและรักตัวละครเหล่านั้นได้อย่างหมดหัวใจ
หากคุณกำลังมองหาผลงานคุณภาพเพื่อใช้เวลาในวันหยุด ผมหวังว่าลิสต์ 10 เรื่องนี้จะเป็นไกด์ไลน์ที่ช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับฝีมือการแสดงของหนึ่งในพระเอกระดับแนวหน้าของไทยคนนี้ครับ! movieseries